
“คปภ. ยกระดับ “ประกันภัยไทย” สู่ความร่วมมือระดับประเทศ ไทย – รัสเซีย เชื่อมภาครัฐ – ภาคธุรกิจ ต่อยอดโอกาสใหม่ด้านการค้า ท่องเที่ยว และสุขภาพ
สำนักงาน คปภ. เดินหน้ายกระดับบทบาทอุ ตสาหกรรมประกันภัยไทยในความร่ วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเชื่อมศักยภาพของภาคธุรกิ จประกันภัยไทยเข้ากับกรอบความร่ วมมือระดับประเทศระหว่ างไทยและรัสเซีย พร้อมขับเคลื่อนในระดับภาคธุรกิ จควบคู่กัน เพื่อเปิดโอกาสใหม่ในการใช้ กลไกประกันภัยสนับสนุนการค้า การท่องเที่ยว และสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมาธิ การร่วมว่าด้วยความร่วมมือทวิ ภาคีไทย-รัสเซีย (Joint Commission on Bilateral Cooperation: JC) ครั้งที่ 9 ณ กรุงมอสโก สหพันธรัฐรัสเซีย
ซึ่งความร่วมมือด้านธุรกิจประกั นภัยได้รับการหยิบยกขึ้นหารื อในมิติด้านเศรษฐกิจและการเงิ นระหว่างสองประเทศ โดยมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และ H.E. Mr. Aleksei Chekunkov รัฐมนตรีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียว่ าด้วยการพัฒนาภูมิภาคตะวั นออกไกลและเขตอาร์กติก เป็นประธานร่วมฝ่ายรัสเซีย
ทั้งนี้ ก่อนการประชุมเต็มคณะ (Plenary) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 เลขาธิการ คปภ. ยังได้รับเชิญเข้าร่วมการหารื อระหว่างประธานร่วมของทั้งสองฝ่ าย เพื่อให้ข้อมู ลและนำเสนอแนวทางที่ธุรกิจประกั นภัยสามารถเข้ามามีบทบาทสนับสนุ นความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่ างไทยและรัสเซีย
ในการหารือ เลขาธิการ คปภ. ได้ผลักดัน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การใช้ศักยภาพของระบบประกันภั ยไทยยกระดับการดูแลนักท่องเที่ ยวและชาวรัสเซียในประเทศไทย ซึ่งมีนักท่องเที่ยวชาวรัสเซี ยเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 1.9 ล้านคนต่อปี โดยเสนอให้ศึกษาความร่วมมื อระหว่างบริษัทประกันภั ยไทยและรัสเซีย อาทิ
การให้บริษัทประกันภัยไทยทำหน้ าที่เป็น Claims Settlement Agent เพื่อประสานสถานพยาบาลและบริ หารจัดการสินไหมในประเทศไทย รวมถึงการพัฒนาความคุ้มครอง ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการด้ านการประกันภัยและการรั กษาพยาบาลได้สะดวกและรวดเร็วยิ่ งขึ้น
อีกประเด็นหนึ่ง คือ การนำศักยภาพด้านประกันภั ยและประกันภัยต่อของไทยมาสนั บสนุนการค้าระหว่างสองประเทศ โดยเสนอให้ศึกษา ความเป็นไปได้ที่บริษัทประกันภั ยไทยจะสนับสนุนด้านการประกันภั ยต่อแก่บริษัทประกันภัยรัสเซีย รวมถึงรูปแบบความคุ้มครองสำหรั บสินค้าที่ขนส่งจากรัสเซียมายั งประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการบริ หารความเสี่ยง สนับสนุนผู้ประกอบการ และ ช่วยลดข้อจำกัดด้านการประกันภั ยที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการค้ าระหว่างกัน
นอกจากการขับเคลื่อนในเวทีระดั บประเทศแล้ว เลขาธิการ คปภ. ยังยกระดับความร่วมมือในระดั บภาคธุรกิจควบคู่กัน โดยนำผู้บริหารระดับสูงจากบริษั ทประกันวินาศภัยชั้นนำของไทย ซึ่งมีส่วนแบ่งตลาดรวมกันมากกว่ าร้อยละ 50 เข้าหารือโดยตรงกับภาคธุรกิจรั สเซีย แสดงถึงความพร้อมและความจริงจั งของอุตสาหกรรมประกันภั ยไทยในการสร้างความร่วมมือระหว่ างประเทศ และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจของทั้ งสองประเทศร่วมกันพัฒนาแนวทางที่ สามารถนำไปสู่การดำเนินงานได้ จริง
ในการหารือกับ SOGAZ Insurance Group ทั้งสองฝ่ายได้ต่อยอดแนวคิ ดการเชื่อมโยงเครือข่ายบริษั ทประกันภัยไทยและรัสเซีย เพื่อยกระดับการให้บริ การและการบริหารสินไหมสำหรั บชาวรัสเซียในประเทศไทย รวมถึงสำรวจโอกาสในการพั ฒนาความคุ้มครองที่ตอบโจทย์นั กท่องเที่ยว นักธุรกิจ และผู้พำนักในประเทศไทย โดยเลขาธิการ คปภ. ได้ยืนยันถึงความพร้อมของอุ ตสาหกรรมประกันภัยไทย และพร้อมสนับสนุนให้ภาคธุรกิ จของทั้งสองประเทศต่อยอดการหารื อไปสู่ความร่วมมือที่ สามารถดำเนินการได้จริง
ขณะที่การหารือกับ R-Pharm เป็นการสานต่อผลการหารื อจากการเยือนเมื่อเดื อนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ครั้งนี้ขยับไปอีกขั้นด้ วยการนำผู้บริหารภาคธุรกิจประกั นภัยไทยเข้าร่วมโดยตรง เพื่อเปลี่ยนจากการมองเห็น “โอกาส” ไปสู่การหา “จุดเริ่มต้น” ของความร่วมมือ โดยมุ่งเชื่อมศักยภาพด้านนวั ตกรรมยา เทคโนโลยี และการรักษาเข้ากับระบบประกันสุ ขภาพของไทย พร้อมสำรวจแนวทางเชื่อมโยง “การประกันภัย–การป้องกัน–การรั กษา–นวัตกรรมทางการแพทย์” เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ ผู้เอาประกันภัยและระบบสุ ขภาพในระยะยาว
เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า “การที่ประเด็นประกันภัยได้รั บการหยิบยกขึ้นหารื อในกลไกความร่วมมือระดับประเทศ แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมประกั นภัยสามารถมีบทบาทต่อเศรษฐกิ จได้มากกว่าการบริหารความเสี่ยง ทั้งการยกระดับการดูแลนักท่ องเที่ยว การสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ และการเชื่อมระบบประกันสุ ขภาพเข้ากับนวัตกรรมทางการแพทย์
บทบาทของสำนักงาน คปภ. จึงไม่ควรหยุดอยู่เพียงการกำกั บดูแลให้ระบบประกันภัยมีความมั่ นคง แต่ต้องเชื่อมศักยภาพของอุ ตสาหกรรมประกันภัยไทยเข้ากั บโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ และสร้างพื้นที่ให้ภาคธุรกิ จไทยก้าวไปสู่ความร่วมมือในระดั บนานาชาติได้มากขึ้น”
“ครั้งนี้เราจึงไม่ได้มารัสเซี ยเพียงเพื่อพูดถึงว่ าอะไรสามารถทำร่วมกันได้ แต่เรานำภาคธุรกิจประกันภั ยไทยมาด้วย เพื่อค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่ สามารถเริ่มทำร่วมกันได้จริง จาก Policy Dialogue ไปสู่ Business Cooperation โดย สำนักงาน คปภ. พร้อมทำหน้าที่เชื่อมภาครัฐ หน่วยงานกำกับดูแล และภาคธุรกิจ เพื่อให้ความร่วมมือไทย–รัสเซี ยก้าวไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้ ทั้งต่อประชาชน ภาคธุรกิจ และเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ” เลขาธิการ คปภ. กล่าว






