
“BenQ อัปเกรดพอร์ต AI Solutions เปิดตัวกระดานอัจฉริยะ BenQ Board และ InstaShow รุ่นใหม่ พลิกโฉมวงการการศึกษาและองค์กรยุคไฮบริด
BenQ เปิดตัว BenQ Board Pro RP05 และ BenQ Board Master RM05 กระดานอัจฉริยะที่ขับเคลื่อนด้วย AI
พร้อมอัปเดตไลน์อัป BenQ InstaShow รุ่นใหม่ WDC15 และ VS25 Wireless Presentation ที่เริ่มต้นใช้งานได้ทันทีเพียง One-Tap
ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด User-Centric ผสาน AI บนตัวอุปกรณ์ ความปลอดภัยระดับองค์กร และความเรียบง่ายในการใช้งาน เพื่อลดความซับซ้อนด้านเทคโนโลยี และช่วยให้ภาคการศึกษาและองค์กรสามารถโฟกัสกับการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพในระยะยาว
เจฟฟรี่ เหลียง ประธาน บริษัท เบ็นคิว (เอเชีย แปซิฟิก) กล่าวว่า “BenQ_มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันที่ออกแบบโดยยึดผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) โดยมุ่นเน้นการผสานนวัตกรรมอัจฉริยะเข้ากับความปลอดภัยและความเรียบง่ายในการใช้งาน”
“โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โรงเรียน มหาวิทยาลัย และองค์กรต่างๆ กำลังเร่งปรับตัวสู่รูปแบบการเรียนและการทำงานแบบไฮบริด ซึ่งทำให้เทคโนโลยีกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการเชื่อมต่อผู้คน ข้อมูล และการทำงานเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ”
“ควบคู่กับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่มีบทบาทในการลดความซับซ้อนของระบบ ประหยัดเวลา และช่วยให้ครูผู้สอน บุคลากร และผู้ใช้งานสามารถโฟกัสกับการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับองค์กร ด้วยการออกแบบที่ใช้งานง่ายและตอบโจทย์การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน”
BenQ_จึงได้เดินหน้าพัฒนา กระดานอัจฉริยะ BenQ_Board รุ่น Pro RP05 และ กระดานอัจฉริยะ รุ่น Master RM05 ให้รองรับการใช้งาน AI ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยมาพร้อม NPU (Neural Processing Unit) ขนาด 10 TOPS ที่สามารถประมวลผลการทำงานของ AI ได้สูงสุด 10 ล้านล้านคำสั่งต่อวินาที
รองรับการทำงานแบบ Edge AI ซึ่งต้องการการตอบสนองแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นการจดจำลายมือ ภาพ หรือท่าทาง ช่วยยกระดับประสบการณ์การเรียนการสอนให้ลื่นไหล เป็นธรรมชาติ และมีปฏิสัมพันธ์มากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ BenQ_Board ยังเสริมความเสถียร และความปลอดภัยระดับองค์กรผ่านการทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานของ Amazon Web Services (AWS) พร้อมรองรับความสามารถในการขยายระบบในอนาคตอย่างยืดหยุ่น ครอบคลุมการบริหารจัดการอุปกรณ์
การอัปเดตซอฟต์แวร์ และแพตช์ความปลอดภัยผ่านระบบคลาวด์แบบอัตโนมัติ ช่วยลดภาระของทีม IT และเพิ่มความมั่นใจให้กับสถาบันการศึกษาในการใช้งานระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
“BenQ_มุ่งพัฒนาโซลูชันที่ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว ทั้งในห้องเรียนและที่ทำงาน เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเริ่มต้นได้ทันที ใช้งานง่าย และมั่นใจในความปลอดภัยระดับสูง เราต้องการลดความซับซ้อนของเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้โฟกัสกับการเรียนรู้และการทำงานร่วมกันอย่างเต็มศักยภาพ” เจฟฟรี่ กล่าวสรุป
BenQ InstaShow รุ่นใหม่ เพิ่มความสะดวกการเชื่อมต่อระบบ
ด้าน โรเจอร์ เฉิน ผู้อำนวยการ บริษัท เบ็นคิว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “BenQ_InstaShow ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการประชุม พร้อมเสริมการปกป้องข้อมูลในระดับองค์กร ขณะเดียวกันยังช่วยปิด Pain Point สำคัญของทีม IT ที่ต้องใช้เวลาจำนวนมากกับการติดตั้งซอฟต์แวร์ การตั้งค่าเครือข่าย รวมถึงการแก้ไขปัญหาหน้างาน ซึ่งล้วนเป็นอุปสรรคต่อการประชุมและการทำงานร่วมกัน
เราเชื่อว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดความซับซ้อนของระบบ และทำให้ทุกขั้นตอนเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และปลอดภัย จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถโฟกัสกับการทำงานร่วมกันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
สำหรับ BenQ_InstaShow รุ่นใหม่ VS25 และ WDC15 ได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความปลอดภัยในทุกการประชุมและการปกป้องข้อมูลระดับองค์กร โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์และไม่พึ่งพาเครือข่ายภายใน ช่วยลดความเสี่ยงด้านการรั่วไหลของข้อมูลอย่างมีนัยสำคัญ
InstaShow ทุกรุ่นมาพร้อมระบบเข้ารหัส WPA3 รองรับ HDCP และมาตรฐาน CVSS 4.0 เพื่อยืนยันความปลอดภัยในระดับสูงสุด ขณะที่รุ่น VS25 ยังเสริมการป้องกันขั้นสูงด้วย WPA3 Enterprise และชิปเซ็ตระดับเราเตอร์
เพิ่มเสถียรภาพในการเชื่อมต่อ ทั้งหมดออกแบบและผลิตในประเทศไต้หวัน พร้อมเลือกใช้ชิปเซ็ตไร้สายจาก MediaTek หรือ Realtek เพื่อคงความแม่นยำของสัญญาณและปกป้องข้อมูลสำคัญขององค์กรอย่างรัดกุม
การเปิดตัวกระดานอัจฉริยะ BenQ_Board รุ่น Pro RP05 และ กระดานอัจฉริยะ BenQ_Board รุ่น Master RM 05 รวมถึง BenQ_InstaShow รุ่นใหม่ VS25 และ WDC15 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ_BenQ ในการพัฒนาอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ด้วยการผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่าง AI เข้ามาประมวลผลบนตัวอุปกรณ์ (On-device AI) ควบคู่กับโซลูชันการเชื่อมต่อไร้สายที่เริ่มต้นได้ทันทีด้วยแนวคิด One-Tap
เพื่อยกระดับความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัยในการใช้งาน ช่วยให้บุคลากรทางการศึกษาและทีม IT ลดเวลาในการจัดการระบบที่ซับซ้อน และหันมาโฟกัสกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และการทำงานร่วมกันที่มีคุณค่าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยั่งยืนในระยะยาว






