Thursday, June 13, 2024
MarTechNEWS

EGG Digital คว้า 2 รางวัล จาก MAAT Media Awards 2024

EGG Digital

EGG Digital คว้า 2 รางวัล จาก MAAT Media Awards 2024 ตอกย้ำศักยภาพใช้อินไซท์เชิงลึกและ AI วางกลยุทธ์การสื่อสาร-โฆษณาครบวงจร

อ้ก ดิจิทัล (EGG Digital) ผู้ดำเนินธุรกิจด้านวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่และการตลาดดิจิทัล โชว์ผลงานโดดเด่นคว้า 2 รางวัล คือ Gold Award 1 รางวัล และ Bronze Award 1 รางวัล จากเวที MAAT Media Awards 2024 จัดโดยสมาคมมีเดียเอเจนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT)

ใช้ศักยภาพของ First-Party Data 720 องศา, AI/ML และสื่อ O4s (Online, OOH, On-Premise, On-Ground) ที่เชื่อมต่อทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์มาเป็นหัวใจสำคัญในการวางกลยุทธ์ สร้างสรรค์คอนเทนต์ เลือกใช้สื่อ รวมไปถึงมอนิเตอร์และวัดผลแคมเปญแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างประสบการณ์ไร้รอยต่อให้ผู้บริโภค สร้างประโยชน์รอบด้านให้ธุรกิจลูกค้า และสนับสนุนแบรนด์ต่างๆ สู่ความสำเร็จตามเป้าหมาย

การวางกลยุทธ์การสื่อสารด้วย First-Party Data, AI และ สื่อ O4s

ชัชพล องนิธิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป ธุรกิจ Media Convergence บริษัท เอ้ก ดิจิทัล จำกัด เปิดเผยว่า “แคมเปญที่ได้รับรางวัล อาศัยการวางกลยุทธ์การสื่อสารด้วย First-Party Data, AI และ สื่อ O4s โดยสามารถอธิบายได้ว่า”

“แคมเปญ Listerine Decisive Moment Triggers ใช้ AI วิเคราะห์และแบ่งกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญ ตามด้วยการวางกลยุทธ์การสื่อสารผ่าน Omnichannel Media ที่ประสานการทำงานของสื่อ Online และสื่อ On-Premise ในรูปแบบ Extra Shelf Display บริเวณสินค้าที่กลุ่มเป้าหมายใหม่”

“พร้อม Tailor-made คอนเทนต์ให้ตรงกับความสนใจกลุ่มเป้าหมายแต่ละกลุ่ม โดยคอนเทนต์บนออนไลน์และชั้นวางสินค้าจะต้องสอดคล้องกันเพื่อสร้างการรับรู้แบบไร้รอยต่อ นำไปสู่การปิดการขายในที่สุด ซึ่งกลยุทธ์นี้ช่วยเพิ่มลูกค้ากลุ่มใหม่และสร้างยอดขายจากกลุ่มนี้ได้มากถึง 44% ของยอดขายรวม”

“อีกแคมเปญคือ The Impact of Hygiene 5x Fragrance ที่สร้างการรับรู้อย่างไร้รอยต่อผ่านสื่อ O2O2O เพื่อเพิ่มยอดขายจากกลุ่มลูกค้าเดิมและชิงลูกค้าจากแบรนด์คู่แข่ง มีการใช้สื่อ OOH หรือ Shoppers’ Digital Screen สื่อ Online และสื่อ On-Premise”

“กำหนดกลุ่มเป้าหมายแบบเน้นคุณภาพและสร้างคอนเทนต์ที่เหมาะกับแต่ละสื่อ โดยสามารถผลักดันแบรนด์สู่ผู้นำตลาดน้ำยาปรับผู้นุ่มได้สำเร็จ ช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ถึง 36% ซึ่งเป็นลูกค้าที่เปลี่ยนจากแบรนด์คู่แข่งถึง 16%”