
“ตามรอยพระราชา ครั้งที่ 62 ลงพื้นที่เขื่อนรัชชประภา ศึกษาการบริหารจัดการน้ำและธรรมชาติอย่างสมดุล ตามศาสตร์พระราชา
ครงการ “ทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา ตามรอยพระราชา ครั้งที่ 62” นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมเดินทางไปศึกษาเรียนรู้ศาสตร์พระราชา ณ เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเรียนรู้แนวคิดการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นหนึ่งในรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9
เขื่อนรัชชประภา หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เขื่อนเชี่ยวหลาน” นับเป็นโครงการพัฒนาที่สำคัญของภาคใต้ที่มีบทบาททั้งในการบริหารจัดการน้ำ การผลิตพลังงานไฟฟ้าพลังน้ำ และการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยว โดยพื้นที่อ่างเก็บน้ำตั้งอยู่ท่ามกลางภูมิทัศน์ภูเขาหินปูนและผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติเขาสก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “กุ้ยหลินเมืองไทย” และกลายเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญของประเทศไทย
เขื่อนแห่งนี้ยังมีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2530 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และเป็นความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างยิ่ง
การเรียนรู้ในพื้นที่แห่งนี้จึงสะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการพัฒนาที่มองอย่างเป็นระบบตามศาสตร์พระราชา ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล ทั้งด้านน้ำ ป่าไม้ พลังงาน และคุณภาพชีวิตของประชาชน ทั้งนี้ คำว่า “รัชชประภา” เป็นนามพระราชทานที่มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร” ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าของเขื่อนแห่งนี้ในฐานะแหล่งน้ำและแหล่งพลังงานสำคัญ ที่สร้างประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง

วิชชุดา ไตรธรรม ที่ปรึกษากรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ศาสตร์พระราชาเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงมองการพัฒนาอย่างรอบด้าน โดยเชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และการดำรงชีวิตของประชาชนเข้าด้วยกันอย่างสมดุล เขื่อนรัชชประภาเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนแนวคิดดังกล่าว เพราะไม่เพียงเป็นแหล่งบริหารจัดการน้ำและผลิตพลังงานไฟฟ้าของภาคใต้เท่านั้น
แต่ยังเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทำให้เราเห็นภาพของการพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติอย่างแท้จริง”
ในกิจกรรมครั้งนี้ คณะผู้เข้าร่วมโครงการยังได้เรียนรู้จากภูมิทัศน์ธรรมชาติของพื้นที่จริง โดยล่องเรือในอ่างเก็บน้ำของ เขื่อนรัชชประภา เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิประเทศ ป่าไม้ และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศตามแนวคิดการพัฒนาที่สมดุลตามศาสตร์พระราชา ระหว่างเส้นทาง คณะได้เยี่ยมชมจุดสำคัญของพื้นที่อย่าง เขาสามเกลอ หรือ “กุ้ยหลินเมืองไทย” ภูเขาหินปูนสามยอดที่ตั้งตระหง่านกลางผืนน้ำสีเขียวมรกต
ตลอดจนการสังเกตความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน้ำจืดบริเวณแพนางไพร ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของฝูงปลาตะเพียนหางแดงจำนวนมาก กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติ แต่ยังทำให้เห็นภาพการพัฒนาที่ต้องอาศัยความเข้าใจต่อระบบธรรมชาติอย่างรอบด้าน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของศาสตร์พระราชาในการบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความสมดุลและยั่งยืน
ทางโครงการยังจัดให้มีการสัมมนาและเวิร์กชอปเกี่ยวกับศาสตร์พระราชาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแบ่งปันความรู้ อาทิ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม อาจารย์อดุลย์ ดาราธรรม ที่ปรึกษา และอดีตนายกสมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย ผู้คิดค้นนวัตกรรมสื่อการสอนสำหรับเยาวชน หรือ Interactive Board Game เรื่องนวัตกรรมศาสตร์พระราชาหนึ่งเดียวในโลก
และดร.ดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานมูลนิธิธรรมดี เพื่อร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในปี 2030
พร้อมกับกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสังคม ได้แก่ โครงการ “อมรินทร์อาสา อ่านพลิกชีวิต” ที่ได้มอบชุดหนังสือให้แก่โรงเรียนบ้านเขาเทพพิทักษ์ และโรงเรียนวัดพะแสง ควบคู่กับการสนับสนุนทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียนจากมูลนิธิธรรมดี เพื่อเสริมสร้างทักษะการอ่านและการเรียนรู้ให้กับเยาวชนในชุมชน รวมถึงกิจกรรมปล่อยพันธุ์ปลา 7 ชนิด จำนวน 9,999 ตัว ถวายเป็นพุทธบูชา ณ เขื่อนรัชชประภา
เพื่อร่วมฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางน้ำ กิจกรรมทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิดการพัฒนาคนควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และตอกย้ำเป้าหมายของโครงการในการสร้าง “ความยั่งยืนทางปัญญา” ให้หยั่งรากอย่างมั่นคงในพื้นที่
โครงการทิพยสืบสาน รักษา ต่อยอด นวัตกรรมศาสตร์พระราชา เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) สำนักงานบริหาร และพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สมาคมนักเรียนเก่า AFS ประเทศไทย มูลนิธิธรรมดี กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม คุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ
และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
ผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งต่อไปสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่เฟซบุ๊ก: ตามรอยพระราชา-The King’s Journey โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกท่านจะได้รับประกาศนียบัตรซึ่งสามารถนาไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจากคุรุสภาได้






