Tuesday, October 4, 2022
ArticlesCybersecurity

เทรนด์ ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในอนาคต ความท้าทายที่องค์กรต้องรู้!!

เผยเทรนด์ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ จีเอเบิล ย้ำชัดทุกธุรกิจต้องป้องกัน รู้ทันภัยไซเบอร์ ก่อนตกเป็น เหยื่อ

ทุกวันนี้โลกดิจิทัลได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนาและล้ำหน้ามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันภัยคุกคามทางโลกออนไลน์ก็ถูกพัฒนาตามด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นไวรัส แรนซัมแวร์ และฟิชชิ่ง รวมถึงผลประโยชน์และเงินก็มากตามไปด้วย

จึงไม่แปลกนักที่การโจรกรรมในโลกดิจิทัลจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก ส่งผลให้องค์กรธุรกิจต้องหาทางรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการ และภาคธุรกิจที่ต้องปรับตัวเพื่อให้ปลอดภัยจากการคุกคามทางไซเบอร์ และสามารถก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว เติบโตได้อย่างมั่นคงในอนาคต

ปัจจุบันการโจมตีทางไซเบอร์หรือคุกคามทางโลกออนไลน์ยังคงขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีแต่องค์กรทั้งภาครัฐหรือเอกชน หรือสถาบันการเงินที่เป็นเป้าหมายหลัก แต่กลับกระจายไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การแพทย์ พลังงาน โทรคมนาคม ก็ล้วนเป็นเป้าหมายการถูกโจมตีทางไซเบอร์ทั้งสิ้น

โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนโลกยุคใหม่ จึงเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนต้องเข้าไปในใช้ชีวิตในโลกดิจิทัลเร็วขึ้น

จากผลสำรวจของการ์ทเนอร์พบว่า การโจมตีทางไซเบอร์ จะเกิดขึ้นทุกๆ 11 วินาที คาดว่ามูลค่าความเสียหายจากภัยไซเบอร์ในอนาคตจะสูงถึง 300 ล้านล้านบาท และเมื่อองค์กรธุรกิจถูกโจมตีจากภัยไซเบอร์ ก็จะเกิดความเสียหายตามมาอย่างมหาศาล

ทั้งด้านการเงินและชื่อเสียง ดังนั้นเทรนด์ไซเบอร์ซีเคียวริตี้จึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างความมั่นคงให้กับทุกธุรกิจองค์กร และการติดตามเทรนด์ด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ รวมทั้งศึกษาเทคโนโลยีและวิธีป้องกันไว้ก่อน จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อเตรียมองค์ธุรกิจให้พร้อมรับมือกับทุกความท้าทายทางไซเบอร์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

การ์ทเนอร์ ยังได้คาดการณ์ถึง เทรนด์ ที่ส่งผลถึงการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ในอนาคต (Top Cybersecurity Trends) ภายใน 3- 4 ปีข้างหน้า ว่าองค์กรธุรกิจจะตระหนักถึงภัยไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น ประเทศต่างๆ จะมีระบบป้องกันดีขึ้น ในขณะเดียวกันการโจรกรรมก็รุนแรงขึ้นเช่นกัน โดยมี 8 เทรนด์ ที่น่าสนใจดังนี้

1. ภายในปี 2023, 75% ของข้อมูลประชากรทั่วโลกจะถูกควบคุมด้วยกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

2. ภายในปี 2024, 30% ขององค์กรธุรกิจจะใช้บริการ Cloud Delivered ที่มี Security Tools ที่มาจาก Vendor รายเดียวกัน

และภายในปี 2025

3. 50% ขององค์กรธุรกิจจะใช้ Cyber Security Mesh เพื่อรองรับการบริหารจัดการตัวตนและการเข้าถึงข้อมูลองค์กร

4. 60% ขององค์กรธุรกิจจะพิจารณา ความปลอดภัยและ ความเสี่ยงทางด้านไซเบอร์เป็นหลักในติดต่อธุรกิจ

5. 30% ของประเทศบนโลกนี้ ผ่านกฎหมายที่ควบคุม การชำระค่าไถ่ ค่าปรับและค่าต่อรองจาก Ransomware

6. 40% ของบอร์ดบริหารในองค์กรต่างๆ จะแต่งตั้งคณะกรรมการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ จากเดิมน้อยกว่า 10% ในปัจจุบัน

7. 70% ของ CEO จะสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้ยืดหยุ่นรอดพ้นจากอาชญากรรมไซเบอร์ นอกเหนือจากปัญหาทางด้าน สภาพอากาศ ความไม่สงบ และความไม่มั่นคงทางการเมือง และ

8. แฮกเกอร์ จะมีความสามารถเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่ในโลกดิจิทัลแต่ยังส่งผลถึงทางกายภาพ เป็นสาเหตุให้เกิดการทำร้ายผู้คนจนถึงแก่ชีวิต

จากเทรนด์ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในอนาคต ทำให้จีเอเบิลเชื่อมั่นว่า ระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์จะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต และการดำเนินธุรกิจเกือบทั้งหมดจะถูกเคลื่อนย้ายไปอยู่บนโลกออนไลน์

ดังนั้น เรื่อง Cybersecurity จึงถูกยกระดับความสำคัญ กลายเป็น New Normal พื้นฐานหลักในการดำเนินธุรกิจที่ทุกองค์กรต้องให้ความสำคัญ เพราะการมีระบบรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้มแข็ง เชื่อถือได้ จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กรและธุรกิจอย่างแน่นอน

Leave a Response