Friday, August 28, 2026
AINEWSPDPA

Veeam เสริม Agentic AI Governance ช่วยองค์กรคุมข้อมูล-ความเป็นส่วนตัว รับยุค AI ภายใต้กฎระเบียบเข้มข้น

AI Governance

Veeam ขยายขีดความสามารถ Veeam DataAI Command Platform ด้วย Agentic AI สำหรับงาน Data Privacy และ AI Governance รับทิศทางกฎระเบียบด้านข้อมูลและ AI ของไทยที่กำลังเข้มข้นขึ้น

Veeam Software นำเสนอความสามารถด้าน Agentic AI_Governance บน Veeam DataAI Command Platform โดยนำ AI Agents เข้ามาช่วยดำเนินงานด้านความเป็นส่วนตัว การขอความยินยอม และการปฏิบัติตามกฎระเบียบแบบอัตโนมัติ เพื่อให้องค์กรสามารถนำแนวทาง Data Privacy และ AI_Governance ไปปฏิบัติในระดับปฏิบัติการได้จริง ท่ามกลางสภาพแวดล้อมข้อมูลและ AI ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประเทศไทยกำลังยกระดับกรอบกำกับดูแลทั้งด้านข้อมูลส่วนบุคคลและ AI โดยนอกจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA แล้ว 

คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ยังได้เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแนวปฏิบัติ ว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการพัฒนาและการใช้ AI เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ขณะที่สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติ AI ในเดือนกรกฎาคม 2569

AI Governance ต้องพิสูจน์ได้ ไม่ใช่แค่มีนโยบาย

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทย, Veeam

เจษฎา ภาสวรวิทย์ ผู้อำนวยการอาวุโสประจำประเทศไทยของ Veeam กล่าวว่า สำหรับองค์กรธุรกิจไทย ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องของการถกเถียงในเชิงทฤษฎีอีกต่อไป เนื่องจากทิศทางของหน่วยงานกำกับดูแลกำลังทำให้ทุกธุรกิจต้องสามารถแสดงให้เห็นได้ว่า AI ขององค์กรใช้ข้อมูลอย่างไร และดำเนินการสอดคล้องกับนโยบายกำกับดูแลอย่างไร

โดยเฉพาะองค์กรในอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งกำลังขยายการใช้งาน AI มากขึ้น ความสามารถในการสร้าง หลักฐานของการกำกับดูแล (Evidence of Governance) จึงควรถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตั้งแต่ต้น แทนที่จะนำระบบ Governance เข้ามาเสริมภายหลัง

โจทย์สำคัญอยู่ที่การทำให้ นโยบาย สามารถถูกบังคับใช้ไปตลอดเส้นทางของข้อมูล ตัวอย่างเช่น เมื่อผู้ใช้ปฏิเสธเทคโนโลยีติดตามข้อมูล จำกัดการนำข้อมูลไปทำการตลาด หรือถอนสิทธิ์ไม่ให้ข้อมูลของตนถูกนำไปใช้สำหรับ AI personalization ความต้องการดังกล่าวจำเป็นต้องถูกส่งต่อและบังคับใช้กับทุกระบบที่ข้อมูลเดินทางไปถึง ไม่ใช่เฉพาะระบบที่ผู้ใช้กดเลือกเท่านั้น

ในองค์กรขนาดใหญ่ ข้อมูลเดียวกันอาจเชื่อมโยงกับระบบ Analytics, AI pipelines, AdTech, SaaS และระบบของบุคคลที่สามจำนวนมาก ทำให้การติดตามและบังคับใช้นโยบายด้วยกระบวนการแบบ Manual มีความซับซ้อนมากขึ้น

3 AI Agents เปลี่ยนงาน PrivacyOps สู่ระบบอัตโนมัติ

Veeam จึงนำ Agentic AI เข้ามาช่วยจัดการงานในลักษณะดังกล่าวผ่าน AI Agents 3 รูปแบบ ได้แก่ Consent Agent, Data Subject Request Agent และ Assessment Agent ซึ่งเปิดให้ใช้งานเป็นส่วนหนึ่งของ Veeam DataAI Command Platform

Consent Agent ทำหน้าที่บริหารจัดการ Consent_Governance ตั้งแต่การสร้างแบนเนอร์ การทดสอบอัตโนมัติ การตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงการช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Consent

ระบบสามารถจับสัญญาณความยินยอมและความต้องการของผู้ใช้ เช่น การตั้งค่าคุกกี้ การปฏิเสธการตลาด การถอนสิทธิ์สำหรับ AI personalization และข้อจำกัดด้านการประมวลผล ก่อนส่งต่อข้อมูลเหล่านั้นไปยังระบบที่เชื่อมโยงและถูกกำหนดค่าให้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Analytics, AI pipelines, AdTech, SaaS หรือระบบของบุคคลที่สาม

นอกจากนี้ Consent Agent ยังสามารถประเมินความเสี่ยงตามเขตอำนาจทางกฎหมาย หรือ jurisdiction-aware risk scoring และแสดงข้อมูลผ่านแดชบอร์ดแบบรวมศูนย์ เพื่อช่วยให้ทีม Privacy, Legal และ Marketing มองเห็นสถานะของ Consent ในระบบต่างๆ ได้จากจุดเดียว

Data Subject Request Agent ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างและดูแลแบบฟอร์มสำหรับการใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล หรือ Data Subject Request (DSR) ให้เหมาะสมกับขอบเขตการดำเนินงานและข้อกำหนดขององค์กร

Veeam ระบุว่า ทีมงานสามารถสร้างแบบฟอร์มได้ภายในเวลาไม่กี่นาที และปรับปรุงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบโดยลดการพึ่งพาการพัฒนาระบบใหม่ทุกครั้งที่ข้อกำหนดเปลี่ยนแปลง โดยบริษัทประเมินว่าความสามารถดังกล่าวสามารถลดเวลาในการจัดทำแบบฟอร์ม DSR ได้ประมาณ 50% ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและรูปแบบการใช้งานของแต่ละองค์กร

ส่วน Assessment Agent นำ AI มาช่วยวิเคราะห์หลักฐานประกอบและจัดเตรียมคำตอบสำหรับกระบวนการประเมิน Compliance เช่น Data Protection Impact Assessment (DPIA), การประเมินความสอดคล้องกับ EU AI Act และแบบสอบถามด้านความเสี่ยงของผู้ขาย

แนวคิดสำคัญของ AI Agents ทั้งสามจึงไม่ใช่เพียงการนำ Generative AI มาช่วยตอบคำถาม แต่เป็นการนำ AI เข้ามา ดำเนินงาน Governance Workflow ภายใต้ข้อมูล บริบท และกฎเกณฑ์ที่องค์กรกำหนด โดยยังเปิดพื้นที่ให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจในประเด็นที่จำเป็นต้องใช้ดุลยพินิจ

จาก Data Resilience สู่ Data & AI Governance

การเพิ่ม Agentic AI ยังสะท้อนการขยายบทบาทของ Veeam จากตลาด Data Resilience ไปสู่การสร้างความน่าเชื่อถือของข้อมูลและ AI โดย Veeam DataAI Command Platform ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รวม DataAI Security, DataAI Governance, DataAI Compliance, DataAI Privacy และ DataAI Resilience เข้าด้วยกัน

เบื้องหลังแพลตฟอร์มคือ DataAI Command Graph ซึ่งเป็นชั้นข้อมูลอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลจากสภาพแวดล้อม Cloud, SaaS และ On-premises ผ่านส่วนเชื่อมต่อหลายร้อยรายการ เพื่อให้องค์กรสามารถมองเห็นบริบทของข้อมูลที่กระจายอยู่ในระบบต่างๆ

ขณะที่ DataAI Privacy ใช้ People Data Graph ซึ่งเป็น Identity Intelligence Graph สำหรับเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลทั้งแบบ Structured และ Unstructured ในสภาพแวดล้อม Hybrid Multi-cloud ทำให้องค์กรสามารถบังคับใช้นโยบายตามเขตอำนาจกฎหมาย และสร้าง audit-ready evidence เพื่อแสดงให้เห็นว่านโยบายและความต้องการของเจ้าของข้อมูลถูกนำไปปฏิบัติอย่างไร

จุดสำคัญคือ AI Agents ไม่ได้ทำงานจากข้อมูลหรือการประเมินแบบ snapshot เพียงช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่ทำงานบนบริบทของข้อมูลที่ได้รับการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Veeam มองว่าเป็นองค์ประกอบสำคัญของ Governance ในโลกที่ AI และข้อมูลเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

BCT Expo