Friday, October 30, 2026
NEWS

หัวเว่ย คลาวด์ ดันภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native

“หัวเว่ย คลาวด์ เร่งขับเคลื่อนภาครัฐไทยสู่ยุค AI-Native ด้วยโครงสร้างพื้นฐาน AI ในประเทศ อธิปไตยด้านข้อมูล และบริการภาครัฐอัจฉริยะ

หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเร่งส่งเสริมการนำ AI มาใช้ในภาครัฐไทย ในงาน Huawei Cloud Government Infrastructure & AI Forum 2026 ซึ่งจัดขึ้น ณ NT Auditorium ภายใต้แนวคิด “AI-Native Transformation: Trends, Policies and Enterprise Opportunities” โดยเวทีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและรองรับการขยายตัวได้อย่างยืดหยุ่น อธิปไตยด้านข้อมูล และการประยุกต์ใช้ AI ในทางปฏิบัติ เพื่อยกระดับการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน

สุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าฝ่ายเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย กล่าวว่า “AI กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม การนำ AI มาใช้ให้ประสบความสำเร็จจำเป็นต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อถือได้ ระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลที่แข็งแกร่ง การกำกับดูแล AI อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนระบบนิเวศบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อธิปไตยด้าน AI ซึ่งมีความสำคัญต่อการช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถควบคุมข้อมูลและทรัพยากร AI ของตนเองได้ พร้อมเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างมั่นใจ”

สุรศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “หัวเว่ย คลาวด์ มุ่งมั่นสนับสนุนประเทศไทยด้วยโครงสร้างพื้นฐาน AI ภายในประเทศ โซลูชัน AI ที่นำไปใช้งานได้จริง และความร่วมมือกับพันธมิตรในระบบนิเวศ โดยการทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศและการพัฒนาบุคลากรด้าน AI เรามุ่งหวังที่จะช่วยให้หน่วยงานภาครัฐเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ยกระดับการให้บริการประชาชน และเสริมสร้างขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศไทยในระยะยาว”

เสริมสร้างอธิปไตยด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศ

หัวเว่ย คลาวด์ นำเสนอองค์ประกอบสำคัญ 4 ด้านของอธิปไตยด้าน AI ได้แก่ ข้อมูล (Data) การประมวลผล AI (AI Computing) โมเดล AI (AI Models) และบุคลากรด้าน ICT และ AI ซึ่งองค์ประกอบทั้งสี่ด้านนี้เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา AI ที่มีความมั่นคงปลอดภัยและยั่งยืน

บริษัทฯ ยังนำเสนอตัวเลือกโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความยืดหยุ่นในประเทศไทย ทั้งทรัพยากรประมวลผลแบบใช้ร่วมกันและแบบเฉพาะสำหรับแต่ละองค์กร เพื่อให้หน่วยงานภาครัฐสามารถเลือกรูปแบบการติดตั้งและใช้งานให้เหมาะสมกับลักษณะบริการหรือความต้องการในการดำเนินงาน โดยคำนึงถึงความมั่นคงปลอดภัย ประสิทธิภาพ และข้อจำกัดด้านต้นทุนควบคู่กัน นอกจากนี้ หัวเว่ย คลาวด์ ยังเน้นย้ำถึงขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยของ AI แบบครบวงจร เพื่อปกป้องข้อมูลสำคัญและสนับสนุนการนำ AI ไปใช้งานในระบบของหน่วยงานภาครัฐอย่างมีความรับผิดชอบ

สนับสนุนการประยุกต์ใช้ AI ในภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังมีการนำเสนอตัวอย่างการใช้ AI เพื่อสนับสนุนการยกระดับการดำเนินงานของภาครัฐ อาทิ แชตบอต AI สำหรับให้บริการประชาชน ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (E-Office) และการวิเคราะห์ข้อมูลโดยมี AI ช่วยสนับสนุน โซลูชันเหล่านี้มีศักยภาพในการลดขั้นตอนการทำงานด้านธุรการ เพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจ และยกระดับการให้บริการภาครัฐ

หัวเว่ย คลาวด์ ยังนำเสนอพัฒนาการของเทคโนโลยีจาก Generative AI สู่ Agentic AI ซึ่งช่วยให้กระบวนการทำงานมีความอัตโนมัติและชาญฉลาดมากยิ่งขึ้น โดยแพลตฟอร์ม AI ของบริษัทฯ อาทิ AgentArts และ CodeArts ช่วยสนับสนุนองค์กรในการพัฒนา ติดตั้งใช้งาน และบริหารจัดการแอปพลิเคชัน AI ในวงกว้าง ควบคู่กับการรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานและความมั่นคงปลอดภัย

สร้างระบบนิเวศ AI ที่ยั่งยืนในประเทศไทย

นอกเหนือจากเทคโนโลยีแล้ว หัวเว่ย คลาวด์ ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือในประเทศและการพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนการนำ AI มาใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร การถ่ายทอดความเชี่ยวชาญทางเทคนิค ตลอดจนการสนับสนุนการย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์และการนำ AI ไปใช้งานจริง บริษัทฯ มุ่งช่วยให้หน่วยงานภาครัฐสามารถต่อยอดจากโครงการนำร่องไปสู่การใช้งาน AI ที่เกิดผลลัพธ์จริงและขยายผลได้ในวงกว้าง

งาน Huawei Cloud Government Infrastructure & AI Forum 2026 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของหัวเว่ย คลาวด์ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบนิเวศ AI ของประเทศไทย โดยผสานโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความมั่นคงปลอดภัย ความเชี่ยวชาญในประเทศ และนวัตกรรมที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อสนับสนุนให้หน่วยงานภาครัฐสามารถให้บริการประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ชาญฉลาด และตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ดียิ่งขึ้น

ท้ายที่สุด ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเลือกโซลูชันที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าและยั่งยืนอย่างแท้จริง