Monday, October 3, 2022
Data CenterNEWSTechnology

PowerPOD 3.0 ระบบจ่ายไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคต

PowerPOD

หัวเว่ย ประกาศเปิดตัวโซลูชันการจ่ายไฟรุ่นใหม่ PowerPOD 3.0 ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง และการออกแบบอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างระบบจ่ายไฟดาต้าเซ็นเตอร์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ พลังงาน และเวลา

นงาน ประชุมสัมมนา Generation Data Center Release Conference งานเปิดตัวดาต้าเซ็นเตอร์แห่งอนาคตของหัวเว่ย ที่จัดขึ้น ณ เมืองตงกวน ประเทศจีน ผู้บริหารของหัวเว่ยได้แสดงวิสัยทัศน์และองค์ความรู้ ถึง คุณลักษณะ 4 ประการของ ศูนย์ข้อมูลแห่งโลกอนาคต นั่นคือ ยั่งยืน เรียบง่าย ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ และมีความน่าเชื่อถือ

โดยที่คุณลักษณะดังกล่าว เชื่อมโยงกับความตระหนักในเรื่องการปล่อยของเสียหรือคาร์บอน จนกลายเป็นข้อกำหนดใหม่สำหรับศูนย์ข้อมูล นักพัฒนาทั่วโลกต่างพยายามจับมือกัน ทั้งผู้ผลิต ผู้ค้า ลูกค้าทั่วโลก ผู้นำในอุตสาหกรรม และผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารือเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตในการพัฒนาศูนย์ข้อมูล

ในงานนี้ หัวเว่ย ได้ประกาศเปิดตัวโซลูชันการจ่ายไฟรุ่นใหม่ พาวเวอร์พอด 3.0 (PowerPOD 3.0) โซลูชันนี้ใช้นวัตกรรมเทคโนโลยีหลักและมีการผสมผสานกันของส่วนประกอบต่างๆ พร้อมกับการออกแบบอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างระบบจ่ายไฟดาต้าเซ็นเตอร์ที่ช่วยประหยัดพื้นที่ พลังงาน และเวลา

ประหยัดพื้นที่: ลดพื้นที่ลง 40%

การใช้สถาปัตยกรรมที่ทันสมัยและเครื่องสำรองไฟ ยูพีเอส5000-เอช (UPS5000-H) ที่มีความหนาแน่นสูงเป็นพิเศษ ส่งผลให้ความหนาแน่นของพลังงานต่อตู้เพิ่มขึ้น ขณะที่เลย์เอาต์วางระบบจ่ายไฟก็ได้รับการปรับให้เหมาะสมที่สุด

โดยจำนวนตู้ลดลงจาก 22 เหลือเพียง 11 ตู้ ส่งผลให้ใช้พื้นที่ลดลงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 12 เมกะวัตต์ การใช้พาวเวอร์พอด 3.0 ช่วยให้ประหยัดพื้นที่และสามารถติดตั้งแร็คเพิ่มได้มากกว่า 170 แร็ค เมื่อเทียบกับโซลูชันการจ่ายไฟแบบทั่วไป

ประหยัดพลังงาน: ลดการใช้พลังงานลง 70%

ประสิทธิภาพการเชื่อมต่อของโซลูชันการจ่ายไฟโดยทั่วไปจะต่ำกว่า 94.5% ขณะที่โซลูชันพาวเวอร์พอด 3.0 มีประสิทธิภาพสูงถึง 97.8% และลดความยาวของการเชื่อมต่อลง

นอกจากนี้ เครื่องสำรองไฟ ยูพีเอส5000-เอช ยังมีประสิทธิภาพสูงถึง 99.1% ในโหมดเอส-อีโค (S-ECO) ซึ่งช่วยลดการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้โซลูชันพาวเวอร์พอด 3.0 ในดาต้าเซ็นเตอร์ขนาด 12 เมกะวัตต์จะช่วยประหยัดงบประมาณได้เกือบ 300,000 ดอลลาร์ต่อปี

ประหยัดเวลา: ลดระยะเวลาส่งมอบลง 75%

โซลูชันการจ่ายไฟแบบทั่วไปจำเป็นต้องใช้แท่งทองแดงราว 35 แท่ง และสายเคเบิล 180 เส้นในการเชื่อมต่อในสถานที่จริง ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงสูงในด้านคุณภาพ และระยะเวลาจัดส่งก็นานถึง 2 เดือน

แต่โซลูชันพาวเวอร์พอด 3.0 ใช้บัสบาร์สำเร็จรูปในการเชื่อมต่อภายใน และด้วยการผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปและการสั่งทำเสร็จสมบูรณ์ตั้งแต่โรงงาน การก่อสร้างในสถานที่จริงจึงทำได้ภายใน 2 สัปดาห์เท่านั้น ส่งผลให้สามารถให้บริการแก่ลูกค้าได้เร็วขึ้น

ไร้กังวล: อัตราความผิดพลาดของบริการลดลง 40%

โซลูชันพาวเวอร์พอด 3.0 ใช้แนวคิด การขับเคลื่อนอัตโนมัติ และเทคโนโลยีเอไอ มาพร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะไอพาวเวอร์ (iPower) ซึ่งมอบความน่าเชื่อถือสองชั้นทั้งการมองเห็นที่ครอบคลุม รวมถึงการทำนายอุณหภูมิด้วยเอไอ การทำนายอายุการใช้งานของส่วนประกอบหลัก และการตั้งค่าอัจฉริยะ ทำให้สามารถเดินเครื่องและบำรุงรักษา (O&M) แบบอัตโนมัติและคาดการณ์ล่วงหน้าได้

ปัจจุบัน ดาต้าเซ็นเตอร์กำลังพัฒนาไปสู่ความหนาแน่นที่สูงขึ้นและสเกลที่ใหญ่ขึ้น ดังนั้น ระบบจ่ายไฟซึ่งเป็น หัวใจ ของดาต้าเซ็นเตอร์ จึงต้องรับประกันความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือตลอดวงจรชีวิตเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และยังต้องบูรณาการอุปกรณ์ทั้งหมดในห่วงโซ่ระบบจ่ายไฟด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า

Leave a Response