Wednesday, February 18, 2026
ArticlesDigital Transformation

เมื่อ Agility คือหัวใจของความสามารถแข่งขันดิจิทัลในศตวรรษที่ 21

Agility

disruption กลายเป็นเรื่องปกติ ความสามารถในการปรับตัว ตัดสินใจ และลงมือทำอย่างรวดเร็ว คือโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของความสามารถแข่งขัน บทความนี้สำรวจว่าทำไม Agility จึงเป็นหัวใจของ Digital Transformation และ Future Readiness

นช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การแข่งขันระหว่างประเทศมักถูกวัดด้วยขนาดเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน หรือระดับการลงทุน แต่ในโลกที่เทคโนโลยีดิจิทัลกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบเศรษฐกิจ ตัวแปรที่สำคัญที่สุดกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ นั่นคือ ความสามารถในการปรับตัว หรือ Agility

การนำเสนอของ Arturo Bris ผู้อำนวยการ IMD World Competitiveness Center ในงาน BEYOND THE RANKING – Strategic Imperatives For Thailand’s Digital Future หรือ การก้าวข้ามการจัดอันดับยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนอนาคตดิจิทัลของไทย ที่จัดโดย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)

เขาชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญว่า ความสามารถแข่งขันดิจิทัลไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการเข้าถึงเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของความสามารถของประเทศและองค์กรในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง

ในบริบทนี้ เทคโนโลยีไม่ใช่ คำตอบสุดท้าย แต่เป็นเพียง เครื่องมือ สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ความสามารถในการใช้เครื่องมือนั้นเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง

โลกดิจิทัลได้เปลี่ยนธรรมชาติของความสามารถแข่งขันไปแล้ว

ในอดีต ความได้เปรียบเชิงการแข่งขันมักเกิดจากทรัพยากรที่สะสมมา เช่น เงินทุน เทคโนโลยี หรือขนาดองค์กร แต่ในโลกดิจิทัล ความได้เปรียบเหล่านี้มีอายุสั้นลงอย่างมาก

เทคโนโลยีใหม่ เช่น Cloud, AI, และ Data analytics ทำให้ความสามารถที่เคยเป็น “กำแพงป้องกันการแข่งขัน” กลายเป็นสิ่งที่สามารถเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วโดยคู่แข่งรายใหม่ผลลัพธ์คือ องค์กรหรือประเทศที่เคยเป็นผู้นำ อาจสูญเสียตำแหน่งได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปี

Arturo Bris ให้ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ Kodak ซึ่งเคยเป็นผู้นำโลกด้านการถ่ายภาพ แต่ไม่สามารถปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลได้ทัน ขณะที่ FujiFilm สามารถเปลี่ยนผ่านธุรกิจไปสู่ digital imaging และ medical technology จนสามารถรักษาความสามารถแข่งขันไว้ได้ ความแตกต่างระหว่างสององค์กรนี้ไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ “ความสามารถในการปรับตัว”

Agility จากแนวคิดการบริหาร สู่โครงสร้างพื้นฐานของความสามารถแข่งขัน

Agility ไม่ใช่เพียงคำศัพท์ด้านการบริหารจัดการ แต่เป็น capability เชิงโครงสร้างที่กำหนดว่าองค์กรหรือประเทศจะสามารถอยู่รอดได้หรือไม่

IMD ระบุว่า Organizational Agility ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

Hyperawareness ความสามารถในการรับรู้การเปลี่ยนแปลง องค์กรต้องสามารถตรวจจับสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว เช่น เทคโนโลยีใหม่ พฤติกรรมผู้บริโภค หรือ disruption ที่กำลังจะเกิดขึ้นในยุค data-driven economy ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลแบบ real-time กลายเป็น prerequisite ของการอยู่รอด

Informed Decision-making ความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีข้อมูล การตัดสินใจต้องรวดเร็วและแม่นยำ โดยใช้ข้อมูลเป็นพื้นฐาน ไม่ใช่ intuition หรือโครงสร้างแบบลำดับชั้นที่ล่าช้า องค์กรที่ใช้ระบบ data-driven decision-making สามารถลดเวลาการตัดสินใจได้อย่างมีนัยสำคัญ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้เร็วกว่า

Fast Execution ความสามารถในการดำเนินการอย่างรวดเร็ว แม้จะมีข้อมูลและการตัดสินใจที่ดี แต่หากองค์กรไม่สามารถ execute ได้เร็ว ก็ไม่สามารถสร้างความได้เปรียบ Execution speed จึงเป็น differentiator ที่สำคัญที่สุดในยุคดิจิทัล

นวัตกรรม ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด

นวัตกรรมในยุคดิจิทัลไม่ได้หมายถึงการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยน business model, process, และ customer experience

IMD แบ่งนวัตกรรมออกเป็น 3 ระดับคือ 

  • Evolutionary innovation การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
  • Revolutionary innovation การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • Disruptive innovation การเปลี่ยนแปลงที่ทำลายโครงสร้างเดิม

Arturo Bris ได้กล่าวเน้นที่ Disruptive innovation เป็นรูปแบบที่มีผลกระทบสูงสุด เพราะสามารถทำให้ผู้นำตลาดสูญเสียตำแหน่งได้ โดยยกกรณีของ Amazon เป็นตัวอย่างสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า องค์กรใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีและ business model ใหม่ สามารถแทนที่องค์กรเดิมได้อย่างรวดเร็ว ในโลกที่ disruption เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง องค์กรไม่สามารถพึ่งพาความสำเร็จในอดีตได้อีกต่อไป

ความพร้อมสำหรับอนาคต (Future Readiness): ตัวแปรที่สำคัญที่สุด

หนึ่งในข้อค้นพบที่สำคัญจากการศึกษาของ IMD คือ มิติที่สำคัญที่สุดของความสามารถแข่งขันดิจิทัล ไม่ใช่ technology หรือ knowledge แต่คือ future readiness

เพราะ Future readiness คือความสามารถขององค์กรหรือประเทศในการ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง, การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้งาน และ transform business model สิ่งนี้สะท้อนความแตกต่างระหว่างประเทศที่เป็น technology adopters กับประเทศที่เป็น technology leaders

Technology adopters คือการใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่แล้ว แต่ Technology leaders จะสามารถสร้างเศรษฐกิจใหม่จากเทคโนโลยี นั่นเอง 

Credit: IMD

บทเรียนสำหรับประเทศไทย: ความท้าทายไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือโครงสร้าง

สำหรับประเทศไทย Arturo Bris อธิบายว่า ความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่เป็นเรื่องของ agility และ structural readiness โดยเขาย้ำว่าประเทศไทยมี โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ดี, มีบุคลากรที่มีศักยภาพ และมีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น

แต่ยังมีข้อจำกัดในด้าน ความคล่องตัวขององค์กร, ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม และความสามารถในการ transform เศรษฐกิจ

นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศที่มีขนาดเล็กกว่า เช่น Singapore หรือ Switzerland สามารถสร้างความสามารถแข่งขันได้สูงกว่า เพราะ ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากร แต่อยู่ที่ agility ของระบบเศรษฐกิจ

Digital Transformation ไม่ใช่โครงการ แต่คือ ความสามารถ

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การมอง digital transformation เป็นโครงการ IT ในความเป็นจริง digital transformation คือการสร้าง capability ใหม่ให้กับองค์กร

องค์กรที่ประสบความสำเร็จไม่ได้เพียงนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่สร้างโครงสร้างองค์กร วัฒนธรรม และระบบการตัดสินใจที่สนับสนุน agility เพราะฉะนั้น_Agility จึงไม่ใช่ผลลัพธ์ของ digital transformation แต่เป็น “เป้าหมาย” ของ digital transformation

บทสรุป_Agility คือความสามารถแข่งขันใหม่ของโลก

ในโลกที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ความได้เปรียบไม่ได้มาจากสิ่งที่องค์กรมี แต่มาจากสิ่งที่องค์กรสามารถ “เปลี่ยนแปลงได้”

โดย ประเทศหรือองค์กรที่สามารถ ตรวจจับการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว, ตัดสินใจได้เร็ว และลงมือทำได้เร็วจะเป็นผู้กำหนดอนาคตของเศรษฐกิจโลก

ในศตวรรษที่ 21 ความสามารถแข่งขันไม่ได้ถูกกำหนดโดยขนาด หรือทรัพยากรแต่ถูกกำหนดโดยความสามารถในการปรับตัวและในโลกดิจิทัล_Agility ไม่ใช่เพียงข้อได้เปรียบแต่เป็นเงื่อนไขของการอยู่รอด

Featured Image: freepik