Monday, July 27, 2026
AINEWS

Google Cloud ประกาศยุทธศาสตร์สู่ AI Ready พร้อมขับเคลื่อนลูกค้าสู่ยุค Agentic AI

Gemini Enterprise

Google Cloud ปรับยุทธศาสตร์ เปลี่ยนผ่านจาก Cloud First สู่ AI Ready เร่งขับเคลื่อนไทยสู่ยุค Agentic AI เสนอแพลตฟอร์ม Gemini Enterprise พร้อมระบบรักษาความปลอดภัย การบริหารจัดการต้นทุนที่แม่นยำ และการกำกับดูแลที่ครอบคลุม

มื่อ 23 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ภายในงาน Leaders’ Connect 2026 สรุจ ทิพเสนา Country Manager คนใหม่ของ Google Cloud ประเทศไทย ได้เผยวิสัยทัศน์ในการสนับสนุนองค์กรไทยให้เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Agentic AI

เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากร เพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินงาน และสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างเฉพาะบุคคลมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนผ่านจาก Cloud First สู่ AI Ready 

Google Cloud ได้นำเสนอศักยภาพในการช่วยให้องค์กรสามารถรองรับ AI workloads ที่มีความซับซ้อนในระดับประเทศ ควบคู่ไปกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง การบริหารจัดการต้นทุนที่แม่นยำ และการกำกับดูแลที่ครอบคลุม

สรุจ ทิพเสนา Country Manager ของ Google Cloud ประเทศไทย กล่าวว่า “โอกาสขององค์กรในวันนี้ไม่ใช่แค่การทดลองใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพียงอย่างเดียว แต่คือการนำ AI มาใช้แก้ปัญหาทางธุรกิจที่เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร และสามารถต่อยอดสู่การใช้งานระดับโครงสร้างได้อย่างเป็นรูปธรรม” 

“ความสำเร็จในยุค AI ไม่ได้วัดจากการมี AI อยู่ในบางส่วนขององค์กร แต่ต้องสามารถเชื่อมโยง AI เข้ากับกระบวนการทำงานหลัก เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้อย่างชัดเจน” 

“โดย Google Cloud นำเสนอ AI Stack แบบครบวงจร พร้อมแพลตฟอร์ม Gemini Enterprise ที่ช่วยลดความซับซ้อนจากการเชื่อมต่อระบบที่กระจัดกระจาย (Integration Tax) ทำให้องค์กรขนาดใหญ่ในประเทศไทยสามารถยกระดับระบบเดิม (Legacy Infrastructure)” 

“จัดการต้นทุนการใช้งาน AI หรือ Tokenomics ได้อย่างแม่นยำ และขยายการใช้งาน AI Agent จากการทดลองสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กรได้อย่างปลอดภัย พร้อมสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่เป็นรูปธรรม”

บริหารต้นทุน AI อย่างแม่นยำเพื่อผลกำไรที่คาดการณ์ได้

เมื่อองค์กรเปลี่ยนผ่านจากขั้นทดลองใช้งาน AI หรือช่วง Pilots ไปสู่การใช้งานจริงในระดับองค์กร การบริหารต้นทุนและความสามารถในการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายของ AI Workload ที่มีความซับซ้อน จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ 

ทั้งนี้ Google Cloud จึงเข้ามาแก้ปัญหานี้โดยตรง โดยการมอบทั้งทางเลือกและการควบคุม ให้กับองค์กรในการบริหารจัดการ Tokenomics อย่างมีประสิทธิภาพ

ทางเลือก การนำ Gemini Enterprise มาช่วยให้องค์กรสามารถเลือกใช้โมเดล AI ที่เหมาะสมกับแต่ละภารกิจ พร้อมประเมินต้นทุนของ Workflow และผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้อย่างแม่นยำ เนื่องจาก Google Cloud เป็นเจ้าของเทคโนโลยีแบบครบวงจร 

ตั้งแต่ Tensor Processing Units (TPUs) ไปจนถึงโมเดล Gemini จึงสามารถส่งต่อข้อได้เปรียบด้านต้นทุนให้แก่ลูกค้าโดยตรง พร้อมช่วยให้องค์กรบริหารและลดต้นทุนต่อ Token ได้อย่างมีประสิทธิผล

การควบคุม เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถบริหารค่าใช้จ่ายจากการใช้งานโทเคนได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลีกเลี่ยงต้นทุนที่ไม่คาดคิด Gemini Enterprise มาพร้อมเครื่องมือด้าน FinOps และ Governance ที่ช่วยให้ผู้บริหารฝ่ายเทคโนโลยีและการเงินสามารถติดตามประสิทธิภาพการทำงานของ AI Agent และต้นทุนได้อย่างละเอียด 

โดยความโปร่งใสนี้ ช่วยให้องค์กรในไทยสามารถขยายขนาดการใช้งานได้อย่างปลอดภัย ตั้งแต่ Use Case เฉพาะจุดไปจนถึงการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วทั้งองค์กร

เสริมความมั่นคงปลอดภัยให้องค์กรในยุค Agentic AI ด้วย Google AI Threat Defense

เมื่อองค์กรนำ AI Agent แบบอัตโนมัติมาใช้งานในกระบวนการดำเนินงานหลักของธุรกิจมากขึ้น การสร้างความมั่นคงปลอดภัยสำหรับองค์กรในยุค Agentic AI จำเป็นต้องก้าวข้ามแนวทางการแก้ไขช่องโหว่เมื่อเกิดปัญหา ไปสู่ระบบป้องกันภัยคุกคามที่ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติ

โดย Google Cloud ได้ประกาศเปิดตัว Google AI Threat Defense ระบบรักษาความปลอดภัยแบบอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตรวจสอบ เฝ้าระวัง และหยุดยั้งภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โดยการผสานพลังระหว่าง การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงตามบริบท (Contextual Risk Prioritization) ของ Wiz 

ความสามารถในการแก้ไขโค้ดของ CodeMender, ความอัจฉริยะของ Gemini และความเชี่ยวชาญหน้างานของ Mandiant ทำให้ Google Cloud สามารถส่งมอบโครงสร้างที่จำเป็นต่อการรับมือกับความเร็วของฝ่ายโจมตี (Adversary) 

นอกจากนี้ AI Threat Defense ยังใช้งานโมเดลที่หลากหลายผ่าน Gemini Enterprise Agent Platform เพื่อช่วยให้องค์กรค้นพบช่องโหว่ได้ครอบคลุมที่สุด ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุน ช่วยให้สามารถสแกน แก้ไข และบำรุงรักษาสินทรัพย์ซอฟต์แวร์ได้อย่างต่อเนื่อง

BCT Expo