Wednesday, July 8, 2026
AINEWS

ทีทีบี จัดกิจกรรม fintalk ชวนพนักงาน “อัปเกรดพอร์ต ชนะตลาดง่ายๆ ด้วยพลัง AI”

ทีทีบี จัดกิจกรรม fintalk ชวนพนักงาน “อัปเกรดพอร์ต ชนะตลาดง่ายๆ ด้วยพลัง AIเสริมสกิลลงทุนยุคใหม่ ปลดล็อกความมั่งคั่งอย่างชาญฉลาด

ทีทีบี มุ่งเสริมสร้างทักษะการลงทุนยุคใหม่ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตทางการเงินให้กับพนักงาน จัดกิจกรรม fintalk “อัปเกรดวิธีจัดพอร์ต ชนะตลาดด้วย AI” ชวน แบงค์ “ชยนนท์ รักกาญจนันท์” CEO Finnomena บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน และ แก๊ปเปอร์-ทัตพล เมธีวิริยาภรณ์ เจ้าของสถาบัน MoneyStudio.co มาพูดคุยพาทุกคนไปทลายขีดจำกัดเดิม ต่อยอดการลงทุนและความมั่งคั่งด้วย AI

เมื่อปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาท ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ พฤติกรรมการค้นหาข้อมูลของผู้คน โดยสมัยก่อนผู้ใช้งานมักค้นหาข้อมูลผ่าน Google Search เพื่อกดลิงก์ไปอ่านตามเว็บต่าง ๆ แต่ในยุคนี้ AI จะสรุปคำตอบออกมาให้ทันที ซึ่งอาจไม่มีแหล่งอ้างอิงข้อมูล หรืออาจสงสัยว่าข้อมูลมีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด

คำถามสำคัญ คือ “เราจะใช้ AI อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด และไม่ตกเป็นเหยื่อของข้อมูลที่คลาดเคลื่อน” เพราะการตัดสินใจลงทุนด้วยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในระยะยาวได้ หลักคิดสำคัญของการใช้ AI ในการลงทุนจึงไม่ใช่ “เชื่อทุกคำตอบ” แต่ใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการค้นคว้า และนำข้อมูลมาตรวจสอบซ้ำก่อนตัดสินใจเสมอ

หัวใจสำคัญ : “คำตอบที่ดี มาจากพรอมต์ (Prompt) ที่ดี”

หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ AI ให้แนะนำหุ้นหรือกองทุนไม่ตรงกับข้อมูลจริง จนรู้สึก AI ไม่น่าเชื่อถือ แต่ในความเป็นจริง คุณภาพของคำตอบขึ้นอยู่กับคุณภาพของคำถาม หรือ Prompt เช่น หากถามว่า “ช่วยเลือกหุ้นปันผลให้หน่อย 5 ตัว” AI อาจตอบได้หลากหลายและกว้างเกินไป แต่หากเปลี่ยนคำถามให้ชัดเจน มีข้อมูลมากขึ้น พร้อมอธิบายเหตุผลในการเลือก คุณภาพของคำตอบจะเปลี่ยนไปทันที

นักลงทุนจึงควรมอง AI เหมือนผู้ช่วยที่ต้องได้รับคำสั่งอย่างชัดเจน ยิ่งกำหนดบทบาท เป้าหมาย และเงื่อนไขได้ละเอียดมากเท่าไร โอกาสได้คำตอบที่มีประโยชน์ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

สูตรลับในการตั้งคำถาม : เฟรมเวิร์ก RTCFC

  • R – Role (บทบาท) : กำหนดบทบาทของ AI เช่น เป็นนักวางแผนการเงิน CFP
  • T – Task (หน้าที่) : ระบุงานที่ต้องการให้ชัดเจน
  • C – Context (บริบท) : ให้ข้อมูลพื้นฐาน
  • F – Format (รูปแบบ) : ระบุการแสดงผลที่ต้องการ หรือกำหนดรูปแบบคำตอบ
  • C – Constraint (ข้อจำกัด) : สิ่งที่ห้ามทำ หรือข้อจำกัดต่าง ๆ

เจาะลึก AI สำหรับนักลงทุนแต่ละช่วงวัย

AI ไม่ได้เหมาะกับนักลงทุนทุกคนในรูปแบบเดียวกัน แต่ควรนำมาประยุกต์เจาะจงใช้ตามช่วงชีวิตและเป้าหมายทางการเงิน ดังเช่นต่อไปนี้

1. วัยสะสมความมั่งคั่งอายุไม่เกิน 35 ปี : ใช้ AI ค้นหาโอกาสเติบโต

เป้าหมายหลักมักเป็นการเพิ่มมูลค่าพอร์ตการลงทุน AI สามารถช่วยค้นหา Megatrend หรือแนวโน้มการลงทุนแห่งอนาคต เช่น เทคโนโลยี AI, Data Center, พลังงานสะอาด หรือเศรษฐกิจอวกาศ และใช้ตั้งคำถามเพื่อหาแนวคิด (Thesis) ในการลงทุน

2. วัยสร้างครอบครัวอายุ 35-45 ปี : ใช้ AI จัดสมดุลพอร์ต

เริ่มมีภาระครอบครัว พอร์ตต้องโตแบบมั่นคงและไม่ผันผวน ควรใช้ AI ในการช่วยจัดสัดส่วนสินทรัพย์ (Asset Allocation) และสรุป Action Plan จากบทวิเคราะห์ต่าง ๆ แทนการอ่านตัวเต็ม

3. วัยใกล้เกษียณ/วัยเกษียณ : ใช้ AI ตรวจสุขภาพการเงิน

เน้นความปลอดภัย ควรใช้ AI สวมบทบาทเป็นที่ปรึกษา CFP เพื่อรีเช็กแผนการเงินว่า “รอดหรือไม่” ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า หากแผนที่วางไว้ยังไม่เพียงพอ AI อาจช่วยชี้ให้เห็นว่าต้องเพิ่มเงินออม และใช้มอนิเตอร์ความเสี่ยงของพอร์ต ทั้งนี้ แนะนำให้ใช้ AI ควบคู่กับที่ปรึกษาทางการเงินที่มีใบอนุญาต เพื่อช่วยตรวจสอบความถูกต้องของคำแนะนำอีกชั้นหนึ่ง

รู้จัก AI ก่อนเลือกใช้ : ปัจจุบัน AI สำหรับนักลงทุนสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก

  1. ผู้ช่วยอเนกประสงค์ : AI กลุ่มนี้เหมาะสำหรับการค้นหาข้อมูลทั่วไป วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจ สรุปข่าว หรือช่วยระดมความคิด จุดเด่นคือสามารถตอบคำถามได้หลากหลายและรวดเร็ว
  2. ผู้ช่วยเฉพาะทาง : AI อีกกลุ่มหนึ่งจะทำงานจากข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้าไปเท่านั้น เช่น การอัปโหลดรายงานกองทุน งบการเงิน หรือบทวิเคราะห์จากสถาบันการเงิน แล้วให้ AI สรุปสาระสำคัญ เปรียบเทียบข้อดีข้อเสีย หรือช่วยตอบคำถามเฉพาะทาง ข้อดีคือมีโอกาสเกิดข้อมูลคลาดเคลื่อนน้อยกว่า

นอกจากนี้ แบงค์ให้ข้อคิดเตือนใจสำหรับนักลงทุนว่า “AI เป็นเพียงเครื่องมือทุ่นแรงที่ทรงพลัง ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ ดังนั้น…ใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูลเสมอ และตัดสินใจด้วยตัวเอง (People in the loop) จะทำให้ช่วย “คิดได้ดีขึ้น” ลงทุนได้ฉลาดขึ้น และสร้างความมั่งคั่งได้อย่างยั่งยืนมากขึ้นในอนาคต”

BCT Expo