
“งานประชุม AI โลก (WAIC 2026) สะท้อนให้เห็นว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ใช่เพียง “เทคโนโลยีใหม่” แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจดิจิทัลในระดับเดียวกับอินเทอร์เน็ต คลาวด์ และสมาร์ตโฟนในอดีต
งาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–20 กรกฎาคม 2026 ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ถือเป็นงาน AI ที่ใหญ่ที่สุดของจีน และปีนี้มีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะไม่ใช่แค่การแสดงเทคโนโลยี AI แต่เป็นเวทีที่จีนใช้ประกาศวิสัยทัศน์ด้าน AI Governance และการแข่งขันเชิงภูมิรัฐศาสตร์ (AI Geopolitics) กับสหรัฐฯ อย่างชัดเจน ภายใต้ธีม AI Partnership for a Brighter Future
ประเด็นสำคัญที่สุดของ WAIC 2026
1. จีนประกาศบทบาทผู้นำ AI โลก
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง กล่าวสุนทรพจน์เปิดงาน โดยเน้นว่า AI ควรเป็น “เทคโนโลยีสาธารณะของโลก” (Global Public Good) ไม่ใช่เทคโนโลยีที่ถูกผูกขาดโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง
ประเด็นสำคัญ ได้แก่
- สนับสนุนการพัฒนา Open-source AI
- คัดค้านการจำกัดการส่งออกเทคโนโลยี AI
- เรียกร้องให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถเข้าถึง AI ได้อย่างเท่าเทียม
- ผลักดันกฎเกณฑ์ AI ผ่านความร่วมมือระหว่างประเทศ แทนการแข่งขันแบบแบ่งขั้ว
สารนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้นโยบายควบคุมการส่งออกชิปและ AI ของสหรัฐฯ โดยตรง
2. เปิดตัว World AI Cooperation Organization (WAICO)
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการผลักดัน World AI Cooperation Organization (WAICO)
องค์กรนี้มีเป้าหมาย
- สร้างมาตรฐาน AI ระดับโลก
- ส่งเสริมความร่วมมือด้าน AI
- สนับสนุนประเทศกำลังพัฒนา
- พัฒนาหลักเกณฑ์ AI Governance
นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า WAICO คือ “เวทีคู่ขนาน” ของแนวทางที่สหรัฐฯ และพันธมิตรตะวันตกกำลังผลักดัน และสะท้อนการแข่งขันในการกำหนดมาตรฐาน AI โลก
3. AI Governance กลายเป็นหัวข้อหลักของโลก
แทนที่จะพูดถึง GenAI เพียงอย่างเดียว ปีนี้หัวข้อสำคัญกลับเป็น
- AI Safety
- Responsible AI
- AI Regulation
- Human-centric AI
- International Governance
หลายประเทศเห็นตรงกันว่า AI ต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของมนุษย์ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมกับความปลอดภัย
4. Open-source AI กลายเป็นยุทธศาสตร์ของจีน
จีนประกาศชัดเจนว่าจะใช้ Open-source เป็นจุดแข็งในการแข่งขัน
ตัวอย่างบริษัทที่ได้รับความสนใจ ได้แก่
- DeepSeek
- Moonshot AI (Kimi K3)
- Zhipu AI
- MiniMax
แนวทางนี้ต่างจากผู้ให้บริการ AI ตะวันตกหลายรายที่เน้นโมเดลเชิงพาณิชย์ โดยจีนมุ่งให้ AI มีต้นทุนต่ำและเข้าถึงได้ง่ายสำหรับประเทศกำลังพัฒนา
5. AI Infrastructure คือหัวใจของการแข่งขัน
ปีนี้ไม่ได้พูดเฉพาะโมเดล AI แต่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด เช่น
- AI Supercomputing
- AI Datacenter
- AI Chips
- Large Model Training
- Edge AI
- AI Cloud
- AI Networking
จีนชูความพร้อมของระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนา AI ระดับประเทศ
6. Embodied AI และ Humanoid Robot ได้รับความสนใจมากขึ้น
หนึ่งในเทรนด์เด่นของงานคือ
- Humanoid Robot
- AI Robotics
- Autonomous Agent
- Physical AI
- Embodied Intelligence
สะท้อนว่าการแข่งขันกำลังขยับจาก AI บนหน้าจอไปสู่ AI ที่สามารถปฏิบัติงานในโลกจริง ทั้งภาคอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ และบริการ
7. AI for Industry
งานปีนี้แสดงให้เห็นว่า AI ถูกนำไปใช้จริงในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่
- Manufacturing
- Healthcare
- Finance
- Transportation
- Smart City
- Scientific Research
- Autonomous Driving
AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์เพิ่มผลิตภาพ (Productivity Engine) มากกว่าการเป็นเพียงผู้ช่วยสร้างเนื้อหา
8. งานมีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์
WAIC 2026 มีข้อมูลที่น่าสนใจ ได้แก่
- พื้นที่จัดแสดงกว่า 100,000 ตารางเมตร
- บริษัทเข้าร่วมมากกว่า 1,100 บริษัท
- ผลงานจัดแสดงกว่า 3,000 รายการ
- ผลิตภัณฑ์ AI เปิดตัวใหม่มากกว่า 300 รายการ
บทสรุป
หาก WAIC เมื่อ 2–3 ปีก่อนเน้นการแข่งขันด้าน Large Language Models ปี 2026 แสดงให้เห็นว่าการแข่งขันได้ขยายไปสู่ 4 มิติหลัก ได้แก่
- AI Infrastructure โครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการประมวลผล
- AI Applications การประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม
- AI Governance การกำหนดกติกา มาตรฐาน และความปลอดภัยของ AI
- AI Geopolitics การแข่งขันเพื่อกำหนดระเบียบโลกด้าน AI ระหว่างมหาอำนาจ
สำหรับผู้อ่านที่กำลังมองหาประเด็นสำคัญจาก WAIC 2026 มันคือ การแข่งขันด้าน AI ไม่ได้อยู่ที่การสร้างโมเดลที่ทรงพลังที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการแข่งขันเพื่อครอบครอง โครงสร้างพื้นฐาน ระบบนิเวศ มาตรฐาน และความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลในทศวรรษหน้า.
Featured Image: Thaigov.go.th







