Tuesday, September 1, 2026
ArticlesFinTechManagement

สร้างทักษะการตัดสินใจเรื่องเงิน ก่อนก้าวเข้าสู่โลกการเงินจริง

financial literacy

พื้นฐานความรู้เรื่อง Financial Literacy หรือความรอบรู้ทางการเงิน กำลังมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกของการเงินและสินเชื่อเร็วขึ้นกว่าเดิม เพราะทักษะทางการเงินไม่ควรเริ่มต้นในวันที่คนคนหนึ่งมีหนี้ หรือรอจนเกิดปัญหาทางการเงินแล้ว

ราควรเริ่มเรียนรู้เรื่องการเงินเมื่อไร? เมื่อเริ่มทำงานและมีรายได้เป็นของตัวเอง เมื่อเปิดบัญชีธนาคารครั้งแรก เมื่อมีบัตรเครดิต หรือเมื่อเริ่มใช้สินเชื่อ?

คำตอบอาจต้องเร็วกว่านั้น เพราะทักษะทางการเงินไม่ได้เริ่มต้นจากการมีเงินมากหรือน้อย แต่เริ่มตั้งแต่วันที่เราต้อง “ตัดสินใจ” ว่าจะจัดการกับทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่างไร

อะไรคือสิ่งจำเป็น อะไรคือสิ่งที่ต้องการ หากเลือกใช้เงินกับสิ่งหนึ่งแล้วจะต้องแลกกับอะไร และหากมีเป้าหมายในอนาคต วันนี้ควรเริ่มวางแผนอย่างไรเพื่อไปให้ถึง

คำถามเหล่านี้คือพื้นฐานของ Financial Literacy หรือความรอบรู้ทางการเงิน ซึ่งกำลังมีความสำคัญมากขึ้น เมื่อคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกของการเงินและสินเชื่อเร็วขึ้นกว่าเดิม

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ในปี 2567 จากประชากรไทยประมาณ 65 ล้านคน มีผู้เป็นหนี้ราว 21 ล้านคน ขณะที่ 50% ของคนอายุต่ำกว่า 30 ปีมีหนี้แล้ว และเมื่อพิจารณาคุณภาพของหนี้ ยังพบว่าคนอายุ 29 ปีประมาณ 1 ใน 5 เป็นหนี้เสีย

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า “หนี้” อาจเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเร็วกว่าที่หลายคนคิด และนั่นทำให้โจทย์สำคัญอาจไม่ใช่เพียงการให้ความรู้ว่าจะจัดการหนี้อย่างไรเมื่อเกิดขึ้นแล้ว แต่คือการสร้างทักษะทางการเงินตั้งแต่ก่อนเข้าสู่วัยทำงาน

Financial Literacy เริ่มจาก การตัดสินใจ

“เราไม่จำเป็นต้องรอให้เด็กมีรายได้หรือมีปัญหาเรื่องเงินก่อน จึงค่อยเริ่มเรียนรู้เรื่องการเงิน เพราะก่อนจะถึงวันนั้น เด็กได้ตัดสินใจเรื่องเงินจากเรื่องเล็กๆ ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว”

ดวงกมล อินทรพราหมณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายบริหารเงิน ความยั่งยืน และนักลงทุนสัมพันธ์ เคทีซี อธิบายถึงแนวคิดเบื้องหลังการสร้างความรู้ทางการเงินให้กับเยาวชน

ในมุมมองของเคทีซี สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การสอนให้เด็กจดจำหลักการทางการเงิน แต่คือการฝึก “กระบวนการคิด” ก่อนตัดสินใจ ตั้งแต่การรู้จักเลือก จัดลำดับความสำคัญ ไปจนถึงการเข้าใจว่าทุกการตัดสินใจทางการเงินย่อมมีผลตามมา

“สิ่งที่ควรเกิดขึ้นก่อนคือการฝึกให้เขารู้จักคิด รู้จักเลือก จัดลำดับความสำคัญ และเข้าใจว่าทุกการตัดสินใจมีผลตามมา สำหรับเคทีซี Financial Literacy จึงไม่ใช่เพียงความรู้เรื่องเงิน แต่เป็นทักษะในการบริหารชีวิต และยิ่งเริ่มฝึกได้เร็ว ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างพฤติกรรมทางการเงินที่ดีก่อนเข้าสู่โลกการเงินจริง และสามารถนำความรู้ไปใช้บริหารจัดการและตัดสินใจเรื่องเงินในชีวิตจริงได้”

เปลี่ยนบทเรียนการเงินให้เป็น สนามฝึกตัดสินใจ

แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาถ่ายทอดผ่าน KTC FinLit Playground สนามเรียนรู้การเงิน ซึ่งเคทีซีร่วมกับสายการบินเวียตเจ็ท ไทยแลนด์ ภายใต้โครงการ Fly Green Fieldwork เปิดพื้นที่ให้นักเรียนจากโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 50 จังหวัดขอนแก่น เรียนรู้เรื่องการเงินผ่านสถานการณ์จำลองและการลงมือคิดด้วยตัวเอง

แทนที่จะเริ่มต้นด้วยศัพท์การเงินที่ซับซ้อน กิจกรรมเริ่มจากคำถามพื้นฐานที่ทุกคนต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน นั่นคือ การแยก Want หรือสิ่งที่อยากได้ ออกจาก Need หรือสิ่งที่จำเป็น

จากนั้นจึงต่อยอดไปสู่การจัดสรรเงินตามแนวคิด 50-30-20 โดยแบ่ง 50% สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น 30% สำหรับการใช้จ่ายเพื่อความสุข และอีก 20% สำหรับการออม

สาระสำคัญจึงไม่ได้อยู่เพียงการบอกเด็กว่า “ต้องรู้จักออม” แต่คือการทำให้เห็นว่าเงินทุกก้อนมีข้อจำกัด การเลือกใช้เงินกับสิ่งหนึ่งย่อมทำให้เหลือสำหรับอีกสิ่งหนึ่งน้อยลง และทุกการใช้จ่ายล้วนมีต้นทุนของการเลือก

ในทางกลับกัน เป้าหมายที่ดูเหมือนอยู่ไกลก็สามารถเข้าใกล้ขึ้นได้ หากรู้จักวางแผนและตัดสินใจอย่างเหมาะสมอย่างต่อเนื่อง

นี่คือการเปลี่ยน Financial_Literacy จาก “ความรู้ที่ต้องจำ” ให้กลายเป็น “ทักษะที่ต้องฝึก”

จากการจัดการเงิน สู่การวางแผนชีวิต

การเรียนรู้ยังถูกขยายออกไปนอกห้องเรียน ผ่านประสบการณ์ที่ Fossil & Frame Restaurant และ Jurassic World: The Experience ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น โดยนำแนวคิดเรื่อง “ความฝัน เป้าหมาย และการวางแผน” มาเชื่อมโยงกับบทเรียนด้านการเงิน

เพราะในโลกความเป็นจริง การบริหารเงินไม่ได้แยกออกจากการบริหารชีวิต

การเรียนรู้เรื่องเงินจึงไม่ควรจบเพียงคำถามว่า “จะใช้เงินอย่างไร” แต่ควรนำไปสู่คำถามที่ใหญ่ขึ้นว่า “เราต้องการไปถึงเป้าหมายอะไร” และ “ทรัพยากรที่มีอยู่ในวันนี้ควรถูกจัดสรรอย่างไรเพื่อพาเราไปถึงจุดนั้น”

เป้าหมายในชีวิตไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการมีทรัพยากรมากที่สุด แต่อาจเริ่มจากการรู้จักวางแผน จัดลำดับความสำคัญ และบริหารสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ตัวแทนนักเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 50 สะท้อนหลังจบกิจกรรมว่า ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้เรื่องการเงินที่เคยมองว่าเป็นเรื่องยากกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายและสนุกขึ้น ขณะเดียวกันยังได้เรียนรู้การวางแผนและการใช้เงินอย่างเหมาะสม รวมถึงสามารถนำแนวคิดที่ได้รับกลับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน

Financial Literacy กับบทบาทของธุรกิจการเงิน

สำหรับเคทีซี การส่งเสริม Financial_Literacy ถูกวางไว้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินธุรกิจโดยตรง

ในฐานะองค์กรที่อยู่ในธุรกิจการเงิน บทบาทต่อผู้บริโภคจึงอาจไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นเฉพาะวันที่คนคนหนึ่งเข้ามาเป็นลูกค้า สมัครบัตร หรือขอสินเชื่อ แต่สามารถเริ่มต้นก่อนหน้านั้น ด้วยการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากธุรกิจมาช่วยสร้างทั้ง “ความรู้ วิธีคิด และความสามารถในการตัดสินใจทางการเงิน” ให้กับคนในสังคม

เพราะหากผู้บริโภคมีพื้นฐานทางการเงินที่ดี รู้จักประเมินความสามารถของตัวเอง เข้าใจข้อจำกัดของรายได้และค่าใช้จ่าย และตัดสินใจใช้สินเชื่ออย่างมีเหตุผล ย่อมมีโอกาสสร้างสุขภาพทางการเงินที่ดีในระยะยาว

ในมุมนี้ Financial_Literacy จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการออม หรือการสอนวิธีจัดการหนี้ แต่คือการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางการเงิน” ก่อนที่คนคนหนึ่งจะต้องเผชิญกับการตัดสินใจทางการเงินที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคต

และนั่นทำให้ Financial_Literacy ไม่ควรเริ่มต้นในวันที่คนคนหนึ่งมีหนี้ หรือรอจนเกิดปัญหาทางการเงินแล้ว

แต่ควรเริ่มก่อนหน้านั้น ตั้งแต่วันที่เด็กคนหนึ่งเริ่มเข้าใจว่าเงินมีจำกัด เริ่มแยกได้ระหว่าง “อยากได้” กับ “จำเป็น” เริ่มมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับการวางแผน และสามารถตัดสินใจเรื่องเงินครั้งต่อไปได้ดีกว่าครั้งก่อน

เพราะการตัดสินใจเล็กๆ ในวันนี้ อาจกลายเป็นรากฐานของวินัยทางการเงิน และเป็นภูมิคุ้มกันที่ติดตัวไปตลอดชีวิต

Featured Image: rawpixel.com

BCT Expo