Monday, January 26, 2026
NEWS

CAAT เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบินไทย พร้อมสู่ยุคการบินแห่งอนาคต

CAAT
CAAT สรุปผลงานปี พ.ศ. 2568 เดินหน้ายกระดับ มาตรฐานการกำกับดูแลด้านการบินทุกมิติ ความปลอดภัย การรักษาความมั่นคง และเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย_(CAAT) สรุปผลงานเด่นประจำปี พ.ศ. 2568 เดินหน้ายกระดับ มาตรฐานการกำกับดูแลด้านการบินของประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านความปลอดภัย การรักษาความมั่นคง และการเตรียมความพร้อมรองรับเทคโนโลยีการบินสมัยใหม่ สะท้อนความเชื่อมั่นของประชาคมการบินระหว่าง ประเทศ และปูทางสู่การเป็นศูนย์กลางการบินแห่งอนาคตของภูมิภาค

ยกระดับกลับสู่สถานะ Category 1

หนึ่งในความสำเร็จสำคัญของปี 2568 คือ การที่ประเทศไทยได้รับการยกระดับกลับสู่สถานะ Category 1 จากการประเมินของ Federal Aviation Administration (FAA) ภายใต้โครงการ IASA ในเดือนเมษายน 2568 หลังจาก CAAT ดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างการกำกับดูแล พัฒนากฎหมาย ระเบียบ มาตรฐาน และเสริมสร้าง ศักยภาพบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
ส่งผลให้ระบบกำกับดูแลด้านความปลอดภัยการบินของประเทศไทยกลับมา เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สายการบินของไทยสามารถทำการบินตรงเข้าสหรัฐอเมริกา รวมสามารถเปิดเส้นทาง ใหม่หรือเพิ่มความถี่เที่ยวบินไปยังประเทศที่ให้ความสำคัญกับผลการประเมินของ FAA เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฮ่องกง เป็นการเพิ่มโอกาสการเดินทางระหว่างประเทศ

ได้คะแนนประสิทธิผลของระบบกำกับดูแลความปลอดภัยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก

CAAT ยังผ่านการตรวจประเมินด้านความปลอดภัยการบินจาก International Civil Aviation Organization (ICAO) ภายใต้โครงการ USOAP – CMA ด้วยคะแนน Effective Implementation (EI) อยู่ใน ระดับสูง ครั้งล่าสุดในปี 2568 พบผลคะแนนเบื้องต้นที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างชัดเจน
โดยเฉพาะในหมวดที่อยู่ภายใต้การกำกับของ_CAAT เอง (เช่น กฎหมายการบิน การจัดองค์กร การอนุญาตบุคลากร การปฏิบัติการเครื่องบิน การรับรองสมรรถนะ ฯลฯ) ได้ 91.35% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกประมาณ 20% และมีบางหมวดได้ คะแนนเต็ม 100% เช่น กฎหมายการบินและโครงสร้างองค์กรกำกับดูแล ซึ่งยืนยันว่ามาตรฐานการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยของ_CAAT อยู่ในระดับดีมากใกล้เคียงประเทศชั้นนำของโลก
ในด้านการรักษาความความปลอดภัยการบิน_CAAT ได้เตรียมความพร้อมอย่างรอบด้านสำหรับการตรวจ ประเมิน ICAO USAP ทั้งการทบทวนกฎหมายและมาตรการด้านการรักษาความปลอดภัย การประสานความ ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการยกระดับขีดความสามารถของบุคลากร เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นด้าน Security ให้สอดรับกับบริบทความท้าทายด้านความมั่นคงในปัจจุบัน

เตรียมความพร้อมกำกับดูแลอากาศยานไฟฟ้า

ในปีเดียวกัน_CAAT ได้ดำเนินการอนุญาตและกำกับดูแลการทดสอบทดลองบินอากาศยานไฟฟ้าขึ้นลง ทางดิ่ง (eVTOL) ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่มีความปลอดภัยสูง ถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมด้าน กฎหมาย มาตรฐาน และแนวปฏิบัติ สำหรับการนำเทคโนโลยี Advanced Air Mobility (AAM) มาใช้ในประเทศ ไทยอย่างเป็นรูปธรรม
พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการ_CAAT กล่าวว่า “การทดสอบ eVTOL เป็นจุดเริ่มต้น สำคัญของการเตรียมระบบกำกับดูแลสำหรับการบินรูปแบบใหม่_CAAT ให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมและความปลอดภัย เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมการบินโลก อย่างมั่นคง”

ปักหมุดงานใหญ่ปลายปี AAM Symposium 2026

จากความสำเร็จในปี 2568_CAAT เตรียมต่อยอดสู่ปี 2569 ด้วยการเป็นเจ้าภาพร่วมกับ ICAO ขับเคลื่อน การจัดงาน AAM Symposium 2026 ในวันที่ 1-3 ธันวาคม 2569 เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นโยบาย และแนวปฏิบัติด้านการบินสมัยใหม่ ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแล ผู้เชี่ยวชาญ และภาคอุตสาหกรรมจากนานา ประเทศ
สะท้อนบทบาทของ_CAAT ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เพียงรักษามาตรฐานความปลอดภัยและ ความมั่นคง แต่ยังพร้อมสนับสนุนนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินไทย

บทวิเคราะห์จาก CIO World Business

จุดที่ยังต้อง พัฒนา/ปรับปรุงเพิ่มเติม

แม้ผลการประเมินภาพรวมจะเป็นบวกมาก แต่_CAAT ยังสามารถพัฒนาในด้านต่อไปนี้เพื่อยกระดับให้ใกล้เคียงศูนย์กลางการบินชั้นนำของโลกยิ่งขึ้น

1. การใช้ดิจิทัลและระบบข้อมูลเพื่อกำกับดูแลให้เร็วขึ้น

แม้ระบบกฎหมายและโครงสร้างองค์กรจะได้คะแนนสูง แต่การนำเทคโนโลยีดิจิทัล (เช่น AI ในการประเมินความเสี่ยงเรียลไทม์ การวิเคราะห์ข้อมูลข้ามระบบ) มาใช้ในระบบกำกับดูแลและตรวจสอบปฏิบัติการในระดับการปฏิบัติจริงยังต้องเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถ จับความเสี่ยงล่วงหน้าและตัดสินใจแบบทันท่วงที มากกว่าที่เป็นอยู่

โดยผู้อำนวยการ CAAT ได้กล่าวถึงแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไอดิจิทัลขององค์กรไว้ในปี 2569 เพื่อยกเครื่องระบบเอกสาร และเวิร์คโฟล์ในการทำงานภายใน รวมถึงการให้บริการการออกไลเซนส์ต่างๆ

ซึ่งการตั้งเป้าหมายนี้ จะสามารถนำไปยกระดับการบริการดิจิทัล เช่น เทคโนโลยีด้านการรับรองและออกใบอนุญาต (e-Licensing / e-Certification Platform) ระบบออกใบอนุญาตนักบิน วิศวกรการบิน เจ้าหน้าที่การบินแบบดิจิทัล ซึ่งจะลดขั้นตอนเอกสาร เพิ่มความโปร่งใส ตรวจสอบย้อนหลังได้ และรองรับ Digital Signature และ e-Document

หรือกระบวนการทำงาน Workflow Automation ของ CAAT เช่นระบบติดตามสถานะคำขอแบบ Real-time ที่สามารถลดระยะเวลาการพิจารณา และลด Human Error

2. การเสริมความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยไซเบอร์

ระบบต่างๆ ของการบินสมัยใหม่ (เช่น ATC, AIM, SWIM) ต้องมีการป้องกันในระดับสูง เพื่อรองรับภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หาก CAAT สามารถรวมมาตรการนี้เข้ากับการกำกับดูแลระบบความปลอดภัยทุกระดับ จะยิ่งเสริมความเชื่อมั่นสากลได้ยิ่งขึ้น

3. เพิ่มความโปร่งใสและการสื่อสารข้อมูลสู่สาธารณะ

แม้ผลคะแนนจะสูง การสื่อสารข้อมูลผ่านช่องทางเปิด เช่น การเผยแพร่รายละเอียดรายงาน ICAO แบบสรุปที่เข้าใจง่าย หรือระบบ Dashboard สถิติการบินสาธารณะ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระดับผู้ประกอบการและผู้โดยสาร

4. การพัฒนาระบบการฝึกอบรมและบุคลากร

แม้การกำกับดูแลด้านใบอนุญาตและโครงสร้างจะได้คะแนนสูง แต่ การพัฒนาทักษะบุคลากรอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (เช่น simulation-based training, remote monitoring tools) จะช่วยให้คุณภาพการกำกับดูแลไม่ตกหล่น