Sunday, June 16, 2024
ArticlesMarTech

เทรนด์โฆษณาดิจิทัลบนสมาร์ทโฟนในปี 2023 ที่นักการตลาดดิจิทัลต้องเตรียมตัว

Adjust

Adjust แนะเคล็ดลับสำหรับนักการตลาดและนักพัฒนาแอปเกี่ยวกับวิธีใช้ประโยชน์จากเทรนด์การโฆษณา พฤติกรรมการดูคอนเทนต์ที่ผ่านสื่อดิจิทัลที่เปลี่ยนไป รวมถึงเทคโนโลยีในการพิสูจน์ ROI จากค่าโฆษณา เพื่อให้ประสบความสำเร็จกับการตลาดบนมือถือ

นขณะที่นักการตลาดแอปพลิเคชันมือถือเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับอนาคต ผู้เชี่ยวชาญจาก Adjust ก็มีการคาดการณ์เชิงลึก 5 ประการสำหรับปี 2023 ด้วยสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบายครั้งสำคัญด้านการโฆษณาและความเป็นส่วนตัวของระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟน

เริ่มจากการเปิดตัว SKAdNetwork 4.0 หรือ SKAN 4.0 ของค่ายแอปเปิล เป็นตัวช่วยให้ผู้ลงโฆษณาสามารถวัดความสำเร็จของโฆษณาโดยระบุแหล่งที่มาของการติดตั้งแอปฯ ในขณะที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้

ในขณะที่มือถือค่ายแอนดรอยด์ ก็พัฒนาให้ระบบโฆษณามีประสิทธิภาพและเคารพความเป็นส่วนตัวมากขึ้นและด้วยนโยบาย Google’s Privacy Sandbox

สิ่งนี้ทำให้ มีการคาดการณ์กันว่า นักการตลาดจะต้องการข้อมูลแบบรวมศูนย์มากกว่าแต่ก่อน และกลับไปใช้เป็นเทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจากหลายๆ สื่อ (Media Mix Modeling) เพื่อช่วยให้นักการตลาดสามารถปรับแต่งแคมเปญของตนตามปัจจัยต่างๆ และสามารถวัดผลกระทบของแคมเปญการตลาดและการโฆษณาได้

บทความโดย: มิคาห์ แมคกี้, _Adjust

ผู้เชี่ยวชาญของ Adjust ยังกล่าวถึงกลยุทธ์สำหรับทีวีผ่านสตรีมมิ่ง (CTV) แบรนด์ใหญ่ๆ ที่กลายเป็นเครือข่ายโฆษณา และนักการตลาดก็จำเป็นต้องพิสูจน์ ROI จากค่าโฆษณาของตนมากกว่าแต่ก่อน

ผู้เขียนมีเคล็ดลับสำหรับนักการตลาดและนักพัฒนาแอปเกี่ยวกับวิธีใช้ประโยชน์จากเทรนด์ในอนาคตเหล่านี้เพื่อให้ประสบความสำเร็จกับการตลาดแอป 5 ประการนั่นคือ

1. การเพิ่มประสิทธิภาพทางการตลาดด้วยข้อมูล

ไซมอน ดุสซาร์ต CEO ของ_Adjust กล่าวโดยอ้างจาก รายงานไว้ในบทความของ CXOtoday เรื่อง ผลตอบแทนจากการลงโฆษณาจะเป็นไปตามยอดการเข้าถึงผู้ชมที่สามารถวัดค่าได้ ว่า “ในเวลาที่นักการตลาดถูกกดดันให้ต้องใช้งบประมาณทางการตลาดอย่างมีกลยุทธ์มากขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ”

“การตัดสินใจที่ถูกต้องและรวดเร็วว่า จะจัดสรรงบโฆษณาตรงจุดใดและอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากที่สุด อาจเป็นตัวชี้วัดความล้มเหลวและความสำเร็จ การรวมศูนย์ในการวิเคราะห์ข้อมูลและการรายงานมีแนวโน้มความจำเป็นสูงขึ้นในปี 2023”

“สิ่งที่ตามมาคือ ผลประโยชน์ที่เพิ่มเป็นสองเท่า ใน 2 ประการ คือ ประการแรก การมีข้อมูลจากทุกช่องทางและแหล่งข้อมูลพร้อมใช้งานในที่เดียวจะช่วยเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพ ประการที่สอง เป็นวิธีที่ดีในการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทในระยะยาวผ่านการประหยัดต่อขนาด

2. แบรนด์เจ้าใหญ่จะสร้างเครือข่ายโฆษณาของตัวเอง

ขณะที่ เคธี่ แมดดิง CPO ของ Adjust อธิบายว่า “ตอนนี้แบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Spotify, Walmart, และ Uber เริ่มมองเห็นคุณค่าของการหารายได้จากข้อมูลลูกค้า เราจะได้เห็นบริษัทขนาดใหญ่หันมาสร้างเครือข่ายโฆษณาเป็นของตัวเองในปี 2023 แม้ว่าข้อมูลที่รวบรวมไว้จะยังไม่พร้อมใช้ในวันนี้ แต่นักการตลาดและผู้ลงโฆษณาจะยังคงใช้ประโยชน์จากผู้ใช้แอปฯ เพื่อวัดผลและสร้างรายได้”

“ในอดีต โซเชียลมีเดียเจ้าใหญ่ต่างๆ เป็นผู้ให้บริการโฆษณารายหลักเพราะมีฐานผู้ใช้ทั่วโลกจำนวนมาก แต่แบรนด์ใหม่ๆ ที่มีข้อมูลลูกค้าจำนวนมากอยู่ในมือกำลังเข้ามาแข่งกันในด้านนี้ แบรนด์เหล่านี้มองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ครั้งใหญ่ที่จะขายโฆษณาและกำลังย้ายไปสร้างเครือข่ายของตนเอง”

“แบรนด์ต่างๆ ที่มีกลุ่มผู้ใช้จำนวนมหาศาลรวมกับอัตราการเลือกรับข่าวสารจากแบรนด์ (Opt-In Rate) ที่ดีมีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จ เป็นการยกระดับการแข่งขันที่ครั้งหนึ่งโซเชียลมีเดียเคยเป็นแชมป์”

3. กลยุทธ์ของการโฆษณาทางทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (CTV) จะเน้นที่การกำหนดเป้าหมายผู้ชมเฉพาะกลุ่ม

ดร.กิตส์แบร์ โพลส์ ผู้อำนวยการ Connected TV & New Channels ของ Adjust อธิบายไว้กับ Streaming Media ผ่านบทความเรื่อง สรุปผล: การคาดการณ์อุตสาหกรรมสตรีมมิ่งในปี 2023 ว่า

“ตอนนี้เทคโนโลยีสตรีมมิ่งแบบ White Label (หรือธุรกิจช่องสตรีมมิ่งที่บริการเนื้อหาบนทีวีให้กับลูกค้า ลูกค้าทำหน้าที่ปั้นแบรนด์ช่องสตรีมมิ่งเท่านั้น) นั้นเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและใช้งานง่ายขึ้น เมื่อรวมกับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของวิดีโอออนดีมานด์ (AVOD) และโทรทัศน์สตรีมมิ่งที่รองรับโฆษณาฟรี (FAST) บริการสตรีมมิ่งเฉพาะกลุ่มจะได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ชมเฉพาะกลุ่ม”

“ดังนั้น นักการตลาดจะเรียกใช้โฆษณาที่ปรับให้ตรงกับคุณด้วยการกำหนดเป้าหมายที่แม่นยำอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งนำไปสู่การเติบโต ROI ที่สำคัญผ่านยอดการซื้อขายอันเนื่องมาจากการโฆษณา”

“แม้ว่าบริการสตรีมมิ่งเฉพาะกลุ่มเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงทีวีดั้งเดิมและวิดีโอออนดีมานด์แบบสมัครสมาชิกทั่วไป (SVOD) ได้ แต่สตรีมมิ่งแบบนี้มีตัวเลือกการกำหนดเป้าหมายที่เหมาะสมอย่างยิ่งตามข้อมูลประชากรและรูปแบบพฤติกรรม”

“ดังนั้น ผู้ลงโฆษณาสามารถพัฒนาแคมเปญที่ปรับให้เหมาะกับคุณซึ่งดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคตลอดทั้งช่องทางและกระตุ้นให้เกิดยอดการซื้อขายสินค้าอันเนื่องมาจากการโฆษณาได้ เพราะสามารถวัดผลได้ทั้งหมด นักการตลาดจึงได้เปรียบกว่าแต่ก่อน เพื่อใช้ประโยชน์จากพลังของ การโฆษณาทางทีวีที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (CTV) และการเติบโตของการโฆษณาที่มีประสิทธิภาพในธุรกิจนี้”

4. การคาดการณ์ผ่าน Media Mix Modeling จะกลับมา

เรกกี ซิงห์ ผู้อำนวยการฝ่ายพันธมิตร, Adjust กล่าวว่า “ปีนี้เราจะได้เห็นบริษัทต่างๆ ให้ความสำคัญกับการคาดการณ์และการวางแผนงบประมาณเชิงกลยุทธ์มากกว่าแต่ก่อน นักการตลาดในปัจจุบันให้ความสำคัญกับตัวเลขในอดีตมาก เช่น User Acquisition ค่าใช้จ่ายโฆษณา และรายรับที่ได้จากการโฆษณา (ROAS) และลดความสำคัญของกลยุทธ์และการวางแผนล่วงหน้า”

จากความผันแปรของช่วงปีที่มีโรคระบาด ประกอบกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจเมื่อเร็วๆ นี้ เราจะเห็นว่าการคาดการณ์ผ่าน Media Mix Modeling (MMM) กลับมาเป็นวิธีกำหนดผลกระทบของกลยุทธ์ทางการตลาดต่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับ Attribution ที่มีข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน MMM เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการวัดผลกระทบของช่องสื่อที่ไม่ใช่แบบดั้งเดิม เช่น ทีวีผ่านสตรีมมิ่ง พ็อดคาสท์ และสื่อดิจิทัลนอกบ้าน”

5. การวัด ROI ในแคมเปญการตลาดจะมีความสำคัญยิ่ง

ไซมอน ดุสซาร์ต CEO ของ_Adjust กล่าวเรื่องการวัดผลตอบแทนจากการลงทุนโฆษณาดิจิทัลบนมือถือว่า “ผลตอบแทนจากการลงโฆษณาจะเป็นไปตามยอดการเข้าถึงผู้ชมที่สามารถวัดค่าได้ ความท้าทายทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมในช่วงปลายปีจะทำให้ การวัดผลแคมเปญการตลาดและความสามารถในการพิสูจน์ ROI มีความสำคัญต่อธุรกิจในช่วงปีใหม่

eMarketer คาดว่า โฆษณาบนมือถือจะคิดเป็น 76% ของเม็ดเงินโฆษณาดิจิทัลทั่วโลกภายในปี 2024 ดังนั้น นักการตลาดบนมือถือจึงมีศักยภาพที่จะเข้าถึงผู้ใช้รายใหม่สูงเป็นประวัติการณ์ เหตุผลที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สู่ดิจิทัลในทศวรรษที่ผ่านมาก็คือความสามารถในการวัด และเราคาดการณ์ว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกันกับมือถือ”

Featured Image: Image by Freepik