
“AI Governance ไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่คือเงื่อนไขของการใช้ AI วันนี้ ถอดภารกิจ ETDA ผ่านแนวคิด Driving Trust AI Governance
ในวันที่ AI กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล คำถามของประเทศจึงไม่ใช่เพียงว่า เราจะพัฒนา AI ให้เก่งขึ้นได้อย่างไร แต่คือ เราจะทำให้ AI ถูกนำไปใช้อย่างปลอดภัย โปร่งใส เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกภาคส่วนได้อย่างไร
นี่คือโจทย์สำคัญที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA ภายใต้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด Driving Trust AI Governance เพื่อวางรากฐานให้ระบบนิเวศ AI ของไทยเติบโตอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
สำหรับ ETDA เป้าหมายของ AI Governance ไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างองค์ความรู้ แนวทาง หรือกรอบกำกับดูแลในเชิงนโยบายเท่านั้น แต่คือการทำให้หลักการเหล่านี้ถูกแปลงเป็นเครื่องมือ วิธีปฏิบัติ การทดสอบ การสร้างคน และ use case จริง ที่องค์กรสามารถนำไปปรับใช้กับบริบทของตนเองได้
เพราะเมื่อ AI ถูกนำไปใช้กับบริการจริง งานจริง การตัดสินใจจริง และส่งผลกระทบต่อผู้คนจริง การมีเพียง แนวคิด จึงไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่ประเทศต้องการ คือ เมื่อมีการนำ AI ไปใช้แล้วส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจได้จริง คุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวแค่ไหน และวัดมูลค่าได้อย่างไร อีกทั้งอาจจะต้องมองต่อเนื่องไปในมุมของการรักษาความมั่นคงทางดิจิทัล (Sovereignty) ในระยะต่อไปด้วย
จากการสร้างองค์ความรู้ สู่เครื่องมือที่องค์กรนำไปใช้ได้จริง
การขับเคลื่อน AI Governance ของ ETDA เริ่มจากการวางรากฐานด้านองค์ความรู้ แนวทาง และเครื่องมือ โดยมี AI Governance Center หรือศูนย์ AIGC เป็นกลไกสำคัญในการศึกษา วิจัย และพัฒนาแนวทางที่สอดคล้องกับหลักสากล ควบคู่กับการปรับให้เหมาะกับบริบทของประเทศไทย
ที่ผ่านมา ETDA ได้พัฒนา AI Governance Guideline & Toolkits พร้อมใช้งานแล้วรวม 12 ชุด เพื่อช่วยให้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนมีกรอบคิดในการกำกับดูแล AI อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การทำความเข้าใจความเสี่ยง การออกแบบการใช้งาน ไปจนถึงการกำหนดแนวทางบริหารจัดการที่เหมาะสม
ในปี 2569 ETDA ยังเดินหน้าพัฒนาเครื่องมือสำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ AI Ethical Impact Assessment Playbook ซึ่งจะช่วยให้องค์กรประเมินผลกระทบ ความเสี่ยง และประเด็นด้านจริยธรรมก่อนจัดซื้อ พัฒนา หรือนำระบบ AI ไปใช้งาน โดยอิงแนวทางสากล เช่น UNESCO และ ISO แต่ปรับให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและเหมาะกับการใช้งานในองค์กรไทย
Playbook นี้สะท้อนแนวคิดสำคัญว่า AI Governance ไม่ควรถูกมองเป็นเพียงเอกสารประกอบเชิงนโยบาย แต่ควรเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้รอบคอบขึ้น มองเห็นความเสี่ยงตั้งแต่ต้น และออกแบบการใช้ AI โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน
นอกจากนี้ ETDA ยังอยู่ระหว่างพัฒนาแนวทางด้าน AI Value Creation เพื่อสนับสนุนให้องค์กรสร้างคุณค่าจาก AI อย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการจัดทำ AI Watch Series ที่ได้รวบรวมสถานการณ์ แนวโน้ม ความเสี่ยง ในมิติต่างๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโลกได้ทันเวลา
จากแนวทางบนกระดาษ สู่การทดสอบความน่าเชื่อถือของระบบ AI
เมื่อ AI Governance ต้องไปไกลกว่าการมีกรอบแนวปฏิบัติ สิ่งสำคัญต่อมาคือการพิสูจน์ว่า AI ที่ถูกนำมาใช้นั้นมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือเพียงพอ ETDA จึงให้ความสำคัญกับ AI_Governance Testing หรือ การทดสอบความเสี่ยง ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือของระบบ AI ก่อนนำไปใช้งานจริง โดยเฉพาะในภาคส่วนที่มีผลกระทบสูงต่อประชาชน
หนึ่งในก้าวสำคัญของปีนี้ คือการผลักดัน Red Teaming Challenge ครั้งแรกของประเทศ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงของสัปดาห์ AI_Governance Week 2026 เพื่อจำลองสถานการณ์ทดสอบระบบ AI ค้นหาจุดอ่อน อคติ ความไม่ปลอดภัย หรือพฤติกรรมที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อผู้ใช้งานและสังคม โดยเฉพาะในภาคการเงินและธนาคาร ซึ่งเป็น sector ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง
การทดสอบนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อการแข่งขัน แต่เป็นการถอดบทเรียนเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอแนะ การออกแบบ guardrails และแนวทางป้องกันที่เหมาะสม เพื่อให้การใช้ AI ใน sector สำคัญเกิดขึ้นอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบมากขึ้น เพราะความเชื่อมั่นไม่ได้เกิดจากการประกาศว่า AI ปลอดภัย แต่เกิดจากกระบวนการประเมิน ทดสอบ ตรวจสอบ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
จากการอบรม สู่การสร้างคนที่ขับเคลื่อน AI_Governance ได้จริง
AI_Governance จะเกิดผลได้ ไม่ควรเป็นเรื่องของผู้เชี่ยวชาญเพียงกลุ่มเล็ก ๆ แต่ต้องถูกแปลงเป็นความรู้ ทักษะ และแนวปฏิบัติที่คนในแต่ละภาคส่วนเข้าใจและนำไปใช้กับงานของตนเองได้
ในภาครัฐ ETDA เดินหน้าพัฒนาหลักสูตร AI_Governance for Government หรือ AI Gov4Govt เพื่อเสริมความพร้อมให้หน่วยงานรัฐสามารถวางแนวทางการใช้ AI อย่างเหมาะสม พร้อมต่อยอด AI Change Agent Program หรือ AICA ซึ่งดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างบุคลากรที่ทำหน้าที่เป็นผู้ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้าน AI_Governance ภายในองค์กร
ขณะเดียวกัน ETDA ยังให้ความสำคัญกับการสร้าง Train the Trainer หรือวิทยากรตัวคูณด้าน AI_Governance เพื่อขยายผลความรู้ไปยังบุคลากรภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ โดยตั้งเป้าให้เกิด Trainer ไม่น้อยกว่า 80 คน เพื่อให้เกิดการขยายผลต่อโดยเฉพาะในหน่วยงานภาครัฐ ไม่น้อยกว่า 3,000 คน ภายในปี 2570
ในภาคการศึกษา ร่วมกับหน่วยงานสำคัญ เช่น สสวท. สพฐ. UNICEF และเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญ พัฒนาหลักสูตร AI & Digital Ethics for Educators เพื่อสร้างครูแกนนำด้าน AI และจริยธรรมดิจิทัล ให้สามารถนำความรู้ไปบูรณาการในการเรียนการสอน และปลูกฝังความเข้าใจเรื่องการใช้ AI อย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และรับผิดชอบตั้งแต่ในห้องเรียน
ซึ่งในปี 2569 เตรียมพัฒนาครูแกนนำ จาก 100 โรงเรียน ขยายสู่เครือข่ายครูวิทยากรในโรงเรียนต่างๆ ที่ตั้งเป้าหมาย เพิ่มกว่า 1,000 คน
สำหรับ SMEs และชุมชน ETDA เดินหน้าส่งเสริมการใช้ AI เพื่อเพิ่มศักยภาพทางธุรกิจ ผ่านโครงการและหลักสูตรที่ช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจการประยุกต์ใช้ Generative AI, AI Marketing และการเลือกใช้โซลูชันที่เหมาะสมกับธุรกิจในแต่ละพื้นที่ เพื่อปิดช่องว่างด้านความรู้และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยในยุคดิจิทัล
ส่วนในระดับประชาชน ETDA ต่อยอดผ่านหลักสูตร ETDA Digital Citizen หรือ EDC Plus เพื่อยกระดับทักษะดิจิทัลและ AI Literacy ให้คนไทยรู้เท่าทันการใช้ AI อย่างเข้าใจ เมื่ออบรมผ่านจะได้รับประกาศนียบัตรทางอิเล็กทรอนิกส์อีกด้วย
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การสร้าง AI_Governance ไม่ได้หมายถึงการออกกฎหรือแนวทางเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง “คน” ที่เข้าใจและสามารถนำหลักการเหล่านั้นไปใช้ได้จริง
จากแนวคิด สู่ use case จริงใน sector สำคัญ
อีกหนึ่งแนวทางที่ทำให้ AI_Governance เห็นผลเป็นรูปธรรม คือการผลักดันให้เกิด use case จริงใน sector ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชน อย่าง กระบวนการยุติธรรม ผ่านความร่วมมือกับ สำนักงานศาลปกครอง และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมหาแนวคิด นวัตกรรมใหม่ๆ ผ่าน “Responsible AI Innovation Hackathon” ภายใต้แนวคิด AI for Justice เพื่อการพัฒนาโซลูชัน AI ที่ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการของศาลได้สะดวกขึ้น
ลดความซับซ้อนของกระบวนการ และในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงความโปร่งใส ความเป็นธรรม การตรวจสอบได้ และความรับผิดชอบตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ แนวทางนี้ทำให้ AI_Governance สามารถเชื่อมเข้ากับการทำงานได้ และช่วยให้องค์กรเห็นภาพชัดขึ้นว่า การใช้ AI อย่างรับผิดชอบสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไรในบริบทงานจริง
ดัน AIGC สู่ AIGPC: ยกระดับบทบาทไทยสู่ศูนย์กลาง AI ภูมิภาค
การยกระดับจากศูนย์ AIGC สู่ AI_Governance Practice Center หรือ ศูนย์ AIGPC คือก้าวสำคัญของ ETDA ในการขยายบทบาทจากศูนย์ที่มุ่งสร้างองค์ความรู้และแนวทางภายในประเทศ ไปสู่กลไกกลางด้านการปฏิบัติจริงในระดับภูมิภาค
ศูนย์ AIGPC เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงหลักการ AI_Governance และจริยธรรม AI ระดับสากลสู่การปฏิบัติจริง โดยมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ข้อเสนอเชิงนโยบาย เครื่องมือ และกรอบแนวทางที่องค์กรสามารถนำไปใช้ได้จริง ควบคู่กับการติดตามกฎหมาย มาตรฐาน เหตุการณ์ และแนวโน้มด้าน AI Governance ผ่าน AI_Governance Observatory
รวมถึงการสร้างขีดความสามารถของบุคลากรและองค์กร และการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญจากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อน AI_Governance ที่รับผิดชอบ เหมาะสมกับบริบท และขยายผลได้ทั้งในระดับประเทศและภูมิภาค
ขณะนี้ ETDA ยังอยู่ระหว่างผลักดัน ศูนย์ AIGPC เข้าสู่กระบวนการพิจารณารับรองเป็น UNESCO Category 2 Centre เพื่อยกระดับบทบาทของประเทศไทยในฐานะ Regional Hub ด้าน AI_Governance และสนับสนุนประเทศในภูมิภาคให้สามารถพัฒนาและใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาลไปพร้อมกัน






