Friday, July 3, 2026
NEWS

BJC ก้าวสู่ Business Ecosystem ยักษ์ใหญ่แห่งอาเซียน

BJC จากบริษัทการค้าอายุ 144 ปี สู่หนึ่งใน Business Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดของอาเซียน

นยุคที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความผันผวนทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว คำถามสำคัญสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ไม่ใช่เพียง “จะเติบโตอย่างไร” แต่คือ “จะเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร”

สำหรับ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC คำตอบอยู่ที่การสร้าง Ecosystem ทางธุรกิจที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ให้ทุกส่วนขององค์กรสามารถสร้างคุณค่าและสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างต่อเนื่อง

ภายใต้การนำของ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ BJC ได้พัฒนาองค์กรจากธุรกิจการค้าดั้งเดิม สู่เครือข่ายธุรกิจครบวงจรที่ครอบคลุมการผลิต การกระจายสินค้า ธุรกิจด้านสุขภาพ และค้าปลีกสมัยใหม่ จนกลายเป็นหนึ่งใน Business Ecosystem ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทย “เราไม่ได้มองการเติบโตเป็นเพียงการขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น

แต่เป็นการสร้างระบบที่ทุกภาคส่วนสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ เพราะการเติบโตที่ยั่งยืนต้องเป็นการเติบโตที่สร้างคุณค่าให้กับทุกคนใน Ecosystem” ฐาปณีกล่าว

ปัจจุบัน BJC ดำเนินธุรกิจผ่าน 4 Supply Chain หลัก ได้แก่ Packaging, Consumer, Healthcare & Technical และ Modern Retail ซึ่งร่วมกันสร้างยอดขายกว่า 154,000 ล้านบาทต่อปี สิ่งที่ทำให้โมเดลของ BJC แตกต่างจากองค์กรขนาดใหญ่ทั่วไป คือการออกแบบให้แต่ละธุรกิจเชื่อมโยงและเสริมศักยภาพซึ่งกันและกัน มากกว่าการดำเนินงานแบบแยกส่วน ตั้งแต่ธุรกิจบรรจุภัณฑ์

ซึ่ง BJC เป็นผู้ผลิตขวดแก้วรายใหญ่ที่สุดในอาเซียนและผู้ผลิตกระป๋องอลูมิเนียมรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เชื่อมต่อสู่ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีเครือข่ายกระจายสินค้าครอบคลุมกว่า 243,000 ร้านค้าในประเทศไทยและเวียดนาม เบื้องหลังการเชื่อมโยงดังกล่าวคือระบบโลจิสติกส์และศูนย์กระจายสินค้าที่สามารถรองรับการขนส่งสินค้าได้มากกว่า 1.3 ล้านลังต่อวัน

ขณะที่ธุรกิจ Healthcare & Technical ช่วยเชื่อมโยงนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์สู่โรงพยาบาล คลินิก และร้านขายยาทั่วประเทศ และจุดเปลี่ยนสำคัญของ Ecosystem แห่งนี้คือ การเข้าซื้อกิจการ Big C ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการขยายสู่ธุรกิจค้าปลีก แต่เป็นการสร้างช่องทางเชื่อมต่อโดยตรงกับผู้บริโภคผ่านร้านค้ากว่า 1,750 สาขา สมาชิก Big Point มากกว่า 22 ล้านราย และเครือข่ายกว่า 132,000 ร้านค้า

สิ่งที่ BJC ได้รับจึงไม่ได้มีเพียงช่องทางจำหน่าย แต่คือข้อมูลเชิงลึกของผู้บริโภคที่สามารถส่งกลับไปยังต้นน้ำของห่วงโซ่คุณค่าแบบ Real-Time ช่วยให้บริษัทพัฒนาสินค้า ปรับปรุงประสิทธิภาพซัพพลายเชน และสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในมุมมองของนักลงทุน ความหลากหลายของธุรกิจอาจถูกมองว่าเป็นความท้าทายในการบริหารจัดการ แต่สำหรับ BJC ความหลากหลายดังกล่าวถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกันภายใต้โครงสร้างเดียวกัน จึงไม่ใช่การกระจายการลงทุนแบบแยกส่วน

หากเป็นการสร้างเครือข่ายธุรกิจที่สามารถสนับสนุนและเสริมความแข็งแกร่งซึ่งกันและกัน แนวทางนี้ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นต่อความผันผวนของเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงของตลาด เมื่อธุรกิจหนึ่งเผชิญแรงกดดัน ธุรกิจอื่นใน Ecosystem ยังคงสามารถสร้างการเติบโตและรักษาสมดุลขององค์กรโดยรวมได้

ขณะเดียวกัน การมีธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่การผลิตจนถึงผู้บริโภคปลายทาง ยังช่วยให้ BJC มองเห็นแนวโน้มและสัญญาณการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้รวดเร็วกว่าการดำเนินธุรกิจแบบแยกส่วน สำหรับ BJC ความสามารถในการเติบโตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในโลกธุรกิจปัจจุบัน

แต่ความสามารถในการสร้างความแข็งแกร่งและรับมือกับความไม่แน่นอนในระยะยาวต่างหากที่จะเป็นปัจจัยชี้ขาดความสำเร็จ “เมื่อทุกธุรกิจในเครือสามารถสร้างคุณค่าและส่งต่อคุณค่าให้กันได้ เราไม่ได้สร้างเพียงการเติบโตขององค์กร แต่กำลังสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันของทั้งระบบ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว” ฐาปณีกล่าว

ในวันที่หลายองค์กรกำลังมองหาสูตรการเติบโตใหม่ BJC กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่า ความได้เปรียบทางการแข่งขันอาจไม่ได้อยู่ที่การมีธุรกิจจำนวนมากที่สุด แต่อยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมโยงธุรกิจ ผู้คน ข้อมูล และโอกาสทางเศรษฐกิจให้กลายเป็น Ecosystem ที่เติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

หมายเหตุ: ข้อมูลทางธุรกิจและผลการดำเนินงานอ้างอิง ณ เดือนมีนาคม 2569 เว้นแต่ข้อมูลเครือข่ายร้านค้า 132,000 ร้านค้า ซึ่งอ้างอิง ณ สิ้นปี 2568

BCT Expo