Wednesday, July 1, 2026
ArticlesColumnistDr.Kriengsak Chareonwongsak

จริยสงคราม จริยธรรมและกฎหมายควรสอดรับกัน?

Political Ethics War

จริยสงคราม (Political Ethics War) ไม่ใช่เพียงประเด็นที่พูดกันตามกระแสสังคมชั่วคราว แต่เป็นเรื่องที่มี ความจำเป็นต่อชาติอย่างยิ่ง และมีประโยชน์ต่อการวางรากฐานของประเทศในระยะยาวในบริบทของการเมืองไทย

ปัจจุบัน จริยสงคราม เป็นศัพท์ที่สะท้อนถึงสภาวะ Political Ethics War หรือสงครามจริยธรรมด้านการเมือง ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กับเหตุการณ์บ้านเมืองที่กำลังร้อนแรง สิ่งที่สังคมไทยกำลังเผชิญคือการตั้งคำถามถึง มโนธรรม และ ความประพฤติ ของผู้มีอำนาจรัฐ 

โดยมีหลักการสำคัญว่า จริยธรรมและกฎหมายควรสอดรับกัน เพราะหากกฎหมายดำเนินไปในทางหนึ่ง แต่จริยธรรมดำเนินไปในอีกทางหนึ่ง หรือถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือประหัตประหารกันโดยขาดความบริสุทธิ์ใจ ประเทศจะตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอนและขาดเสถียรภาพอย่างรุนแรง

ผู้เขียน: ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการอาวุโส มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดประธานสถาบันการสร้างชาติ (NBI) ประธานสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา (IFD) ผู้เชี่ยวชาญ เศรษฐศาสตร์ นโยบายการศึกษา การต่างประเทศ สังคม การเมือง การศึกษา

1. สถานการณ์จริยธรรมและกฎหมาย: การอุบัติของศรีธนญชัย และจริยนิติสงคราม ปัญหาหลักของสังคมไทยคือการมีตัวละครทางการเมืองที่หยั่งรากลึกจากวัฒนธรรมความฉลาดแกมโกงอย่าง ศรีธนญชัย ซึ่งในยุคปัจจุบันได้วิวัฒนาการออกมาเป็นตัวอย่างบุคคลในหลากหลายมิติที่ทำให้บรรทัดฐานของสังคมสับสน ดังนี้

1.1 ศรีธนญชัยทางการเมือง คือกลุ่มบุคคลที่ใช้ชั้นเชิงและเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองเพื่อเอาชนะหรือรักษาอำนาจ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องดีงามในเชิงจริยธรรม มุ่งเน้นเพียงผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อพวกพ้อง

1.2 ศรีธนญชัยทางนิติกร คือผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่ใช้ความรู้ความสามารถในการ หาช่องว่าง ของตัวบทกฎหมาย เพื่อเปลี่ยนผิดเป็นถูก หรือทำให้สิ่งที่ดูไม่ชอบธรรมกลายเป็นสิ่งที่ ทำได้ ตามกฎหมาย 

1.3 ศรีธนญชัยของผู้เล่นจริยะนิติสงคราม คือกลุ่มที่หยิบยกเรื่อง จริยธรรม มาเป็นข้ออ้างหน้าฉากเพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม แต่แท้จริงแล้วมี ผลประโยชน์แอบแฝง อยู่เบื้องหลังสภาวะที่น่ากลัวที่สุดคือการเกิด จริยนิติสงคราม ซึ่งเป็นจุดที่ นิติสงคราม และ จริยสงคราม มาบรรจบกัน จนกลายเป็นอาวุธทำลายล้างที่ซับซ้อน

เมื่อคนเหล่านี้ ไม่มีความบริสุทธิ์ใจ สังคมจะถึงทางตัน เพราะไม่มีใครตัดสินใครได้ว่าใครคือศรีธนญชัยตัวจริง จนประชาชนต้องตกอยู่ในสภาพ เดาดูด้วยหลักคุณธรรมในใจ โดยไม่มีหลักยึดที่ชัดเจน ทำให้ประเทศไทยแทนที่จะบุกไปข้างหน้า กลับต้องมาติดหล่มอยู่กับการ นั่งแก้ปัญหา ที่เกิดจากผลประโยชน์อย่างไม่จบสิ้น

2. สิ่งที่เสนอให้ทำ การแก้ปัญหาที่ตัวบุคคลและใจที่บริสุทธิ์ เพื่อให้ออกจากวังวนของศรีธนญชัยและทำให้จริยธรรมสอดรับกับกฎหมายอย่างแท้จริง บทวิเคราะห์นี้มีขอเสนอแนวทางปฏิบัติดังนี้

2.1 บันไดขั้นแรก วางผลประโยชน์และใช้ความบริสุทธิ์ใจ การจะแก้ปัญหาจริยสงครามได้ บันไดขั้นแรกคือต้องมีกลุ่มคนที่ วางผลประโยชน์ส่วนตัวลง แล้วดึงเอาคนที่ไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงเข้ามาจัดการปัญหา ในโลกที่กฎหมายถูกตีความได้หลายแฉก ความบริสุทธิ์ใจ ต้องถูกนำมาใช้เป็นเข็มทิศในการวินิจฉัย ไม่ใช่ใช้จริยธรรมเป็นเพียงเครื่องมือเพื่อกำจัดศัตรูทางการเมือง

2.2 หลักการคนสำคัญกว่าระบบ เอาคนดีขึ้นไปปกครอง แม้เราจะต้องการทั้ง คนดี ระบบดี และบริบทดี ไปพร้อมกัน แต่หัวใจสำคัญคือ คนสำคัญกว่าระบบ เพราะคนคือผู้ที่เข้าไปควบคุมและบิดเบือนระบบได้ตามใจชอบ แนวทางที่ควรนำมาใช้คือหลักการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงสอนไว้ คือ เอาคนดีขึ้นไปปกครอง เอาคนไม่ค่อยดีลงมาข้างล่าง เพื่อให้คนที่มีคุณภาพและคุณธรรมเป็นผู้คุมกติกาและทิศทางของบ้านเมือง

2.3 มาตรฐาน ดีพอประมาณ เพื่อการขับเคลื่อนประเทศ ในยามวิกฤตที่อาจหาคน ดีเด่น ได้ยากยิ่ง ข้อเสนอคือควรเฟ้นหาบุคคลที่มีความดีในระดับที่ ดีพอประมาณที่คนยอมรับได้ และมีความบริสุทธิ์ใจที่สังคมสัมผัสได้จริง เพื่อให้คนเหล่านี้ขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสำคัญและนำพาประเทศก้าวข้าม เส้นผมบังภูเขา ของความขัดแย้ง และเริ่มการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นรูปธรรมเสียที

จริยสงคราม เป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนว่า กฎหมายที่ไร้ซึ่งจริยธรรมกำกับคือเครื่องมือที่อันตราย การจะพาประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้ ต้องหยุดกระบวนการของ ศรีธนญชัยทางการเมือง ในทุกรูปแบบ และเปลี่ยนมาเป็นการสนับสนุนบุคคลที่ วางผลประโยชน์ลง เพื่อให้จริยธรรมและกฎหมายกลับมาสอดรับกันอย่างสง่างาม อันจะนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองที่แท้จริงของประเทศชาติ

อ่านบทความทั้งหมดของ ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์

Featured Image: freepik

BCT Expo