Monday, October 3, 2022
NEWS

บทเรียนสำคัญ 3 ประการ หลัง COVID-19 ยืดหยุ่น ต่อเนื่อง และยั่งยืน

เอสเอพี ประเทศไทย ให้ความเห็นบทเรียนสำคัญ 3 ประการ ที่ภาคธุรกิจ ควรนำเอามาเป็นหลักยึดในการทบทวนกลยุทธ์ รวมถึงเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงาน เมื่อต้องเผชิญกับภาวะหยุดชะงักทางธุรกิจ

ลพวงจากสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา เอสเอพี ประเทศไทย ให้ความเห็นถึง บทเรียนสำคัญ 3 ประการ ที่ภาคธุรกิจ ควรนำเอามาเป็นหลักยึดในการทบทวนกลยุทธ์ รวมถึงเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินงาน เมื่อต้องเผชิญกับภาวะหยุดชะงัก (Disruption) ทางธุรกิจ อันได้แก่ ความยืดหยุ่นในการทำงาน, ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความยั่งยืน

สร้างการเติบโตด้วยระบบคลาวด์

หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย ประเทศไทยจะอยู่ในยุคทองของการทำ Digital Transformation และโซลูชันคลาวด์ คือ คำตอบของการพลิกโฉมธุรกิจ ซึ่งข้อมูลจาก Gartner ได้คาดการณ์การใช้จ่ายด้านโซลูชันคลาวด์สาธารณะของผู้ใช้งาน End-user ทั่วโลก ปี 2565 จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20.4% คิดเป็น 494.7 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าใช้จ่ายบริการคลาวด์ของไทยปีนี้ จะเติบโตเพิ่มขึ้น 36.6% คิดเป็นมูลค่า 40.8 พันล้านบาท

เอทูล ทูลิ กรรมการผู้จัดการ เอสเอพี อินโดไชน่า กล่าวว่า “COVID-19 เป็นตัวเร่งให้ภาคธุรกิจ ตลอดจนภาครัฐ หันมาให้ ความสำคัญกับการทำ Digital Transformation และการใช้งานโซลูชันบนระบบคลาวด์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อปูทางสู่ความยั่งยืน”

“รวมถึงยกระดับการทำงานท่ามกลางความไม่แน่นอน องค์กรธุรกิจจึงจำเป็นต้องมองหาระบบ ERP บนคลาวด์ ช่วยให้เข้าถึงข้อมูล เชิงลึกแบบเรียลไทม์ ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจแบบ end-to-end สามารถวิเคราะห์ ประเมินสถานการณ์ และวางแผนรับมือได้ทันท่วงที”

“ปัจจุบัน ธุรกิจยังสามารถย้ายการใช้งานไปยังระบบคลาวด์ได้อย่างง่ายดาย พร้อมความสามารถในการปรับขนาดตามการใช้งาน เพื่อลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO)” เอทูล กล่าวเสริม

ความยั่งยืน ตัวแปรสำคัญของธุรกิจยุค Next Normal

ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น

พร้อมกันนี้ เอสเอพี_ให้ความเห็นว่า บริษัทต่างๆ ในประเทศไทยควรปรับกระบวนทัศน์การทำธุรกิจ จาก เศรษฐกิจแบบเส้นตรง (Linear Economy) ซึ่งผลิตของเสียมากกว่า 91% ผ่านการผลิตแบบดั้งเดิม มาเป็นเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ด้วยวิธีการที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่และลดขยะให้เหลือน้อยที่สุด

กุลวิภา ประดิษฐผลเลิศ ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจทั่วไป เอสเอพี_อินโดไชน่า กล่าวว่า “เอสเอพี มีความเชี่ยวชาญในการใช้ ประโยชน์จากข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผสานเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในการมองไปข้างหน้าและบรรลุเป้าหมาย การเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืน”

“แน่นอนว่าในประเทศไทยเอสเอพีได้ดำเนินการ ช่วยให้ลูกค้า ทั้งขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ให้เริ่มต้นเส้นทาง Digital Transformation สู่การเป็น Intelligent, Sustainable Enterprise อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างระบบหลังบ้านที่แข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”

Featured Image: Man with mask photo created by rawpixel.com – www.freepik.com

Leave a Response