
“เทมาเส็ก ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัท Thinking Machines Data Science ขยายศักยภาพการนำ AI ไปใช้งานในองค์กรทั้วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เทมุส บริษัทที่ปรึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการทำดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่นจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก เทมาเส็ก ประกาศลงทุนเชิงกลยุทธ์ในบริษัท Thinking Machines_Data Science พันธมิตรด้านบริการอย่างเป็นทางการรายแรกของ OpenAI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อขยายศักยภาพการนำ AI ไปใช้งานจริงในระดับองค์กรทั่วภูมิภาครวมถึงประเทศไทย
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ Thinking_Machines จะยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้แบรนด์และทีมงานผู้บริหารชุดเดิม ในชื่อ Thinking Machines Data Science, a Temusentity โดยสเตฟานี ซี จะยังคงดำรงตำแหน่งผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร รวมถึงการเข้าร่วมในทีมผู้บริหารของเทมุสในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ด้านการประยุกต์ใช้ AI หรือ Managing Director, Applied AI
การลงทุนครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่องค์กรของไทยกำลังมองหาแนวทางลดอุปสรรคในการเริ่มต้นใช้งานระบบดิจิทัล การยกระดับการทำงาน และการนำ AI ไปใช้งานจริงในองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภาครัฐของไทยได้กำหนดให้ปี 2569 เป็นปีแห่งการลงทุน
พร้อมทั้งเดินหน้าผลักดันการเพิ่มขีดความสามารถทางด้าน AI ให้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ตามในปัจจุบัน องค์กรส่วนใหญ่ยังคงเผชิญหน้ากับความท้าทาย ทั้งด้านการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ AI ความพร้อมของข้อมูล (Data Readiness) รวมถึงความจำเป็นในการปรับปรุงระบบงานและกระบวนการเดิม ก่อนที่จะสามารถใน AI มาประยุกต์ใช้งานในระดับองค์กร
วางรากฐาน AI ให้พร้อมสำหรับการใช้งานจริงในไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Thinking_Machines เติบโตขึ้นจนกลายเป็นหนึ่งในบริษัท AI ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีบทบาทในการสนับสนุนให้องค์กรภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภาคสังคม สามารถออกแบบและติดตั้งใช้งานระบบ AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บริษัทได้ฝึกอบรมบุคลากรด้าน AI มาแล้วมากกว่า 10,000 คน ร่วมพัฒนาระบบ AI อีกหลายร้อยระบบ รวมถึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็น Services Partner รายแรกของ OpenAI ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และล่าสุดได้รับการยกระดับเป็น Advanced Partner ของ OpenAI เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สเตฟานี ซี ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Thinking_Machines Data Science ซึ่งกำลังเข้ารับตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ ด้านการประยุกต์ใช้ AI ของเทมุส กล่าวว่า “เราก่อตั้ง Thinking Machines ด้วยความเชื่อว่า ภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ควรมีขีดความสามารถด้าน AI ระดับโลกที่ถูกสร้างขึ้นภายในภูมิภาค”
“เพื่อรองรับความต้องการของภูมิภาคเอง การเข้าร่วมกับเทมุส จะช่วยให้เราสามารถผลักดันวิสัยทัศน์นี้ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการยึดมั่นในการทำงานต่อทีมงาน ลูกค้า และพันธกิจของเราเช่นเดิม”
ภายใต้การขยายธุรกิจครั้งนี้ Thinking_Machines ตั้งเป้าในการสนับสนุนให้องค์กรของไทยสามารถรับมือกับความท้าทายทางธุรกิจ ผ่านการสร้างรากฐานสำคัญสำหรับการใช้งาน AI ตั้งแต่งานด้านวิศวกรรมข้อมูล การกำกับดูแลข้อมูล การนำ AI ไปใช้งานจริง ไปจนถึงการพัฒนาศักยภาพของบุคลากร
เร่งเครื่อง AI ระดับ Production-Grade นำไปใช้งานจริงทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ปัจจุบันเทมุส มีทีมงานราว 500 คน และมีสำนักงานใหญ่ในประเทศสิงคโปร์ ให้บริการด้านการทรานส์ฟอร์มองค์กรแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งการพัฒนาระบบ Cloud และแอปพลิเคชัน การให้คำปรึกษาและการออกแบบประสบการณ์การใช้งาน
โดยมีผลงานครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Smart Nation และ National AI Strategy ของสิงคโปร์ ทั้งด้านสาธารณสุข กลาโหม บริการทางการเงิน การศึกษา และหน่วยงานภาครัฐ ลูกค้าและพันธมิตรของทั้งสองบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการเร่งขยายศักยภาพและความร่วมมือในครั้งนี้ โดยไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อโครงการ การดำเนินงาน หรือทีมงานชุดปัจจุบัน
ซง เหริน หยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เทมุส กล่าวว่า “หัวใจสำคัญของการลงทุนครั้งนี้ คือการสะท้อนถึงพันธกิจร่วมกันของทั้งสององค์กร ซึ่งต่างก่อตั้งขึ้นโดยผู้ที่เลือกกลับมาสร้างอนาคตให้กับภูมิภาคของตนเอง”
“Thinking_Machines จะได้รับทั้งทรัพยากรและเครือข่ายของเทมุส ขณะที่เทมุส จะได้รับทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่สั่งสมประสบการณ์ในการพัฒนาและส่งมอบ AI ให้กับองค์กรต่างๆ มากว่าสิบปี เมื่อรวมศักยภาพของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าด้วยกัน จะทำให้มีความพร้อมในการสนับสนุนให้องค์กรทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวจากการทดลองใช้ AI ไปสู่การใช้งานจริงในระดับ Production”
ทั้งเทมุส และ Thinking_Machines ได้กำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อลดช่องว่างของการนำ AI ไปใช้งานจริงในองค์กร ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการทรานส์ฟอร์มธุรกิจเข้ากับความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านเทคโนโลยี AI เพื่อร่วมกันสร้างแพลตฟอร์ม
การพัฒนาบุคลากร และวางระบบการส่งมอบงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถก้าวข้ามการทดลองใช้งานไปสู่การใช้งานจริงได้อย่างมั่นคง






