Tuesday, October 4, 2022
Articlesmetaverse

คณะไอซีที ม.ศิลปากร เตรียมพร้อมสร้างบุคลากรรองรับอุตสาหกรรมสื่อเสมือนจริง

ศูนย์นวัตกรรมสื่อเสมือนจริง คณะไอซีที ม.ศิลปากร วางอนาคตสร้างคนรองรับอุตสาหกรรมสื่อเสมือนจริง จัดกิจกรรมถ่ายทอดองค์ความรู้ จับกระแส metaverse เตรียมความพร้อมเข้าถึงแนวคิดหลักอุตสาหกรรมเกม ในโลกของ AR VR

หาวิทยาลัยศิลปากร และ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร จัดกิจกรรมการสัมมนาถ่ายทอดความรู้ทางด้านสื่อเสมือนจริง (Immersive Media) โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศมาบรรยายและแบ่งปันประสบการณ์ในแง่มุมเทคนิคการนำไปใช้งานต่างๆ ที่พร้อมจะเปิดมุมมองความคิด ให้เกิดการเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ในโลกเสมือนจริง

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมสื่อเสมือนจริง Immersive Media Lab หรือ IML SU ภายใต้แผนงาน โครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System) ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร

โดยมี วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลายรายเข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย นิตย์สิริ อานามวัฒน์ Concept Artist บริษัท Camauflaj บริษัทผู้พัฒนาเกมในสหรัฐอเมริกา, ศจ.โคจิ มิกามิ อาจารย์ School of Media Science, ศจ.ทากาชิ โอตะ จากมหาวิทยาลัย เทคโนโลยีแห่งโตเกียว และ ผศ.ดร.ณัฐพร กาญจนภูมิ คณบดี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร

เฟซบุ๊ก ผู้เขี่ยลูกเปิดเกม โลกเสมือนจริง

เมื่อเฟซบุ๊ก ประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น เมตา (Meta) วางเดิมพันหมดหน้าตักกับโลกอนาคตที่เรียกว่า เมตาเวิร์ส (Metaverse) ความสนใจของทั้งโลกก็พุ่งไปที่เทคโนโลยีเสมือนจริงที่คุ้นเคยกันดี โดยเฉพาะเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (Augmented Reality: AR) และเทคโนโลยีความจริงเสมือน (Virtual Reality: VR) ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจิ๊กซอว์สำคัญของเมตาเวิร์ส

สำนักวิจัยตลาดเทคโนโลยีระดับโลก GlobalData มองว่า นี่คือการปฏิวัติทางเทคโนโลยีครั้งสำคัญ และในปี 2565 จะเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าทั้ง AR และ VR จะเข้าไปมีบทบาทและสร้างการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายอุตสาหกรรม โดยคาดการณ์ว่า ตลาดเทคโนโลยี AR จะโตจาก 7 พันล้านดอลลาร์ในปี 2563 เป็น 1.52 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2573

ขณะที่บริษัทวิจัยตลาด Grand View Research ระบุในส่วนของ VR ว่าภาพรวมตลาดทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยต่อปีในอัตรา 18% ไปอีกไม่ต่ำกว่า 8 ปี จากมูลค่า 1.58 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อปี 2563

ปัจจุบัน ทั้งสองเทคโนโลยีเสมือนจริงข้างต้น ส่วนใหญ่ถูกนำมาใช้อย่างมาก ในการพัฒนาเกมเป็นหลัก และน่าจะยังคงแนวโน้มนี้ต่อไปอีกระยะหนึ่ง ระหว่างที่ขยายขอบเขตเข้าไปยังพื้นที่ของภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยผลสำรวจจาก Perkins Coie ระบุว่า ผู้บริหารบริษัทด้านเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ รวมถึงนักลงทุนทั่วโลก ยังเชื่อมั่นว่า อุตสาหกรรมเกม ยังคงเป็นแม่เหล็กดูดเงินลงทุนก้อนใหญ่สุดสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยี AR/VR

อุตสาหกรรมเกมบนเทรนด์เสมือนจริง

ต้องยอมรับว่าในแง่ผู้บริโภคแล้ว จะรู้จักและคุ้นเคยกับเทคโนโลยีเสมือนจริงผ่านการเล่นเกม และเกมที่โดนใจชาวเกมเมอร์ ก็คือ เกมที่สามารถสร้างประสบการณ์การเล่นที่ตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้เล่นได้ในทุกด้าน ทั้งความตื่นเต้นของเนื้อหาเกม เควสต์ที่ท้าทาย กราฟิกที่ตื่นตาตื่นใจ และประสิทธิภาพเกมที่เล่นได้แบบไม่สะดุด เป็นต้น

นิตย์สิริ อานามวัฒน์ Concept Artist บริษัท Camauflaj บริษัทผู้พัฒนาเกมในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีผลงานล่าสุดที่ออกสู่ตลาดคือ เกม Marvel’s Iron Man VR บอกเล่าประสบการณ์ด้านคอนเซ็ปต์หลักๆ ในการออกแบบ VR game ว่า เกมวีอาร์ส่วนใหญ่ออกแบบในมุมว่า เป็นเกมที่เล่นผ่านมุมมองของบุคคลที่ 1 สิ่งที่เห็นตลอดเวลาคือ แขนและมือ ดังนั้นใช้เวลางานออกแบบราว 70% ไปกับการออกแบบส่วนนี้ เพราะอาวุธต่างๆ ออกจากมือ

เนื่องจากเกมในกลุ่มนี้ ผู้เล่นมีอิสระในการที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม 3 มิติ ซึ่งเป็นพื้นที่เสมือนจริงรอบตัว จึงมีหลายปัจจัยที่ต้องระวัง เพราะเมื่อผู้เล่นมีอิสระมากขึ้น ก็สามารถทำอะไรได้มากขึ้น จึงต้องคอยออกแบบดักว่าผู้เล่นจะทำอะไรบ้าง เพราะถ้ามีอิสระมากเกิน คนออกแบบเกมก็จะไม่รู้ว่าผู้เล่นจะมีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่รอบตัวแบบไหน ซึ่งการออกแบบ game play ต้องให้ผู้เล่นมีการโต้ตอบเป็นไปได้ตามธรรมชาติ

“สรุปก็คือ สิ่งที่ยากที่สุดที่เราต้องคิดอยู่ตลอดเวลา ในฐานะคนที่ทำคอนเซ็ปต์ด้าน Art ในเกมวีอาร์ ก็คือ เตรียมรับมือกับความคาดหวังของผู้เล่น เพราะเมื่อต้องมาอยู่พร้อมกับเกมอื่นๆ ในตลาดที่มีเกมสวยๆ สำหรับเล่นผ่านจอ ซึ่งเป็นกราฟิกที่มีความละเอียดสูง ขณะที่ ด้านการออกแบบกราฟิก ความท้าทายคือ ต้องตอบโจทย์ความคาดหวังของผู้เล่นเรื่องความสวยงามของภาพ แต่ถ้าภาพมีความละเอียดสูงเกินไป ก็จะกระทบกับประสิทธิภาพในการเล่นเกม”

แชร์แนวคิดสำหรับนักออกแบบเกมบนโลกเสมือน

ขณะที่ ศจ.โคจิ มิกามิ อาจารย์ School of Media Science, Tokyo University of Technology แบ่งปันประสบการณ์ในการทำงานวิจัย AR เพื่อการสร้างประสบการณ์การเล่นเกมในอนาคตว่า นับตั้งแต่เกิด VR game รุ่นแรกขึ้นเมื่อปี 2557 ก็มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วจนถึงปัจจุบันที่แตกแขนงมาสู่เกมเสมือนจริงรูปแบบอื่นๆ เพิ่มขึ้น

ส่วนหนึ่งเนื่องจากมีเครื่องมือ Game engine ต่างๆ ช่วยให้นักพัฒนารายเล็กๆ หรือค่ายเกมเล็กๆ สร้างสรรค์และออกแบบเกม และคอนเทนต์ในเกมได้ง่ายขึ้น รวมถึง input devices สำหรับการเล่นเกมมีราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในการออกแบบเกม ต้องทำให้ผู้เล่นรู้สึกว่าเล่นง่าย สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงที่ผู้เล่นรู้สึกว่าเข้าไปอยู่ในนั้น อย่าทำให้ผู้เล่นอารมณ์สะดุด ด้วยการออกแบบที่ไม่สมเหตุสมผลเมื่อเปรียบเทียบกับโลกจริง ทั้งด้านภาพและเสียงในเกม ดังนั้น การเข้าใจธรรมชาติของการรับรู้ในสิ่งต่างๆ จะช่วยให้สามารถออกแบบคอนเทนต์คุณภาพดียิ่งขึ้นได้

ด้าน ศจ.ทากาชิ โอตะ จากสถาบันเดียวกัน เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างการใช้เทคโนโลยี VR และ AR ในการออกแบบเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นกับเกมว่า ใน VR game คนจะมีปฏิกิริยากับสิ่งต่างๆ ในเกมเหมือนตัวเองอยู่ในโลกจริง ขณะที่ AR จะไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยี แต่คือสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน การออกแบบต้องนึกถึงสถานการณ์ต่างๆ ที่คนเราพบเจอในชีวิตประจำวัน

คณะไอซีที ม.ศิลปากร จับกระแส ตั้ง Immersive Media Lab

ในการนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้จัดโครงการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมสื่อเสมือนจริง Immersive Media Lab หรือ IML SU ภายใต้แผนงาน โครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System)

ผศ.ดร.ณัฐพร กาญจนภูมิ คณบดี คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร

โดยหนึ่งในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งคือ การถ่ายทอดความรู้ทางด้านสื่อเสมือนจริง (Immersive Media) โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศมาบรรยายและแบ่งปันประสบการณ์ในแง่มุมเทคนิคการนำไปใช้งานต่างๆ ที่พร้อมจะเปิดมุมมองความคิด ให้เกิดการเรียนรู้ และความคิดสร้างสรรค์ในโลกเสมือนจริง

ผศ.ดร.ณัฐพร กาญจนภูมิ คณบดี เปิดเผยเพิ่มเติมถึงการร่วมจัดตั้งโครงการฯ และกิจกรรมต่างๆ ว่า “คณะไอซีที ของศิลปากร เล็งเห็นแนวโน้มนวัตกรรมเทคโนโลยีทางด้านสื่อเสมือนจริง ที่จะเข้ามามีบทบาทสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อโลกปัจจุบันในหลากหลายมิติ และมองถึงประโยชน์และการสร้างคุณค่าที่จะเกิดขึ้นภายในสังคม”

“ครอบคลุมไปถึงด้านการศึกษา เศรษฐกิจ การแพทย์ สื่อสารสนเทศ ที่ผ่านมา จึงได้เริ่มดำเนินงานศูนย์นวัตกรรมสื่อเสมือนจริง Immersive Media Lab หรือ IML SU ซึ่งอยู่ภายใต้แผนงานโครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย และสร้างสรรค์กิจกรรมต่างๆ เพื่อจะเป็นแรงผลักดันและขับเคลื่อนองค์ความรู้ผ่านกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์”

“รวมถึงการแบ่งปันประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของ Virtual Reality, Augmented Reality, Metaverse รวมถึง NFT สำหรับผู้สนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และเชื่อมโยงเทคโนโลยีเสมือนจริงมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

Leave a Response