ไมโครซอฟท์ ประกาศวางจำหน่าย Surface Pro และ Surface Laptop เจนฯ ล่าสุด 23 กรกฎาคมนี้

“ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Surface Pro และ Surface Laptop เจเนอเรชันล่าสุดในไทย ครบครันทั้งประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และศักยภาพสำหรับการทำงานยุค AI
ไมโครซอฟท์ ประกาศวางจำหน่าย Surface Pro และ Surface Laptop เจเนอเรชันล่าสุดในไทยอย่างเป็นทางการ ทรงพลังด้วยชิปประมวลผล Snapdragon X2 สุดล้ำที่ออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุด ความยืดหยุ่นในการใช้งาน และการประมวลผล AI ในตัวเครื่องได้อย่างต่อเนื่อง
พลิกโฉมการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ผสานการทำงานของ AI บนตัวเครื่องและบนระบบคลาวด์อย่างไร้รอยต่อ ตอบโจทย์ความต้องการของมืออาชีพ ครีเอเตอร์ และผู้ใช้งานทั่วไป โดย วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมเป็นต้นไป
Surface Pro 13 นิ้ว พีซี 2-in-1 ที่คล่องตัวที่สุด
Surface Pro 13 นิ้ว รุ่นใหม่มอบความยืดหยุ่นที่เหนือชั้นในการใช้งาน สามารถปรับเปลี่ยนการทำงานจากแท็บเล็ตที่มีน้ำหนักเบาไปเป็นแล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงระดับเดสก์ท็อปได้อย่างง่ายดาย
มีให้เลือกทั้งรุ่นชิป Snapdragon X2 Plus และ Snapdragon X2 Elite มีประสิทธิภาพการประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 53%
โดยนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แบบ 2-in-1 ยังมาพร้อมกับตัวเลือกหน้าจอแบบ OLED ที่สวยงามสะดุดตา แสดงสีดำได้ลึกมีมิติ ด้วยคอนทราสต์ที่สูงขึ้น และความแม่นยำของสีที่ยอดเยี่ยมเพื่อความมั่นใจในทุกงานสร้างสรรค์ พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 15.5 ชั่วโมง รองรับการทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุด
นอกจากนี้ ประสิทธิภาพด้านการทำงานร่วมกันยังยกระดับไปอีกขั้นด้วยกล้องหน้าเลนส์ ultra-wide ความละเอียดสูงระดับ 1440p Quad HD ที่มาพร้อมฟีเจอร์จัดเฟรมภาพอัจฉริยะ (Natural Framing) ช่วยโฟกัสให้ผู้พูดอยู่กึ่งกลางหน้าจอโดยอัตโนมัติระหว่างการประชุมออนไลน์
และเมื่อใช้งานร่วมกับคีย์บอร์ด Surface_Pro Flex และปากกา Surface Slim Pen (อุปกรณ์เสริมแยกจำหน่าย) ผู้ใช้จะได้รับประสบการณ์การเขียนและการวาดภาพที่เป็นธรรมชาติและแม่นยำ ด้วยระบบตอบสนองด้วยการสั่นอัจฉริยะ (Advanced Haptic Feedback) ที่ให้ความรู้สึกสมจริงในทุกการตอบสนองบนระบบปฏิบัติการ Windows 11 และแอปพลิเคชันที่ใช้งานเป็นประจำทุกวัน
Surface Laptop 13.8 นิ้ว และ 15 นิ้ว ทรงพลังและใช้งานได้ยาวนานตลอดวัน
Surface Laptop รุ่นใหม่ขนาด 13.8 นิ้ว และ 15 นิ้ว ได้รับการออกแบบพิเศษเพื่อรองรับงานสร้างสรรค์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง การประมวลผลแบบจำลองข้อมูลในเครื่อง (Local Model Execution) และการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน (Multitasking) ได้อย่างรวดเร็ว
มีประสิทธิภาพกราฟิกเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 58%รองรับการทำงานที่เหนือกว่าด้วยแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานที่สุด
โดยรุ่นหน้าจอ 13.8 นิ้ว สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 20 ชั่วโมงใน และรุ่นหน้าจอ 15 นิ้ว ใช้งานได้นานสูงสุดถึง 19 ชั่วโมง ทั้งสองรุ่นมาพร้อมหน้าจอ LCD ที่ให้สีสันสดใสและแม่นยำ
ขณะที่หน้าจอของรุ่น 15 นิ้วที่อัปเกรดให้มีความคมชัดยิ่งขึ้นจากความละเอียด 201 PPI เพิ่มขึ้นเป็น 262 PPI เพื่อรายละเอียดของภาพที่คมกริบและชัดเจนในทุกมิติ นอกจากนี้ การสนทนาผ่านวิดีโอจะคมชัดยิ่งขึ้นด้วยกล้องแล็ปท็อปอันดับ 1 ที่รับรองโดย DXOMARK ตอบโจทย์การทำงานในทุกๆ วันอย่างแท้จริง
ที่สำคัญ ตัวเครื่องยังได้รับการพัฒนาด้านการโต้ตอบกับผู้ใช้ผ่านทัชแพดขนาดใหญ่ที่มีระบบตอบสนองการสั่นอัจฉริยะ (Haptic Feedback) ซึ่งสามารถปรับแต่งได้ ช่วยให้การลากนิ้วและการสั่งงานมีความแม่นยำและตอบสนองได้ทันใจยิ่งกว่าที่เคย
ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยี Haptic ขั้นสูงใน Windows 11 ที่ช่วยเพิ่มความชัดเจน การเข้าถึง และความเพลิดเพลินในการใช้งานในแต่ละวันได้ที่ Microsoft Design
ขับเคลื่อน AI ให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
Surface รุ่นใหม่มาพร้อมกับชิป NPU และระบบปฏิบัติการ Windows ที่ปรับแต่งมาเพื่อให้การประมวลผลงาน AI แบบไฮบริดทำงานได้อย่างราบรื่นและไร้รอยต่อ สามารถจัดการงานที่ต้องประมวลผลในเครื่องได้อย่างรวดเร็ว
ทั้งยังสามารถขยายศักยภาพไปประมวลผลบนระบบคลาวด์ได้ทันทีเมื่อจำเป็น ตอบโจทย์การทำงานในปัจจุบันต้องปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วระหว่างการประมวลผลบนตัวเครื่องและบนระบบคลาวด์
ทั้ง Surface_Pro และ Surface Laptop ยังติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับนักออกแบบ ช่างภาพ และงานสิ่งพิมพ์ระดับมืออาชีพอย่าง Affinity บนเมนู Start โดยตัวแอปปรับแต่งมาเป็นพิเศษเพื่อให้สามารถดึงประสิทธิภาพจากฮาร์ดแวร์ของ Surface ออกมาใช้ได้อย่างสูงสุด
Meet the new Surface Laptop and Surface_Pro






