Friday, September 4, 2026
AIArticlesManagementSpecial Report

โจทย์ใหม่ของผู้บริหารยุค AI Enterprise คือ Workforce Transformation

บรรทัดสุดท้ายของรายงาน 2026 AI Jobs Barometer กำลังสะท้อนถึงสถานการณ์ที่ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่เป็น การเปลี่ยนแปลง Operating Model ขององค์กร ไม่ใช่แค่ AI Transformation แต่คือ Workforce Transformation

มื่อ AI สามารถทำงานพื้นฐานได้มากขึ้น งานของมนุษย์จะค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปสู่กิจกรรมที่ต้องใช้การตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และความรับผิดชอบมากขึ้น

สำหรับ CIO, CHRO และผู้บริหารระดับสูง นี่ทำให้ AI Transformation ไม่สามารถแยกออกจาก Workforce Transformation ได้อีกต่อไป

การเข้ามาของ Artificial Intelligence ในโลกการทำงานมักมาพร้อมกับคำถามว่า AI จะเข้ามาแทนที่มนุษย์มากน้อยเพียงใด และตำแหน่งงานประเภทใดกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง

แต่ข้อมูลล่าสุดจาก รายงาน 2026 AI Jobs Barometer ของ PwC กำลังชี้ให้เห็นอีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจกว่า นั่นคือ AI อาจไม่ได้กำลังลดคุณค่าของแรงงานมนุษย์ ตรงกันข้าม เทคโนโลยีกำลังทำให้ทักษะบางอย่างของมนุษย์มีมูลค่าสูงขึ้น และกำลังแบ่งตลาดแรงงานออกเป็น “สองเส้นทาง” อย่างชัดเจน

เส้นทางแรกคือ งานที่ AI เข้ามาช่วย ยกระดับความสามารถและความเชี่ยวชาญของมนุษย์ ทำให้คนสามารถตัดสินใจ วิเคราะห์ และสร้างผลงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

ส่วนอีกเส้นทางคือ งานที่ AI เข้ามาช่วย ลดความซับซ้อนของงาน ทำให้ผู้ที่มีประสบการณ์น้อยสามารถปฏิบัติงานบางอย่างได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ความแตกต่างระหว่างสองเส้นทางนี้กำลังส่งผลโดยตรงต่อทั้ง จำนวนตำแหน่งงาน ค่าจ้าง และทักษะที่องค์กรต้องการ

เมื่อ AI ยิ่งเก่ง ทักษะมนุษย์ยิ่งมีราคา

PwC วิเคราะห์ประกาศรับสมัครงานมากกว่าหนึ่งพันล้านตำแหน่งใน 6 ทวีป และพบว่า งานในกลุ่มที่ AI ช่วยยกระดับความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เช่น นักรังสีวิทยาและนักสรรหาบุคลากร มีการเติบโตของตำแหน่งงานมากกว่างานที่ AI ช่วยลดความซับซ้อนในการปฏิบัติงานถึง 2 เท่า และมีอัตราการเติบโตของค่าจ้างสูงกว่าถึง 42%

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนประเด็นสำคัญว่า การมี AI ไม่ได้หมายความว่าความเชี่ยวชาญของมนุษย์จะมีความสำคัญลดลงโดยอัตโนมัติ

ในหลายอาชีพ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกลับเป็นตรงกันข้าม เพราะเมื่อ AI สามารถรับผิดชอบงานพื้นฐาน การค้นหาข้อมูล การประมวลผล หรือกิจกรรมที่เป็น Routine Work ได้มากขึ้น มนุษย์จึงถูกคาดหวังให้รับผิดชอบงานในระดับที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์บริบท การตัดสินใจ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน หรือการใช้วิจารณญาณในสถานการณ์ที่ไม่มีคำตอบตายตัว

นั่นทำให้ Human Skills อย่างความคิดสร้างสรรค์ การใช้วิจารณญาณ ภาวะผู้นำ การสื่อสาร และความสามารถในการปรับตัว กลายเป็นทักษะที่มีความสำคัญมากขึ้นในยุค AI

Entry-Level กำลังถูกนิยามใหม่

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดเกิดขึ้นกับตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น หรือ Entry-Level Jobs

ในอดีต เส้นทางการพัฒนาคนทำงานมักเริ่มจากงานพื้นฐาน ก่อนจะสะสมประสบการณ์ ความรู้ และทักษะในการตัดสินใจ เพื่อก้าวขึ้นไปทำหน้าที่ที่ซับซ้อนมากขึ้นในระดับ Senior แต่ AI กำลังทำให้เส้นทางดังกล่าวเปลี่ยนไป…

จากการวิเคราะห์ตำแหน่งงานระดับแรกเข้า 2.4 ล้านตำแหน่งในสหรัฐฯ PwC พบว่า งานที่เกี่ยวข้องกับ AI ในระดับสูงมีแนวโน้มต้องการทักษะซึ่งเดิมมักคาดหวังจากบุคลากรระดับอาวุโส ไม่ว่าจะเป็น ภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ และการสื่อสารแบบเผชิญหน้า มากกว่างานอื่นถึง 7 เท่า

ขณะเดียวกัน ตำแหน่งงานระดับแรกเข้า ที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้นถึง 35% นับตั้งแต่ปี 2562 สวนทางกับตำแหน่งงานระดับแรกเข้าประเภทอื่นที่ลดลงประมาณ 10%

นี่จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของ งานหายหรืองานเพิ่ม แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเส้นทางอาชีพ

คนรุ่นใหม่อาจมี AI เป็นเครื่องมือช่วยทำงานตั้งแต่วันแรก แต่ในอีกด้านหนึ่ง นายจ้างก็อาจคาดหวังให้พวกเขามีความสามารถในการคิด วิเคราะห์ สื่อสาร และตัดสินใจในระดับที่สูงขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการทำงานเช่นกัน

พีท บราวน์ หัวหน้ากลุ่มธุรกิจกำลังแรงงานระดับโลกของ PwC มองว่า ความสัมพันธ์แบบเดิมระหว่าง ประสบการณ์ กับ ความเชี่ยวชาญ กำลังเปลี่ยนไป เพราะ AI สามารถลดงานประจำบางประเภทที่เคยทำหน้าที่เป็นสนามฝึกฝนสำหรับพนักงานใหม่

โจทย์ขององค์กรจึงไม่ใช่เพียงการนำ AI มาใช้ แต่ต้องคิดต่อว่า จะสร้างคนเก่งรุ่นต่อไปอย่างไร หากงานพื้นฐานจำนวนหนึ่งที่เคยใช้เป็นพื้นที่สะสมประสบการณ์กำลังถูก AI รับหน้าที่แทน

บริษัทที่ใช้ AI มาก ไม่ได้จ้างคนน้อยลง

อีกหนึ่งสมมติฐานที่รายงานฉบับนี้กำลังตั้งคำถาม คือ การลงทุนใน AI จำเป็นต้องนำไปสู่การลดจำนวนพนักงานหรือไม่ ข้อมูลของ PwC กลับพบภาพที่แตกต่างออกไป

บริษัทในอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับ AI สูงมีผลิตภาพแรงงานเพิ่มขึ้น 34% ในปี 2568 เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่ำมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น 24% แต่ความแตกต่างที่ชัดเจนยิ่งกว่าเกิดขึ้นในกลุ่มบริษัทที่สามารถใช้ประโยชน์จาก AI ได้ดีที่สุด

บริษัท 20% แรกที่ PwC จัดอยู่ในกลุ่ม super-star companies มีผลิตภาพแรงงานเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 163% เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 หรือเกือบ 5 เท่าของค่าเฉลี่ยบริษัทในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ AI สูง

และสิ่งสำคัญคือ ผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับการลดจำนวนพนักงานเสมอไป บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงมีจำนวนพนักงานเติบโตถึง 52% เมื่อเทียบกับฐานปี 2561 ขณะที่บริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่ำมีการเติบโตของจำนวนพนักงาน 36%

ค่าจ้างก็แสดงแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงมีการเติบโตของค่าจ้าง 24% เทียบกับ 17% ในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ AI ต่ำ

ข้อมูลชุดนี้ทำให้เห็นภาพว่า สำหรับองค์กรที่สามารถใช้ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI อาจไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียง Cost-Cutting Tool แต่สามารถกลายเป็น Growth Engine ที่ช่วยให้องค์กรสร้างผลิตภาพ รายได้ และโอกาสในการเติบโตใหม่

โจ แอตกินสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่าย AI ระดับโลกของ PwC ระบุว่า “บริษัทที่ได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนด้าน AI คือองค์กรที่นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเสริมความสามารถและความเชี่ยวชาญของมนุษย์ เร่งนวัตกรรม และสร้างแหล่งมูลค่าใหม่ มากกว่ามุ่งใช้ระบบอัตโนมัติเพื่อทดแทนแรงงานเพียงอย่างเดียว”

ทักษะ AI กลายเป็น Premium Skill

ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดแรงงานกำลังส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่า ความสามารถด้าน AI กำลังมีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้น รายงานพบว่า พนักงานที่มีทักษะ AI ได้รับ ค่าจ้างเพิ่มพิเศษเฉลี่ย หรือ Wage Premium สูงถึง 62% เพิ่มขึ้นจาก 57% ในปีก่อนหน้า

บางอุตสาหกรรมมีส่วนต่างสูงกว่านั้นมาก เช่น กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มี Wage Premium สูงถึง 118% ขณะที่ภาครัฐและภาคสาธารณะอยู่ที่ประมาณ 16% ขณะเดียวกัน ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะด้าน AI กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

PWC

ตำแหน่งงานที่ต้องการความสามารถอย่าง Prompt Engineering และ Machine Learning เพิ่มขึ้น 69% เทียบกับตลาดงานโดยรวมที่เติบโตเพียง 9% หรือกล่าวได้ว่า งานที่ต้องใช้ทักษะ AI กำลังเติบโตเร็วกว่าตลาดแรงงานโดยรวมเกือบ 8 เท่า

ในปี 2568 จำนวนตำแหน่งงานด้าน AI ยังสูงเกือบสองเท่าของปี 2567 และมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าตลาดงานโดยรวมนับตั้งแต่ปี 2558

หากพิจารณาในระดับอุตสาหกรรม กลุ่มเทคโนโลยี สื่อ และโทรคมนาคมมีสัดส่วนตำแหน่งงานด้าน AI สูงที่สุดที่ 11% ตามด้วยบริการวิชาชีพ 6% ขณะที่อุตสาหกรรมสุขภาพยังมีสัดส่วนต่ำกว่า 1%

โจทย์ใหม่ของผู้บริหาร ไม่ใช่แค่ AI Transformation แต่คือ Workforce Transformation

หากมองตัวเลขทั้งหมดร่วมกัน สิ่งที่ 2026 AI Jobs Barometer กำลังสะท้อนอาจไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่เป็น การเปลี่ยนแปลง Operating Model ขององค์กร

เมื่อ AI สามารถทำงานพื้นฐานได้มากขึ้น งานของมนุษย์จะค่อยๆ เคลื่อนขึ้นไปสู่กิจกรรมที่ต้องใช้การตัดสินใจ ความคิดสร้างสรรค์ การสื่อสาร และความรับผิดชอบมากขึ้น

สำหรับ CIO, CHRO และผู้บริหารระดับสูง นี่ทำให้ AI Transformation ไม่สามารถแยกออกจาก Workforce Transformation ได้อีกต่อไป

องค์กรอาจต้องกลับมาทบทวนตั้งแต่ Job Design, Career Path, Learning & Development ไปจนถึง Performance Management ว่าจะออกแบบระบบการทำงานอย่างไร เมื่อ AI Literacy และ Human Skills ต้องทำงานควบคู่กัน

เซีย พาตอน หุ้นส่วนสายงานปรึกษา บริษัท PwC ประเทศไทย ระบุว่า “เมื่อ AI กลายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวัน ความสามารถทางเทคนิคเพียงอย่างเดียวจะไม่เพียงพออีกต่อไป”

“องค์กรต้องการบุคลากรที่สามารถใช้วิจารณญาณ คิดอย่างมีเหตุผล สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตัดสินใจอย่างมีจริยธรรมเมื่อต้องทำงานร่วมกับข้อมูลหรือคำแนะนำที่สร้างขึ้นโดย AI”

ดังนั้น กลยุทธ์พัฒนาบุคลากรขององค์กรไทยจึงต้องไปไกลกว่าการฝึกพนักงานให้ ใช้ AI เป็น แต่ต้องทำให้พวกเขาสามารถ ประเมิน AI เป็น ตั้งคำถามกับ AI เป็น และตัดสินใจบนพื้นฐานของผลลัพธ์จาก AI ได้อย่างรับผิดชอบ

AI จะไม่สร้างความได้เปรียบ หากองค์กรไม่สามารถยกระดับ “คน” ไปพร้อมกัน

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดจากรายงานของ PwC จึงอาจไม่ใช่ตัวเลขการเติบโตของตำแหน่งงาน AI หรือ Wage Premium 62% แต่คือภาพขององค์กรสองประเภทที่กำลังแยกออกจากกัน

ประเภทแรก มอง AI เป็นเครื่องมือ Automation เพื่อลดต้นทุนและแทนที่งานของมนุษย์ ขณะที่ อีกประเภทใช้ AI เพื่อ Augment Human Capability ทำให้คนทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น สร้างนวัตกรรมได้เร็วขึ้น และเปิดโอกาสให้องค์กรขยายตัวไปสู่ธุรกิจหรือบริการรูปแบบใหม่

ตัวเลขผลิตภาพที่เพิ่มขึ้นถึง 163% ในกลุ่มบริษัทชั้นนำสะท้อนว่า ความแตกต่างระหว่างสองแนวทางนี้อาจมีนัยสำคัญต่อความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวและนั่นอาจนำไปสู่คำถามสำคัญสำหรับผู้บริหารในยุค AI

องค์กรควรวัดความสำเร็จของ AI จากจำนวนงานที่สามารถทำแทนคนได้ หรือควรวัดจากความสามารถในการทำให้ คนหนึ่งคน สามารถสร้างคุณค่าได้มากกว่าเดิม?

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การแข่งขันในยุค AI อาจไม่ได้ตัดสินกันว่าองค์กรใดมี AI ที่เก่งกว่า แต่ตัดสินกันว่า องค์กรใดสามารถออกแบบการทำงานระหว่าง คนกับ AI ให้สร้างคุณค่าได้มากกว่ากัน

Featured Image: magnific

BCT Expo