Fujifilm ต่อยอด Imaging Technology และ AI สู่ Preventive Healthcare ผ่าน NURA Bangkok Clinic

“ฟูจิฟิล์มเดินหน้าผลักดันแนวคิด Preventive Health Screening ผ่าน NURA Bangkok Clinic นำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภาพทางการแพทย์และ AI ยกระดับการตรวจคัดกรองโรค สู่การค้นหาความเสี่ยงและตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าขยายบทบาทด้านเทคโนโลยีการแพทย์และบริการสุขภาพ ด้วยการผลักดันแนวคิด Preventive Health Screening หรือการตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงป้องกัน โดยนำความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการสร้างภาพ (Imaging Technology) และปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) มาประยุกต์ใช้ในการตรวจคัดกรองและวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรค เพื่อสนับสนุนการตรวจพบความผิดปกติของร่างกายตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะปรากฏอาการเจ็บป่วย
แนวทางดังกล่าวสะท้อนทิศทางการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการดูแลสุขภาพ จากระบบที่มุ่งเน้นการวินิจฉัยและรักษาโรคเมื่อผู้ป่วยมีอาการ ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงรุก (Proactive Healthcare) ที่ให้ความสำคัญกับการค้นหาปัจจัยเสี่ยง การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และการนำข้อมูลทางการแพทย์มาประกอบการวางแผนดูแลสุขภาพระยะยาว
ล่าสุด ฟูจิฟิล์มร่วมกับบริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด เปิดให้บริการ NURA_Bangkok Clinic อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 โดยเป็นคลินิกตรวจคัดกรองสุขภาพเชิงป้องกันแห่งแรกของแบรนด์ NURA ในประเทศไทย นำเทคโนโลยีภาพทางการแพทย์ขั้นสูงและ AI ที่ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย มาผสานกับรูปแบบบริการตรวจสุขภาพที่เน้นความสะดวก รวดเร็ว และการให้คำปรึกษาโดยแพทย์
เปลี่ยนแนวคิดการดูแลสุขภาพ จากรักษาโรคสู่การตรวจพบความเสี่ยงก่อนป่วย
การผลักดัน Preventive Health Screening เกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายของระบบสาธารณสุขไทยที่กำลังเผชิญกับภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของประชากร
ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ที่ฟูจิฟิล์มนำมาอ้างอิงระบุว่า กลุ่มโรค NCDs อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง มีสัดส่วนถึง 74% ของการเสียชีวิตทั้งหมดในประเทศไทย
ความท้าทายสำคัญคือโรคหลายชนิดสามารถพัฒนาไปโดยไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยและรักษาเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว
ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติที่บริษัทอ้างอิงระบุว่า มีคนไทยเพียง 4.9% ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ สะท้อนถึงความจำเป็นในการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองสุขภาพมากขึ้น
ฟูจิฟิล์มจึงมองว่าการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาพัฒนารูปแบบการตรวจคัดกรองที่สะดวก รวดเร็ว และสามารถค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริมวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน

มาซาฮารุ โมริตะ กรรมการบริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ NURA กล่าวว่า “NURA ต้องการสร้างวัฒนธรรมใหม่ของการดูแลสุขภาพเชิงรุก โดยส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่อาการจะปรากฏ”
“แนวคิดดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการตรวจสุขภาพเป็นประจำของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งให้ความสำคัญกับการติดตามสุขภาพและการป้องกันความเสี่ยงจากโรคในระยะยาว”
NURA ก่อตั้งขึ้นในปี 2564 จากความร่วมมือระหว่างฟูจิฟิล์มและ Dr. Kutty’s Healthcare (DKH) โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีภาพทางการแพทย์ของฟูจิฟิล์มเข้ากับความสามารถด้านการให้บริการสุขภาพของ DKH ก่อนขยายบริการไปยังหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย
Imaging Technology และ AI หัวใจของการยกระดับ Preventive Health Screening
หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของรูปแบบการตรวจคัดกรองสุขภาพที่ NURA คือการนำเทคโนโลยี Medical Imaging มาทำงานร่วมกับ AI เพื่อสนับสนุนการตรวจหาความผิดปกติและช่วยให้แพทย์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลจากภาพทางการแพทย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
เทคโนโลยีหลักประกอบด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ปริมาณรังสีต่ำเป็นพิเศษ (Ultra Low-Dose CT Scan) ของฟูจิฟิล์ม ซึ่งสามารถสร้างภาพสามมิติสำหรับตรวจคัดกรองบริเวณทรวงอกไปจนถึงช่องท้อง รวมถึงการประเมินปริมาณหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (Calcium Score) และไขมันรอบกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ
สำหรับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม คลินิกใช้เครื่องเอกซเรย์เต้านมระบบดิจิทัล AMULET SOPHINITY ร่วมกับการตรวจอัลตราซาวด์ โดยมีฟังก์ชัน Comfort Comp และระบบ AI ช่วยในการจัดท่าตรวจ ซึ่งออกแบบมาเพื่อลดความเจ็บและความกังวลของผู้เข้ารับการตรวจ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจเลือดและปัสสาวะเพื่อประกอบการประเมินสุขภาพในมิติต่างๆ
ความสำคัญของเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการสร้างภาพทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการนำ AI เข้ามาสนับสนุนกระบวนการอ่านและวิเคราะห์ภาพ ซึ่งช่วยให้รังสีแพทย์สามารถตรวจสอบความผิดปกติที่มีขนาดเล็กหรือสังเกตได้ยากได้อย่างละเอียดมากขึ้น
โมฮาเหม็ด คาซิม กรรมการบริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด และผู้ก่อตั้งแบรนด์ NURA อธิบายว่า AI มีบทบาทเสมือนเป็นดวงตาคู่ที่สองของทีมแพทย์ ช่วยสนับสนุนการตรวจพบความผิดปกติขนาดเล็กหรือความผิดปกติที่สังเกตได้ยาก เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ในกระบวนการดังกล่าวยังคงเป็นเครื่องมือสนับสนุนการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ โดยการวินิจฉัยผลตรวจทั้งหมดเป็นหน้าที่ของแพทย์
รูปแบบนี้สะท้อนบทบาทของ AI-assisted Diagnosis ซึ่งนำความสามารถของระบบอัลกอริทึมมาช่วยสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก โดยไม่ได้เข้ามาทดแทนความรับผิดชอบของแพทย์ในการวินิจฉัยโรค
NURA กับการสร้างรูปแบบบริการตรวจสุขภาพที่ใช้เทคโนโลยีเป็นกลไกหลัก
นอกเหนือจากเทคโนโลยีด้านการตรวจคัดกรอง ฟูจิฟิล์มยังนำแนวคิดการออกแบบประสบการณ์ผู้รับบริการมาเป็นองค์ประกอบสำคัญของ NURA_Bangkok Clinic เพื่อช่วยลดอุปสรรคที่ทำให้ประชาชนไม่เข้ารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำ
รูปแบบบริการถูกออกแบบให้กระบวนการตรวจคัดกรองสุขภาพแล้วเสร็จภายในเวลาประมาณ 120 นาที โดยไม่จำเป็นต้องงดน้ำและอาหารล่วงหน้า พร้อมจัดขั้นตอนการตรวจให้มีความสะดวกและลดระยะเวลารอคอย
หลังจากตรวจคัดกรอง ผู้รับบริการจะได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่ออธิบายผลตรวจและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ รวมถึงรับคำแนะนำในการดูแลสุขภาพที่เหมาะสม
หากผลตรวจบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมหรือการรักษา คลินิกจะประสานงานผ่านเครือข่ายพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพและการแพทย์ (Care Partner Network) เพื่อส่งต่อผู้รับบริการไปยังแพทย์เฉพาะทางหรือโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง
แนวทางดังกล่าวทำให้ NURA_ไม่ได้วางบทบาทไว้เฉพาะการเป็นสถานที่ตรวจสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกระบวนการตรวจคัดกรอง การให้คำปรึกษา และการส่งต่อเข้าสู่ระบบการรักษาเมื่อจำเป็น
สิทธิเวช เศวตรพัชร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด และผู้จัดการทั่วไป บริษัท ฟูจิฟิล์ม ดีเคเอช (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า NURA_Bangkok Clinic ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้รับบริการยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานที่อาจละเลยการตรวจสุขภาพ เนื่องจากมองว่าตนเองยังแข็งแรงและไม่มีอาการผิดปกติ
บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนารูปแบบการตรวจที่สามารถเข้ากับตารางชีวิตของคนกลุ่มนี้ พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับผลตรวจและความเสี่ยงด้านสุขภาพ เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการดูแลสุขภาพของตนเองได้จริง
Fujifilm ขยายบทบาทจากเทคโนโลยีภาพ สู่การสร้างคุณค่าด้าน Healthcare
การเปิด NURA_Bangkok Clinic ยังสะท้อนการนำความเชี่ยวชาญด้าน Imaging Technology ของฟูจิฟิล์มมาต่อยอดสู่บริการสุขภาพที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี อุปกรณ์ทางการแพทย์ AI และการให้บริการตรวจคัดกรองเข้าด้วยกัน
จากเดิมที่เทคโนโลยีภาพทางการแพทย์มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการตรวจวินิจฉัยในสถานพยาบาล แนวทางของ NURA_แสดงให้เห็นถึงการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในบริการสุขภาพเชิงป้องกันที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยตรง
ในเชิงกลยุทธ์ นับเป็นการขยายการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของฟูจิฟิล์มไปสู่รูปแบบบริการที่ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพและประสบการณ์ของผู้รับบริการ มากกว่าการนำเสนอเครื่องมือทางการแพทย์เพียงอย่างเดียว
โซ มารูโอะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฟูจิฟิล์มมุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรด้านการดูแลสุขภาพของประเทศไทยในระยะยาว โดยนำเทคโนโลยีทางการแพทย์และ AI ที่ช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยมาใช้ส่งเสริมการตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้นและการดูแลสุขภาพเชิงรุก
NURA_Bangkok Clinic จึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีและความร่วมมือกับพันธมิตรมาใช้สร้างคุณค่าให้กับสังคม และสนับสนุนการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
การขับเคลื่อน Preventive Health Screening ผ่าน_NURA ยังสะท้อนแนวโน้มสำคัญของอุตสาหกรรม Healthcare ที่เทคโนโลยีภาพทางการแพทย์และ AI กำลังมีบทบาทมากขึ้นในการเปลี่ยนกระบวนการดูแลสุขภาพจากการตอบสนองต่ออาการเจ็บป่วย ไปสู่การตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของการตรวจคัดกรองเชิงป้องกันยังขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของวิธีตรวจสำหรับแต่ละบุคคล การประเมินปัจจัยเสี่ยงโดยแพทย์ และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการตรวจที่เกี่ยวข้องกับการได้รับรังสี ซึ่งต้องพิจารณาประโยชน์และความเสี่ยงประกอบกัน





