Friday, September 30, 2022
CloudNEWS

คาดการณ์ ปี 2565 การใช้จ่ายบริการ คลาวด์สาธารณะ 5 แสนล้านดอลลาร์

คลาวด์สาธารณะ

การ์ทเนอร์คาดการณ์มูลค่าใช้จ่ายบริการ คลาวด์สาธารณะ ของผู้ใช้ปลายทางปี 2565 พุ่งสูงเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์ เผย IaaS, DaaS และ PaaS คือ 3 ตลาดคลาวด์ที่มีมูลค่าใช้จ่ายเติบโตสูงสุดในปีนี้

าร์ทเนอร์ อิงค์ คาดการณ์มูลค่าการใช้จ่ายบริการ คลาวด์สาธารณะ ของผู้ใช้ปลายทางทั่วโลกในปี 2565 เติบโตเพิ่มขึ้น 20.4% คิดเป็นมูลค่า 4.94 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มจากในปี 2564 ที่มีมูลค่า 4.11 แสนล้านดอลลาร์ และคาดว่าในปี 2566 มูลค่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 6 แสนล้านดอลลาร์

การ์ทเนอร์คาดว่ามูลค่าการใช้จ่ายของผู้ใช้ปลายทางของบริการ Infrastructure-as-a-Service (หรือ IaaS) จะเติบโตสูงสุดในปีนี้ที่ 30.6% รองลงมา คือบริการ Desktop-as-a-Service (DaaS) ที่ 26.6% และตามมาด้วยบริการ Platform-as-a-Service (PaaS) ที่ 26.1%

ซึ่ง การทำงานแบบไฮบริด กำลังกระตุ้นให้องค์กรต่างๆ เปลี่ยนแนวทางการใช้โซลูชันประมวลผลไคลเอ็นต์แบบเดิม เช่น เดสก์ท็อป และอุปกรณ์อื่นๆ ในสำนักงาน ไปสู่บริการ DaaS ทำให้มูลค่าการใช้จ่ายบริการคลาวด์ในกลุ่มนี้เพิ่มสูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ ในปี 2565 สอดคล้องกับความต้องการใช้ความสามารถต่างๆ ของ คลาวด์เนทีฟโดยบัญชีผู้ใช้ปลายทางสำหรับบริการ PaaS เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 109.6 พันล้านดอลลาร์

ซิด นาณ รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์

ซิด นาณ รองประธานฝ่ายวิจัยการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “บริการคลาวด์คือขุมพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนองค์กรดิจิทัลในปัจจุบัน โดยผู้บริหารไอทีสามารถจัดหาบริการคลาวด์ที่มีอยู่มากมายในตลาดได้ตามต้องการ

และพวกเขากำลังพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะเพื่อใช้ขับเคลื่อนธุรกิจที่ต้องการ มีความเฉพาะเจาะจง และนำผลลัพธ์ทางเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ในการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้กับองค์กรของพวกเขา”

“ความสามารถของคลาวด์เนทีฟ เช่น การจำลองระบบคอมพิวเตอร์แบบเสมือน (Containerization), Database Platform-as-a-Service (dbPaaS) และ เอไอ (AI) / แมชชีนเลิร์นนิ่ง (ML) มีคุณสมบัติที่สมบูรณ์กว่าการประมวลผลแบบการใช้คอมพิวเตอร์แบบธรรมดา (Commoditized Compute) เช่น IaaS หรือ Network-as-a-Service ซึ่งมีราคาแพงกว่าและเป็นการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายขององค์กร”

SaaS ยังเป็นตลาดบริการคลาวด์สาธารณะที่ใหญ่ที่สุด คาดว่าในปีนี้มีมูลค่าสูงถึง 176.6 พันล้านดอลลาร์ โดยการ์ทเนอร์คาดว่า มูลค่าใช้จ่ายบริการคลาวด์ในกลุ่มนี้จะเติบโตคงที่ เนื่องจากองค์กรต่างๆ เข้าถึงบริการ SaaS หลากหลายอยู่แล้ว

ตัวอย่างเช่น เข้าถึงผ่านคลาวด์มาร์เก็ตเพลส และยังแยกย่อยออกไปบริการอื่นๆ อีก รวมถึงแอปพลิเคชันอิสระ (Monolithic Applications) ไปจนถึงความสามารถในการบริหารสินทรัพย์ทางธุรกิจให้เป็นหน่วยย่อยๆ (Composable parts) อาทิ คน กระบวนการ เทคโนโลยี และแม้แต่สินทรัพย์ทางกายภาพ เพื่อให้สามารถจัดองค์ประกอบใหม่ได้อย่างรวดเร็ว ง่าย และปลอดภัย และสร้างมูลค่าใหม่ๆ ได้ เพื่อรองรับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ (DevOps) ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

เทคโนโลยีเกิดใหม่ต่างๆ ในระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง อาทิ Hyperscale Edge Computing และ Secure Access Service Edge (SASE) สร้างการเปลี่ยนแปลงให้ตลาดเทคโนโลยีอื่นๆ เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ในหมวดใหม่ๆ และสร้างรายได้เพิ่มขึ้นให้แก่ผู้ให้บริการคลาวด์สาธารณะ

“ผลของประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้นของบริการคลาวด์หลักๆ (Core Cloud Services) ทำให้องค์กรหันมาให้ความสำคัญกับความสามารถที่หลากหลายของระบบคลาวด์เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลให้กับธุรกิจและการดำเนินงานภายในองค์กรได้โดยตรง ซึ่งบริการคลาวด์สาธารณะกลายเป็นส่วนสำคัญที่บังคับผู้ให้บริการนำมาใช้เพื่อรับมือกับความท้าทายทางสังคมและการเมือง เช่น ความยั่งยืน และอำนาจอธิปไตยของข้อมูล”

“ผู้นำไอทีที่ให้ความสำคัญกับคลาวด์และเข้าใจว่าคลาวด์เป็นเทคโนโลยีที่มอบโอกาสมากกว่าเป็นจุดจบขององค์กร จะประสบความสำเร็จในเส้นทางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัลตามที่วางแผนไว้ เช่นเดียวกับองค์กรที่นำคลาวด์มาผสานรวมเข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ ในเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน และทำให้เทคโนโลยีเกิดใหม่มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น” นาณ กล่าวเสริม

Featured Image: Cloud technology vector created by starline – www.freepik.com

Leave a Response