Friday, June 5, 2026
NEWS

Cadence-Samsung ขยายเทคโนโลยี 2nm และ 3D IC รับยุค AI

Cadence และ Samsung Foundry เดินหน้าขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยี 2nm และ 3D IC รองรับการเติบโตของ AI Infrastructure และ Physical AI ยุคใหม่

ข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวครั้งใหม่ ครอบคลุมการพัฒนา Memory และ Interface IP ขั้นสูง รวมถึง NVIDIA NVLink-C2C พร้อมยกระดับโฟลว์การออกแบบ EDA และ SDA ที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI และ GPU Acceleration บนเทคโนโลยี 2nm รุ่นที่สองของ Samsung Foundry เพื่อรองรับ AI Infrastructure และ Physical AI รุ่นถัดไป

Cadence (Nasdaq: CDNS) และ Samsung Foundry ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอ Memory และ Interface IP แบบครบวงจร พร้อมขยายการรับรองโซลูชันการออกแบบและวิเคราะห์ระบบ (System Design and Analysis: SDA) ของ Cadence ที่ขับเคลื่อนด้วย Agentic AI ครอบคลุมงานออกแบบดิจิทัล วงจรเฉพาะทาง (Custom Design) และเทคโนโลยี 3D IC สำหรับกระบวนการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung Foundry

โดยความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยส่งมอบแพลตฟอร์มที่พร้อมสำหรับการตรวจสอบและรับรองการออกแบบ (Signoff-Ready Platform) เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคใหม่และการออกแบบระบบ Physical AI สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ อุปกรณ์ Edge Computing และอุปกรณ์อัจฉริยะในหลากหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น.

ต่อยอดจากการประกาศความสำเร็จในปี 2025 ที่ Cadence และ Samsung Foundry ได้รับรองเครื่องมือและ IP ของ Cadence บนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตชิปหลายรุ่นของ Samsung Foundry รวมถึงเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สอง ข้อตกลงความร่วมมือระยะยาวฉบับใหม่นี้จะช่วยขยายพอร์ตโฟลิโอ Memory และ Interface IP ของ Cadence ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดยรวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ NVIDIA NVLink-C2C และไลบรารี CUDA-X ที่เร่งประสิทธิภาพการประมวลผลด้วย GPU

ซึ่งรองรับเทคโนโลยีสำคัญต่าง ๆ อาทิ SerDes ความเร็วสูง, PCIe®, UCIe® และอินเทอร์เฟซหน่วยความจำชั้นนำทั้งหมดบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรรุ่นที่สอง พร้อมทั้งยกระดับการรองรับ Cadence Flows ที่ผ่านการรับรองแล้ว เพื่อให้พันธมิตรในระบบนิเวศสามารถพัฒนาและออกแบบระบบ AI ขนาดใหญ่ ระบบประมวลผลสมรรถนะสูง (HPC) และระบบอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ด้วยประสิทธิภาพที่สูงกว่า การใช้พลังงานที่ต่ำกว่า และระยะเวลาในการนำแบบออกสู่การผลิตจริง (Tapeout) ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น

บอยด์ เฟลป์ส (Boyd Phelps) รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ Silicon Solutions Group ของ Cadence กล่าวว่า การเติบโตอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐาน AI และเทคโนโลยี Physical AI กำลังผลักดันให้อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ก้าวสู่การออกแบบชิปบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงและสถาปัตยกรรม 3D IC มากขึ้น

ซึ่งต้องอาศัยความสามารถด้านการออกแบบ การบูรณาการระบบ และกระบวนการ Signoff ที่มีความแม่นยำและเชื่อถือได้สูง โดยความร่วมมือระยะต่อไประหว่าง Cadence และ Samsung Foundry จะช่วยส่งมอบแพลตฟอร์มที่ผ่านการพิสูจน์การใช้งานในระดับการผลิตจริง เพื่อสนับสนุนลูกค้าในการเร่งพัฒนาและนำระบบ AI และ HPC รุ่นใหม่ออกสู่ตลาดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

จองชิน ชิน (Jongshin Shin) รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายพัฒนาแพลตฟอร์มการออกแบบสำหรับธุรกิจ Foundry ของ Samsung Electronics กล่าวว่า “ความต้องการชิป AI ประสิทธิภาพสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเกิดขึ้นของแอปพลิเคชัน Physical AI ส่งผลให้ลูกค้าหันมาเลือกใช้เทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung Foundry มากขึ้น

โดยความร่วมมือที่ขยายตัวกับ Cadence จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแพลตฟอร์มเซมิคอนดักเตอร์และ 3D IC ผ่านการผสาน Memory และ Interface IP ขั้นสูง รวมถึงโฟลว์การออกแบบที่ได้รับการปรับแต่งเพื่อรองรับงาน AI โดยเฉพาะ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ประสิทธิภาพด้านพลังงาน และการสร้างสรรค์นวัตกรรมในอนาคต”

Agentic AI EDA/SDA Platform และการออกแบบ 3D-IC บนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung Foundry

Cadence และ Samsung Foundry ร่วมส่งมอบโฟลว์การออกแบบที่ผ่านการรับรองอย่างครบวงจรสำหรับเทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สอง โดยครอบคลุมเครื่องมือสำคัญของ Cadence ได้แก่ Innovus™ Implementation System สำหรับการออกแบบวงจรดิจิทัล, Virtuoso® Studio สำหรับการออกแบบวงจรแอนะล็อกและวงจรเฉพาะทาง (Custom Design), Integrity™ 3D IC Platform สำหรับการวางแผนและพัฒนาระบบ 3D IC แบบครบวงจร,

Voltus™ IC Power Integrity Solution สำหรับการวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของระบบพลังงานและการใช้พลังงานในระดับระบบ รวมถึง Quantus™ Extraction Solution และ Tempus™ Timing Solution สำหรับกระบวนการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องของการออกแบบ (Signoff)

นอกจากนี้ Cadence ยังรองรับคุณสมบัติสำคัญของการออกแบบบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตรรุ่นที่สอง โดยผสานการทำงานของ Innovus™ Implementation System และ Genus™ Synthesis Solution เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการพลังงานจากสัญญาณรบกวน (Glitch Power Optimization) ในกระบวนการ Place-and-Route

พร้อมด้วย Smart Hierarchical Flow ที่ช่วยให้นักออกแบบสามารถบรรลุเป้าหมายด้านประสิทธิภาพการทำงาน การใช้พลังงาน และการใช้พื้นที่ของชิป (Performance, Power and Area: PPA) ได้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการลดระยะเวลาในการพัฒนา (Turnaround Time: TAT)

สำหรับการออกแบบ Samsung 3D Cube-H นั้น Cadence ได้สนับสนุนโฟลว์การวางแผน พัฒนา และตรวจสอบการออกแบบแบบครบวงจรสำหรับเทคโนโลยี Hybrid Copper Bonding (HCB) โดยครอบคลุมเครื่องมือสำคัญ ได้แก่ Cadence Cerebrus® Intelligent Chip Explorer, Integrity™ 3D IC, Innovus™ Implementation System, Voltus™ IC Power Integrity (ERA)

และ Pegasus™ Verification System พร้อมรองรับการกำหนดเส้นทางและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อบนซิลิคอนอินเตอร์โพสเซอร์ (Silicon Interposer) แบบอัตโนมัติ รวมถึงการเชื่อมโยงกระบวนการวิเคราะห์ การตรวจสอบ และการรับรองความถูกต้องของการออกแบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดย Tempus™ Timing Solution และ Pegasus™ Verification System ช่วยสร้างความมั่นใจในกระบวนการ Signoff ก่อนเข้าสู่การผลิตจริงได้อย่างครบถ้วนและเชื่อถือได้

ยกระดับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ NVLink-C2C สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI ยุคถัดไป

NVIDIA กำลังใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มการออกแบบชิปขั้นสูงและเทคโนโลยี 3D IC ที่ Cadence และ Samsung Foundry ร่วมพัฒนาขึ้น เพื่อส่งมอบเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูงผ่าน NVIDIA NVLink-C2C และขีดความสามารถด้านการประมวลผลที่เร่งประสิทธิภาพด้วย CUDA-X GPU ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานสำคัญสำหรับระบบ Accelerated Computing ยุคใหม่ พร้อมทั้งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ในการพัฒนาชิป AI สมรรถนะสูงรองรับความต้องการในอนาคต

“ในขณะที่เวิร์กโหลดด้าน AI มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และสถาปัตยกรรมของระบบมีความซับซ้อนมากขึ้น อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์จึงต้องพึ่งพาเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับความซับซ้อนของการจำลองและการออกแบบบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ทิโมธี คอสตา (Timothy Costa) รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Computational Engineering ของ NVIDIA กล่าว

พร้อมเสริมว่า “การนำโฟลว์การออกแบบที่เร่งประสิทธิภาพด้วย GPU ของ Cadence มาใช้งานบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สองของ Samsung Foundry ช่วยให้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านสมรรถนะและการพัฒนาสถาปัตยกรรม AI รุ่นใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีการเชื่อมต่อความเร็วสูง (High-Bandwidth Interconnects) ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น”

สนับสนุนการพัฒนาแพลตฟอร์ม Edge AI รุ่นใหม่ของ Ambarella

Ambarella กำลังพัฒนาแพลตฟอร์ม Edge AI รุ่นใหม่บนเทคโนโลยีการผลิตชิปขนาด 2 นาโนเมตร (2nm) เพื่อสานต่อความเป็นผู้นำด้านชิป AI Perception และ Physical AI System-on-Chip (SoC) ที่มอบประสิทธิภาพสูงควบคู่กับการใช้พลังงานต่ำเป็นพิเศษ สำหรับระบบอัจฉริยะที่ทำงานบริเวณขอบเครือข่าย (Intelligent Edge Systems) ครอบคลุมการใช้งานด้านหุ่นยนต์ โดรน เครื่องจักรอัตโนมัติ และระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะขั้นสูง

“กลยุทธ์ด้าน Edge AI ของ Ambarella มุ่งเน้นการส่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลต่อการใช้พลังงานที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม (Performance per Watt) ควบคู่กับความสามารถในการเร่งการประมวลผล AI ที่ปรับขยายได้ และการประมวลผลข้อมูลจากเซ็นเซอร์หลายประเภทอย่างมีประสิทธิภาพบนเทคโนโลยีกระบวนการผลิตชิปที่ล้ำสมัยที่สุด” ชาน ลี (Chan Lee) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (Chief Operating Officer) ของ Ambarella กล่าว พร้อมเสริมว่า

“ความร่วมมือกับ Cadence และ Samsung Foundry ในการพัฒนา IP สำหรับ PCIe 5.0 บนแพลตฟอร์ม Edge AI รุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี 2 นาโนเมตร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับความซับซ้อนของกระบวนการออกแบบ การตรวจสอบ และการผลิตบนเทคโนโลยีระดับนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การมีโซลูชันด้าน IP และเครื่องมือที่ได้รับการปรับแต่งร่วมกัน

และพร้อมสำหรับกระบวนการ Signoff รวมถึงชุดเครื่องมือออกแบบและ PDK ที่ผ่านการพิสูจน์การใช้งานในระดับการผลิตจริง ช่วยให้ทีมงานของเราสามารถเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยง และมุ่งเน้นการสร้างสรรค์เทคโนโลยีด้าน AI Perception, Physical AI และ Intelligent Edge Computing ที่ใช้พลังงานต่ำได้อย่างเต็มศักยภาพ”

ทั้งนี้ Cadence และ Samsung Foundry เตรียมนำเสนอความก้าวหน้าของความร่วมมือและศักยภาพด้านการออกแบบล่าสุดภายในงาน Samsung Advanced Foundry Ecosystem (SAFE) 2026 ผ่านการบรรยายเชิงเทคนิคและการสาธิตเทคโนโลยีที่แสดงให้เห็นถึงโฟลว์การออกแบบบนเทคโนโลยี 2 นาโนเมตร (2nm) รุ่นที่สอง และเทคโนโลยี 3D IC ซึ่งได้รับการพัฒนาเพื่อรองรับเวิร์กโหลด AI ที่เร่งประสิทธิภาพด้วย GPU โดยเฉพาะ