
“ เช็กบิล ‘พลังงานสูญเปล่าที่มองไม่เห็น’ พุ่ง 30-40%… ทรูบิสิเนส ปลุกกระแส Smart Energy ยุค AI ชูยุทธศาสตร์ “Connectivity is the New Energy”บูรณาการเครือข่ายอัจฉริยะ เชื่อมโยง AI และ IoT กู้วิกฤตต้นทุนพลังงานครัวเรือนและ SME ไทย
ตีแผ่ “Invisible Waste” ต้นทุนแฝง 30-40% จากพลังงานสูญเปล่า ที่ซ่อนอยู่ในบ้านและธุรกิจ
สถาปัตยกรรมเทคโนโลยี 3 ขั้น สู่ Smart Energy เพื่อการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า
• SENSE — มีหัวใจสำคัญ คือ การรับรู้ทุกยูนิตของการใช้พลังงาน ด้วยศักยภาพของเครือข่ายทรู 5G, ไฟเบอร์ และ NB-IoT ที่สามารถเชื่อมต่อทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น มาตรวัดอัจฉริยะ (Smart Meters) และกล้องวงจรปิดระบบ AI Vision เข้าด้วยกัน จึงยกระดับความสามารถในการเก็บข้อมูลการใช้ไฟฟ้าและพฤติกรรมการใช้งานในทุกพื้นที่ได้อย่างละเอียด
• DECIDE — นำระบบปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถคิด วิเคราะห์ และตัดสินใจลงมือทำแทนมนุษย์ได้อัตโนมัติ (AI Agents) มาใช้ช่วยรวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์การใช้พลังงานได้แบบเรียลไทม์ ผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลาย อาทิ Sovereign AI Agents, Digital Twins และ Edge Cloud เป็นต้น
• ACT — เปลี่ยนข้อมูลเชิงลึก (Insight) ให้กลายเป็นการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายได้จริง ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะช่วยคาดการณ์และสั่งการอุปกรณ์ต่างๆได้อัตโนมัติแบบไร้รอยต่อ พร้อมหน้าจอแสดงผลเพื่อติดตามการใช้พลังงาน จึงช่วยให้เจ้าของบ้านหรือสำนักงานสามารถปรับแต่งการใช้พลังงานได้อย่างเหมาะสม คุ้มค่า และประหยัดค่าใช้จ่าย
บทพิสูจน์ความสำเร็จของระบบพลังงานอัจฉริยะ: บ้านลดค่าไฟ ธุรกิจลดต้นทุน อาคารลด OPEX
• บ้านอัจฉริยะ (Smart Home) ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าภาคครัวเรือนลงถึง 15-25% ต่อเดือน โดยผสานการทำงานร่วมกันของระบบอัจฉริยะต่างๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็น ระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (Networked Chargers) ช่วยบริหารจัดการช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยระบบจะเลือกชาร์จเฉพาะในช่วงเวลาที่มีอัตราค่าไฟฟ้าต่ำที่สุด (Off-Peak) อัตโนมัติ ควบคู่ไปกับการจัดสรรระบบโซลาร์เซลล์ที่ดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่มีปริมาณความเข้มแสงสูงสุด รวมถึงการตัดกระแสไฟฟ้าของอุปกรณ์ต่างๆ ในพื้นที่ที่ไม่มีผู้ใช้งาน เป็นต้น
• ออฟฟิศ/อาคารอัจฉริยะ (Smart SME/Building) ครอบคลุมกรณีศึกษาในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ
– ธุรกิจค้าปลีก (Retail) นำร่องใช้งานไปแล้วกว่า 1,000 ร้านค้า สามารถประหยัดพลังงานจากการควบคุมระบบทำความเย็น แสงสว่าง และเครื่องปรับอากาศได้ถึง 22%
– ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage / Restaurant) การติดตั้งเซ็นเซอร์อัจฉริยะตรวจวัดเพื่อคาดการณ์การบำรุงรักษาอุปกรณ์ (Predictive Maintenance) ช่วยลดความเสี่ยงของการชำรุดและลดโอกาสที่ระบบต้องหยุดชะงัก (Downtime) ลงได้ถึง 30%
– อาคารสำนักงาน (Office) การใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับการใช้งานพื้นที่ ช่วยปรับลดการใช้พลังงานหลังเวลาทำการที่ไม่จำเป็น ส่งผลให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX) ลงได้ 28%
– โรงงานและอุตสาหกรรม (Factory & Industrial) การเชื่อมต่อความเร็วสูงช่วยให้ระบบการผลิตอัจฉริยะสามารถสับเปลี่ยนช่วงเวลาทำงานของเครื่องจักรหนักที่มีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานสูงไปอยู่ในช่วง Off-Peak ได้แบบอัตโนมัติ ช่วยลดการใช้พลังงานจำเพาะลงได้ 18% กิโลวัตต์-ชั่วโมง ต่อหน่วย








