Tuesday, October 4, 2022
NEWS

เฟซบุ๊ก รีแบรนด์เป็น Meta บริษัทเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อสังคม เข้าสู่ยุค metaverse เชื่อมโลกจริงและโลกเสมือน

เฟซบุ๊ก รีแบรนด์เป็น Meta บริษัทเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อสังคม ประกาศวิสัยทัศน์ ช่วยเหลือผู้คนในการเชื่อมต่อกัน ค้นหาชุมชน และพัฒนาธุรกิจให้เติบโต ผลักดัน metaverse การเชื่อมโลกจริงและโลกเสมือน ออนไลน์ เข้าด้วยกัน ให้เกิดการใช้งานในชีวิตจริง

ายในงานประชุม Connect 2021 (28 ตุลาคม) มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟซบุ๊ก อิงค์ ได้ประกาศรีแบรนด์ เฟซบุ๊ก โดยเปิดตัวบริษัทภายใต้ชื่อ Meta ซึ่งยังคงเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่ผสมผสานนวัตกรรม บริการ และแอปพลิเคชันในเครือของเฟซบุ๊ก เข้ากับเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อสร้างบริการขึ้น

โดยในการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการผลักดันเรื่อง เมตาเวิร์ส (metaverse) ซึ่งคือการเชื่อมโลกจริงและโลกเสมือน ออนไลน์ เข้าด้วยกัน ให้เกิดการใช้งานในชีวิตจริง และตั้งพันธะกิจไว้ที่การ ช่วยเหลือผู้คนในการเชื่อมต่อกัน ค้นหาชุมชน และพัฒนาธุรกิจให้เติบโต

การรีแบรนด์ Facebook เป็น Meta

ในจดหมายของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้บรรยายถึงวิสัยทัศน์ว่า เมตาเวิร์ส จะเป็นยุคต่อไปของการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งจะมอบประสบการณ์การใช้โซเชียลมีเดียบนโลกออนไลน์ในปัจจุบันในรูปแบบไฮบริด โดยจะเป็นการขยายประสบการณ์สู่รูปแบบสามมิติหรือมีการแสดงภาพสู่โลกแห่งความจริง

สิ่งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนสามารถแชร์ประสบการณ์โลกเสมือนจริงแก่ผู้อื่นได้แม้ในขณะที่พวกเขาไม่ได้อยู่ด้วยกัน รวมถึงทำกิจกรรมที่ไม่สามารถทำร่วมกันในโลกความจริงได้อีกด้วย

เมตาเวิร์ส เป็นตัวอย่างล่าสุดในการพัฒนาเทคโนโลยีของ Meta เพื่อช่วยเหลือผู้คนในการเชื่อมต่อกัน ค้นหาชุมชน และเติบโตไปด้วยกัน เมื่อ เฟซบุ๊ก ได้เปิดตัวขึ้นในปี พ.ศ. 2547 ผู้คนได้เปลี่ยนแปลงวิธีการในการเชื่อมต่อ รวมถึงแอปพลิเคชันอย่าง Messenger และ Instagram ก็ได้มอบพลังในการเชื่อมต่อให้กับผู้คนอีกจำนวนหลายพันล้านคนทั่วโลก

ตอนนี้ Meta กำลังก้าวข้ามการใช้งานบนจอแบบสองมิติ สู่ประสบการณ์โลกเสมือนจริง เช่น เทคโนโลยี Augmented reality และ Virtual reality นับเป็นการสร้างวิวัฒนาการยุคต่อไปของเทคโนโลยีโซเชียลมีเดียอีกมากมาย และเป็นการนำบริษัทก้าวไปอีกขั้น

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก

การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงานประชุม Connect ในปีนี้ ซึ่งถูกจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเป็นศูนย์รวมของนักพัฒนาเทคโนโลยี Augmented reality และ Virtual reality เหล่าครีเอเตอร์ นักการตลาด และด้านอื่นๆ ซึ่งมารวมตัวกันเพื่อฉลองการขับเคลื่อนและการเติบโตของอุตสาหกรรม

พร้อมเรียนรู้ว่าประสบการณ์ต่างๆ ในเมตาเวิร์สจะออกมาเป็นอย่างไรในช่วงทศวรรษข้างหน้า ผ่านประสบการณ์การเชื่อมต่อบนโลกโซเชียล ความบันเทิง เกม การออกกำลังกาย การทำงาน การศึกษา และการค้าขาย

บริษัทยังได้เปิดตัวเครื่องมือใหม่ๆ ที่จะช่วยให้ผู้คนสร้างประสบการณ์เมตาเวิร์สได้ เช่น Presence Platform ที่จะทำให้การสร้างประสบการณ์โลกความจริงแบบผสมผสาน (Mixed reality experiences) เกิดขึ้นได้บน แว่น VR Quest 2 รวมถึงขั้นต่อไปของบริษัทที่จะใช้ศักยภาพสูงสุดของเมตาเวิร์สในอนาคต รวมถึงการลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์ ในโครงการการอบรมแบบครบทุกมิติสำหรับครีเอเตอร์รุ่นใหม่ๆ

มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ยังได้เน้นย้ำในระหว่างการแถลงด้วยว่า “ในปัจจุบัน แบรนด์ของเราถูกเชื่อมโยงกับผลิตภัณฑ์เดียวของบริษัทเป็นอย่างมาก ซึ่งทำให้ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เรากำลังทำอยู่ในทุกวันนี้ รวมถึงในอนาคต และเมื่อเวลาผ่านไป ผมหวังว่าเราจะถูกจดจำในฐานะบริษัทด้านเมตาเวิร์ส และผมต้องการที่จะประกาศให้ผู้คนได้ทราบเกี่ยวกับการดำเนินงานและตัวตนที่เรากำลังดำเนินไป”

สังคม Metaverse เชื่อมโลกจริงกับโลกเสมือน

metaverse ยังคงอยู่ในเส้นทางของการพัฒนา แต่ไอเดียการใช้งานบางอย่างเกิดขึ้นแล้ว ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้แชร์สิ่งที่เรากำลังสร้างเพื่อปรับปรุงระบบเสมือนจริงและความเป็นจริงเสมือนที่เรารู้จักในปัจจุบัน และขั้นตอนที่เรากำลังดำเนินการเพื่อช่วยให้ตระหนักถึงศักยภาพทางสังคมของ Metaverse ในอนาคต

ตัวอย่างการใช้งาน metaverse ที่กำลังพัฒนา

Horizon Home

Horizon Home ซึ่งเป็นการใช้งานภายในบ้าน Metaverse นี่คือสิ่งแรกที่คุณจะเห็นเมื่อสวมชุด แว่น VR Quest 2 จนถึงตอนนี้เรียกว่าบ้านเพราะประสบการณ์ไม่ใช่สังคม ในอนาคตคุณจะสามารถเชิญเพื่อนๆ ให้เข้าร่วม Horizon Home ที่ซึ่งคุณสามารถออกไปเที่ยว ดูวิดีโอ และเข้าสู่เกมและแอปฯ ด้วยกัน

การโทร VR บน Messenger

เมื่อต้นปี เฟซบุ๊กได้เปิดตัวการรองรับเทคโนโลยี VR บน Messenger ที่สามารถส่งข้อความสั้นๆ ถึงเพื่อนจากภายในชุดหูฟัง ปลายปีนี้ Meta จะนำการโทรด้วยเสียงของ Messenger มาสู่ VR คุณจะสามารถเข้าร่วมการโทรด้วยเสียงกับเพื่อนๆ จากแพลตฟอร์มที่เปิดใช้งาน Messenger และในที่สุดก็ออกไปเที่ยวหรือเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง VR ด้วยกัน

อนาคตของการทำงาน

metaverse จะครอบคลุมงาน ความบันเทิง และหลายๆ สิ่ง เช่นเดียวกับโทรศัพท์และแล็ปท็อปในปัจจุบัน แพลตฟอร์มของ Meta_ได้มุ่งมั่นว่าจะต้องมีความยืดหยุ่นเพียงพอ ที่จะรองรับกรณีการใช้งานที่แตกต่างกันของการทำงาน

เมื่อเร็วๆ นี้ Meta_ได้จะเริ่มทดสอบแว่น VR สำหรับธุรกิจ (Quest for Business) ที่ออกแบบมาสำหรับธุรกิจโดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยให้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานและเข้าถึงแอปฯ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น Horizon Workrooms และ Gravity Sketch โดยไม่ต้องใช้บัญชีเฟซบุ๊ก

แน่นอนว่า Meta_กำลังใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการพัฒนา Quest for Business เพื่อให้แน่ใจว่าเราทำถูกต้อง โดยวางแผนที่จะเริ่มในรุ่นเบต้าแบบจำกัดในปีนี้ ขยายไปยังผู้เข้าร่วมรุ่นเบต้าเพิ่มเติมในปี 2565 และเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบสำหรับธุรกิจทั้งหมดในปี 2566

แพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนา

Meta_ได้ประกาศเปิดตัว Presence Platform ซึ่งเป็นชุดการรับรู้ของเครื่องและความสามารถของ AI ซึ่งรวมถึง Passthrough, Spatial Anchors และ Scene Understanding ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างประสบการณ์ผสมความเป็นจริง การโต้ตอบ และเสียงที่สมจริงยิ่งขึ้น ซึ่งผสมผสานเนื้อหาเสมือนจริงเข้ากับโลกทางกายภาพของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว

Leave a Response