BKIH วางเกมปี 2569 เดินหน้า Fast & Flexible ยกระดับ Customer Experience ด้วยดิจิทัลเต็มรูปแบบ

“BKIH โชว์กำไรปี 2568 โตต่อเนื่อง 3,135 ล้านบาท วางเกมปี 2569 เดินหน้า “Fast & Flexible” ยกระดับ Customer Experience ด้วยดิจิทัลเต็มรูปแบบ
บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH รายงานผลประกอบการปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ท่ามกลางความท้าทายจากภัยพิบัติและต้นทุนประกันภัยที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไร พร้อมประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ที่ชัดเจน ทั้งด้านการเติบโตเชิงรายได้ และการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล
ปี 2568 กำไรสุทธิ 3,135 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง
ในปี 2568 BKIH มีรายได้จากการประกันภัยรวม 31,350.7 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เติบโต 2.2% จากปีก่อน แม้ต้องเผชิญแรงกดดันจากเหตุการณ์ภัยพิบัติขนาดใหญ่ เช่น แผ่นดินไหวและน้ำท่วม รวมถึงต้นทุนประกันภัยต่อที่เพิ่มขึ้น

ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ให้ข้อมูลว่า จุดสำคัญของผลประกอบการปีนี้ คือ ความสามารถในการรักษา Margin ได้ในระดับที่เหมาะสม, การทำกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของธุรกิจหลัก และการบริหารความเสี่ยงและพอร์ตธุรกิจที่มีวินัย
พร้อมกันนี้ บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีที่ 17.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 5.8% สะท้อนสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นต่อการเติบโตในระยะยาว
แผนปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยประกัน 32,600 ล้านบาท เดินเกม Fast & Flexible
สำหรับปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยวางกลยุทธ์ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ
โดยแกนหลักของกลยุทธ์ประกอบด้วย ขยายฐานลูกค้าใหม่ ควบคู่การรักษาลูกค้าเดิม, เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจและปฏิบัติการ ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่รับประกันภัยถึงเคลม, การปรับโมเดลการทำงานให้ Agile มากขึ้น รองรับความผันผวนของเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค และรักษาวินัยด้าน Underwriting เพื่อควบคุมความเสี่ยงและรักษาความสามารถในการทำกำไร
“ในบริบทอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตระดับ 2.5–3.5% บริษัทเลือกวางตำแหน่งเชิงรุก โดยเน้น คุณภาพของการเติบโต มากกว่าปริมาณเพียงอย่างเดียว” ผู้บริหารกล่าว
ยกระดับ Customer Experience ใช้ AI และ Data ขับเคลื่อนบริการแบบ End-to-End
หัวใจสำคัญของยุทธศาสตร์ปี 2569 คือการยกระดับ ประสบการณ์ลูกค้าแบบรอบด้าน” (Holistic Customer Experience) ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัลโซลูชัน โดยมีการพัฒนากระบวนการทำงานใน 4 ประการคือ
ประการแรก Digital Claims Ecosystem เร่งความเร็ว-เพิ่มความโปร่งใส บริษัทพัฒนาแพลตฟอร์มเคลมแบบครบวงจรผ่าน LINE OA ทำให้ลูกค้าสามารถ แจ้งเคลม, ติดตามสถานะ และรับข้อมูลแบบเรียลไทม์ ช่วยลด ข้อติดขัดหรืออุปสรรคต่างๆ ในกระบวนการตัดสินใจของลูกค้า และเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการเคลม
ประการที่สอง AI Claims เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำ นำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และพิจารณาสินไหมทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในหลายๆ เรื่อง อาทิ ลดระยะเวลาการอนุมัติ, เพิ่มความแม่นยำในการประเมิน และความสามารถในการรองรับเคสจำนวนมากในสถานการณ์วิกฤติ เช่น ภัยพิบัติ
ประการที่สาม AI Voice Analytics เข้าใจลูกค้าเชิงลึก โดยใช้ AI วิเคราะห์บทสนทนาระหว่างลูกค้าและเจ้าหน้าที่ เพื่อความสามารถในการ วัดคุณภาพบริการแบบ Real-time, การวิเคราะห์ Pain Point และความพึงพอใจ และสามารถเชื่อมต่อกับระบบ CRM เพื่อทำ Personalization ได้
ประการที่สี่ Personalized Digital Platform คือการยกระดับเว็บไซต์สู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่สามารถแนะนำบริการและคอนเทนต์ตามพฤติกรรมผู้ใช้, การแจ้งเตือนอัตโนมัติ (เช่น ต่ออายุกรมธรรม์) และเพิ่มการเชื่อมต่อหลายช่องทาง (Omni-channel) ให้ลูกค้า
จาก Insurance Provider สู่ Customer-Centric Digital Insurer
ผู้บริหารอธิบายว่า ทิศทางของ BKIH ในปี 2569 ชัดเจนว่าไม่ได้แข่งขันเพียง ผลิตภัณฑ์ประกัน แต่กำลังขยับไปสู่การเป็น Customer-Centric Digital Insurer โดยมี 3 แกนสำคัญ คือ Operational Excellence เพิ่มประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี, Customer Experience สร้างประสบการณ์ที่รวดเร็ว แม่นยำ และเฉพาะบุคคล และ Agility หรือการปรับตัวเร็วในสภาพแวดล้อมที่ไม่แน่นอน
“ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจ ความเสี่ยงใหม่ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็ว การลงทุนใน AI, Data และ Digital Platform ไม่ใช่เพียง ตัวเลือก แต่กลายเป็น โครงสร้างพื้นฐาน ของการแข่งขันในธุรกิจประกันภัยยุคใหม่” ผู้บริหาร กล่าว
BKIH ปิดปี 2568 ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง และกำลังเดินหน้าสู่ปี 2569 ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นความเร็ว ความยืดหยุ่น และการใช้เทคโนโลยีเป็นแกนกลาง เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว ซึ่งสะท้อนภาพการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจประกันภัยไทยเข้าสู่ยุค Digital-driven อย่างชัดเจน






