Friday, August 28, 2026
NEWSTechnology

True SkyBridge พิสูจน์นวัตกรรมใช้จริง เชื่อมโดรน–ข้อมูล–ภารกิจฉุกเฉินบน Command Center เดียว

จาก “ปัวโมเดล” สู่ภารกิจโดรนกลางวิกฤตน้ำท่วมน่าน… True SkyBridge พิสูจน์นวัตกรรมใช้จริง เชื่อมโดรน–ข้อมูล–ภารกิจฉุกเฉินบน Command Center เดียว พร้อมส่งมอบแพลตฟอร์มให้กระทรวงสาธารณสุข ต่อยอดภารกิจเพื่อประชาชน

ท่ามกลางสถานการณ์อุทกภัยที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการเข้าถึงหลายพื้นที่ในจังหวัดน่าน  ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้นำโดรนเข้าร่วมภารกิจส่งสิ่งของจำเป็นและสำรวจพื้นที่ พร้อมนำ True SkyBridge แพลตฟอร์มโลจิสติกส์ทางอากาศอัตโนมัติที่พัฒนาโดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรมทรู

ซึ่งได้เปิดตัวร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขเมื่อเดือนที่ผ่านมา เข้าสู่การปฏิบัติภารกิจฉุกเฉินจริง เชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศ ข้อมูลจากพื้นที่ และการบริหารจัดการภารกิจไว้บนระบบเดียว เพื่อช่วยให้การปฏิบัติงานในพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ครั้งนี้ โจทย์ไม่ได้มีเพียงการนำโดรนขึ้นบินเพื่อส่งสิ่งของเข้าไปยังพื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินมีข้อจำกัด แต่คือการทำให้โดรนหลากหลายประเภท หลายเส้นทาง และหลากหลายทีมปฏิบัติงาน สามารถทำงานร่วมกันบนภาพสถานการณ์เดียวกัน ทรูจึงได้นำ True SkyBridge Platform Suite มาใช้งานเต็มรูปแบบ

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

โดยมีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัวเป็นศูนย์กลางการปฏิบัติการเชื่อม 3 ความสามารถสำคัญ ได้แก่ Air Logistics หรือระบบขนส่งทางอากาศ, 3D Aerial Intelligence หรือระบบสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นที่สามมิติจากอากาศ และ Emergency Command Center หรือศูนย์บริหารจัดการภารกิจฉุกเฉิน เพื่อเชื่อมโยงการส่งความช่วยเหลือ การสำรวจพื้นที่ และการบริหารจัดการภารกิจไว้บนแพลตฟอร์มเดียว

และเมื่อภารกิจครั้งนี้สิ้นสุดลง เทคโนโลยีไม่ได้เดินทางกลับไปพร้อมทีมทรู แต่ทรูได้ส่งมอบ True SkyBridge Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุขเพื่อนำไปใช้และต่อยอด เพิ่มขีดความสามารถในการรับมือภารกิจด้านสาธารณสุขและสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่าสถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่านครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่า เทคโนโลยีสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขในภาวะฉุกเฉินได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่การเดินทางมีข้อจำกัด การมีแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทั้งการขนส่ง การสำรวจข้อมูล และการบริหารภารกิจ จะช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อประชาชนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ภารกิจครั้งนี้ยังถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและทรู จาก ‘ปัวโมเดล’ ที่เริ่มต้นทดสอบการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศเมื่อเดือนกรกฎาคม สู่การนำแพลตฟอร์มมาใช้งานจริงในสถานการณ์ฉุกเฉินครั้งนี้  และที่สำคัญ เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จบลงพร้อมกับภารกิจที่น่าน แต่ทรูได้ส่งมอบ True SkyBridge Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุขนำไปใช้และต่อยอด เพื่อเพิ่มความพร้อมในการดูแลประชาชนในพื้นที่อื่น ๆ เมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินในอนาคต

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าภารกิจที่น่านครั้งนี้คือบทพิสูจน์สำคัญของ True SkyBridge เพราะเราไม่ได้อยู่ในสถานการณ์จำลองอีกต่อไป แต่กำลังนำเทคโนโลยีมาใช้ท่ามกลางเหตุการณ์จริง สิ่งที่เราเห็นชัดคือ ในภาวะฉุกเฉิน เราไม่ได้ต้องการเพียงโดรนที่บินได้ แต่ต้องการแพลตฟอร์มกลางที่ทำให้โดรนหลายประเภท หลายเส้นทาง และผู้ปฏิบัติงานจากหลายฝ่าย สามารถมองเห็นสถานการณ์เดียวกันและทำงานร่วมกันได้

สำหรับทรู นวัตกรรมจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อสามารถนำมาแก้ปัญหาได้จริงในวันที่ประชาชนต้องการ และเมื่อพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างประโยชน์ได้ สิ่งสำคัญคือการทำให้ขีดความสามารถนั้นถูกนำไปใช้ต่อได้ นั่นคือเหตุผลที่เราส่งมอบ Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ไม่ได้จบลงพร้อมภารกิจที่น่าน แต่สามารถนำไปต่อยอดเพื่อดูแลประชาชนในสถานการณ์อื่น ๆ ต่อไป

Emergency in Action — จากโจทย์ที่เคยทดสอบ สู่การรับมือสถานการณ์จริง

เมื่อ 16 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุข ทรู และภาคีเครือข่าย ได้เริ่มต้น “ปัวโมเดล” ที่จังหวัดน่าน พร้อมทดสอบการขนส่งยาและเวชภัณฑ์ทางอากาศในสถานการณ์จำลองที่เส้นทางคมนาคมภาคพื้นดินถูกตัดขาด ผ่านภูเขาและพื้นที่เข้าถึงยาก

จากโจทย์ที่ออกแบบไว้สำหรับการรับมือภัยพิบัติ วันนี้ True SkyBridge ถูกนำมาใช้งานในสถานการณ์จริง เมื่ออุทกภัยส่งผลกระทบต่อการเดินทางในจังหวัดน่าน โดยโดรนถูกนำมาใช้ทั้งการขนส่งสิ่งของจำเป็นและการสำรวจพื้นที่ ขณะที่แพลตฟอร์มทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและการปฏิบัติการ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถบริหารจัดการภารกิจได้จากภาพสถานการณ์เดียวกัน นับเป็นอีกก้าวของ True SkyBridge จากการพิสูจน์ว่า  โดรนสามารถบินและขนส่งได้  สู่การพิสูจน์ว่า  ระบบสามารถทำงานได้จริงภายใต้ข้อจำกัดของสถานการณ์ฉุกเฉิน

Emergency Command Center — จากบริหารโดรนทีละลำ สู่การมองเห็นทั้งปฏิบัติการจากศูนย์กลางเดียว

ในสถานการณ์ภัยพิบัติ ความท้าทายไม่ได้อยู่เพียงที่การมีโดรนพร้อมใช้งาน แต่อยู่ที่การบริหารโดรนหลายประเภท หลายเที่ยวบิน หลายเส้นทาง และผู้ปฏิบัติการหลายฝ่าย ให้สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

True SkyBridge Emergency Command Center จึงทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มกลางในการรวบรวมและบริหารข้อมูลการปฏิบัติการ ตั้งแต่สถานะและความพร้อมของอากาศยาน เส้นทางและพื้นที่ปฏิบัติการ ลำดับเที่ยวบิน ประเภทสิ่งของที่ขนส่ง ไปจนถึงสถานะของแต่ละภารกิจ เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถมองเห็นภาพรวมและติดตามการปฏิบัติการจากศูนย์กลางเดียว

ด้วยแนวคิด Multi-Drone • Multi-Purpose • One Platform  ระบบยังได้รับการออกแบบให้รองรับอากาศยานและผู้ปฏิบัติการที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับโดรนของผู้ผลิตรายใดรายหนึ่ง ทำให้สามารถเลือกใช้อากาศยานให้เหมาะกับระยะทาง น้ำหนักบรรทุก สภาพพื้นที่ และวัตถุประสงค์ของแต่ละภารกิจ ซึ่งนับเป็นการยกระดับจากการ  “บริหารโดรนทีละลำ” สู่การ “บริหารเครือข่ายการปฏิบัติการทางอากาศในภาวะฉุกเฉิน”  บนแพลตฟอร์มเดียว

3D Aerial Intelligence — จาก “ส่งความช่วยเหลือ” สู่ “ดวงตาบนท้องฟ้า”

อีกหนึ่งความสามารถสำคัญที่นำมาใช้ในภารกิจครั้งนี้ คือ “3D Aerial Intelligence” ซึ่งขยายบทบาทของโดรนจากการขนส่งไปสู่การเป็น “ดวงตาบนท้องฟ้า” ผ่านการสำรวจทางอากาศและการทำแผนที่สามมิติ หรือ “3D Mapping” ระบบสามารถสร้างข้อมูลพื้นที่จากมุมสูง เพื่อช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นสภาพพื้นที่ จุดที่เข้าถึงยาก และข้อมูลที่จำเป็นต่อการประเมินสถานการณ์และวางแผน โดยช่วยลดความจำเป็นในการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปสำรวจพื้นที่เสี่ยงในขั้นแรก

True SkyBridge จึงสามารถทำงานได้สองทิศทางพร้อมกัน คือ 1. Deliver — นำความช่วยเหลือเข้าไป ผ่าน Air Logistics สำหรับขนส่งยา เวชภัณฑ์ อาหาร และสิ่งของจำเป็นไปยังพื้นที่ที่การเดินทางภาคพื้นดินมีข้อจำกัด และ 2.Survey — นำข้อมูลกลับมาเพื่อช่วยการตัดสินใจผ่าน Aerial Survey และ 3D Mapping เพื่อเพิ่มการมองเห็นสถานการณ์จากพื้นที่จริงก่อนเชื่อมข้อมูลและการปฏิบัติการทั้งหมดกลับเข้าสู่ “Emergency Command Center” เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องสามารถเห็นภาพรวมและบริหารจัดการจากศูนย์กลางเดียว

ภารกิจจบ แต่แพลตฟอร์มยังอยู่ — ส่งต่อขีดความสามารถให้ระบบสาธารณสุข

หลังการปฏิบัติภารกิจที่จังหวัดน่าน ทรูได้ส่งมอบ True SkyBridge Emergency Command Center ให้กระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปประยุกต์ใช้และต่อยอดกับภารกิจตามความจำเป็นในอนาคต

ด้วยการออกแบบในลักษณะ Open Platform ระบบสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับอากาศยานและผู้ปฏิบัติการที่หลากหลาย และสามารถพัฒนาต่อยอดเพื่อเชื่อมโยงกับโรงพยาบาล หน่วยบริการสาธารณสุข จังหวัด และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้ในอนาคต เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียงการส่งมอบเทคโนโลยี แต่คือการส่งต่อขีดความสามารถใหม่ให้ระบบสาธารณสุข เพื่อให้พร้อมนำมาใช้ในวันที่ประชาชนและประเทศต้องการ

จาก Innovation สู่ Infrastructure — เทคโนโลยีที่พร้อมทำงานเมื่อประเทศต้องการ

True SkyBridge พัฒนาขึ้นโดยมองผลลัพธ์ที่มากกว่าตัวเทคโนโลยี แต่เป็นการสร้างขีดความสามารถใหม่ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง

  • เพื่อประชาชน — เพิ่มโอกาสให้ยา เวชภัณฑ์ และสิ่งจำเป็นเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • เพื่อแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข — เพิ่มเครื่องมือในการส่งทรัพยากรและรับข้อมูลจากพื้นที่เพื่อประกอบการตัดสินใจ
  • เพื่อโรงพยาบาลและจังหวัด — ขยายขีดความสามารถด้าน Medical Logistics พร้อมเพิ่มการมองเห็นสถานการณ์และการบริหารทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน
  • เพื่อประเทศ — วางรากฐานของ  Autonomous Air Logistics และ Aerial Intelligence Infrastructure  ที่สามารถต่อยอดสู่การสาธารณสุข การรับมือภัยพิบัติ และการบริหารจัดการพื้นที่ในอนาคต

สำหรับทรู โครงสร้างพื้นฐานในโลกยุคใหม่ไม่ได้หมายถึงเพียงเครือข่ายที่เชื่อมต่อผู้คน แต่รวมถึงการนำ  Connectivity, Data, AI และ Innovation  มาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างขีดความสามารถใหม่ให้กับประเทศ และเปลี่ยนนวัตกรรมจากสิ่งที่ “ทดลองได้” ให้กลายเป็นสิ่งที่ “พร้อมใช้ได้จริงในวันที่ประเทศต้องการ”

BCT Expo