พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ ดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยนบันทึกความเข้าใจระหว่าง TNB Renewable Sdn. Bhd.(TRe) โดย Mr.Zarihi Hashim และ Planet Utility Co.,Ltd.(Planet Utility)
โดย ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANET เกี่ยวกับข้อเสนอในการร่วมมือสำรวจศักยภาพของเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนและการผลิตพลังงานในประเทศไทย ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา
บมจ. เรดดี้แพลนเน็ต หรือ READY หุ้น Marketing Tech น้องใหม่ในตลาดทุน กำลังเดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ล่าสุด ยกทีมผู้บริหารจัดงานโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน และได้เปิดจองซื้อหุ้น IPO จำนวน 35 ล้านหุ้น กำหนดราคาหุ้นละ 7.30 บาท ในช่วงระหว่างวันที่ 14-16 กุมภาพันธ์นี้
โดย บริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) แกนนำอันเดอร์ไรต์ เผยกระแสตอบรับการเปิดจองซื้อหุ้น IPO วันแรกสุดฮอต มองนักลงทุนเชื่อมั่น READY เป็นอีกหุ้นเทคฯ สัญชาติไทยที่น่าสนใจ พัฒนา “Readyplanet All-in-One” แพลตฟอร์มด้านการขายและการตลาดดิจิทัลแบบรวมเป็นหนึ่งเดียว
ตอบโจทย์โลกธุรกิจในอนาคต จับเซกเมนต์ลูกค้าระดับ กลาง – บน หนุนรายได้เฉลี่ยต่อลูกค้าใหม่อยู่ในระดับสูง และปัจจุบันมี Recurring Income จากบริการที่เป็นรูปแบบเช่าใช้ 95% เรียกได้ว่า พื้นฐานแน่นปึ้ก พร้อมนำเงินระดมทุนพัฒนาซอฟต์แวร์ และขยายทีม จับตายุคหลังโควิด เศรษฐกิจเดินหน้า และธุรกิจไทยกำลังมุ่งสู่ Digital Economy หนุน READY มีโอกาสสร้างการเติบโตอย่างน่าสนใจ
ด้าน ทรงยศ คันธมานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร READY กล่าวทิ้งท้ายถึงนักลงทุน READY เดินทางมาไกลกว่า 22 ปี ตั้งแต่เริ่มบุกเบิกธุรกิจแพลตฟอร์มสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปแห่งแรกในประเทศ และเราไม่เคยหยุดนิ่งในการต่อยอดโอกาสธุรกิจ จึงมั่นใจว่า “Readyplanet All-in-One Platform” จะเข้ามาตอบโจทย์ธุรกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน และเกาะไปกับเมกะเทรนด์อุตสาหกรรมบริการดิจิทัลและซอฟต์แวร์ที่เติบโตในตลาดโลก
บมจ. เอ็ม เอส ไอ จี ประกันภัย (ประเทศไทย) ร่วมกับ มูลนิธิฟรีแลนด์ องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเกี่ยวกับสัตว์ป่า จัดกิจกรรมอยู่รอดไปด้วยกัน (Surviving Together) ที่ช่วยลดการล่าสัตว์อย่างผิดกฎหมาย ส่งเสริมการคุ้มครองและติดตามสัตว์ป่าสงวนในพื้นที่อุทยาน
โดยกิจกรรมนี้ดำเนินงานครอบคลุมในพื้นที่อนุรักษ์คุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ แหล่งมรดกโลกที่ได้รับการขึ้นทะเบียนโดย UNESCO บนพื้นที่กว่า 6,000 ตารางกิโลเมตร
แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ตอบรับเทรนด์ความยั่งยืนโลก ส่งทัพนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า 34 รุ่น ครบครันที่สุดเท่าที่เคยมีมาประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศที่ได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงความยั่งยืนและมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
พร้อมเปิดตัว “LG Objet Collection” ครั้งแรกในประเทศไทย โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนของคนรุ่นใหม่ และเสริมสไตล์การตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ แอลจียังได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนที่สอดคล้องกับการดำเนินงานของแอลจีในระดับโลกที่มุ่งสร้างชีวิตที่กว่าสำหรับทุกคน (Better Life for All) โดยภายในงานเปิดตัวไลน์อัพสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าประจำปี พ.ศ. 2566 ยังได้รับเกียรติจาก “คุณมารีญา พูลเลิศลาภ” ผู้ให้ความสำคัญและสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน มาร่วมเป็นแขกรับเชิญในงานเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่อง ‘ความยั่งยืนกับนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า’ อีกด้วย
ซองฮัน จาง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอลจี ประเทศไทย สานต่อวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) จากการดำเนินงานของแอลจีในระดับโลก ประกาศวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนประจำปี 2566
โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนให้ดียิ่งขึ้น เพื่อสอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่ให้ความสำคัญกับอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการนำเสนอไลน์อัพเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค
ในขณะที่แผนการดำเนินงานในปีนี้ยังเตรียมนำเสนอนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ ๆ ที่ให้ความสำคัญกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอนของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของแอลจีระดับโลกในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการผลิตสินค้าลง 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2560 เพื่อทำให้วิสัยทัศน์ Better Life for All กลายเป็นจริง”
อาภัสรา สังขวิจิตร ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากวิสัยทัศน์ดังกล่าว เป็นที่มาของแนวทางการดำเนินงานของ แอลจี ประเทศไทย ในปีนี้ที่มุ่งเน้นการนำเสนอไลน์อัพผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศที่ครบครัน ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจเรื่องความยั่งยืน
ทั้งในแง่ฟังก์ชันการใช้งานอัจฉริยะ คุณภาพและความทนทาน ตัวช่วยประหยัดไฟ พร้อมลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการตอบสนองเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้บริโภค พร้อมกันนี้ ยังได้เปิดตัว LG Objet Collection
ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ภายในบ้านระดับพรีเมียมที่โดดเด่นทั้งนวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และการออกแบบมาเพื่อสร้างความสวยงาม เสริมสไตล์ตกแต่งบ้านให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น สอดรับกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องฟังก์ชันที่ครบครันและดีไซน์ที่สวยงาม”
นวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าของแอลจีที่เปิดตัวในปีนี้ทั้งหมด 34 รุ่น ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเครื่องปรับอากาศ ได้แก่ เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน 4 รุ่น เครื่องฟอกอากาศ 1 รุ่น เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าในเครื่องเดียวกัน 1 รุ่น เครื่องซักผ้าฝาหน้า 11 รุ่น เครื่องซักผ้าฝาบน 4 รุ่น ตู้ถนอมผ้า 1 รุ่น ตู้เย็น 5 รุ่น เครื่องดูดฝุ่นแบบไร้สาย 4 รุ่น
และเครื่องดูดฝุ่นแบบถังเก็บฝุ่น 3 รุ่น สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ LG Objet Collection มาพร้อมฟีเจอร์การใช้งานที่ส่งเสริมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแบบยั่งยืน ด้วยการเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน LG ThinQ เพื่อสั่งงาน ควบคุม และตรวจสอบการทำงานผ่านสมาร์ทโฟนได้ทุกที่ทุกเวลา อีกทั้งโดดเด่นด้วยส่วนผสมสีเขียวแบบพรีเมียมอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลคชันนี้ที่ช่วยเพิ่มความเรียบหรูและทันสมัยให้กับการตกแต่งบ้าน โดยในคอลเลคชันใหม่นี้ประกอบด้วย
แอลจียังได้เปิดตัวเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน LG DUALCOOL Master รุ่น IHQ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคประหยัดค่าไฟสูงสุด การันตีด้วยฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 3 ดาว และยังคำนึงถึงเรื่องความสะอาดของอากาศเพราะสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในอากาศได้กว่า 99.9 เปอร์เซ็นต์ ด้วยเทคโนโลยี Plasmaster Ionizer++ พร้อมอำนวยความสะดวกเรื่องการควบคุมสั่งงานได้จากทุกที่ และตรวจสอบค่าไฟได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน LG ThinQ
นอกจากนี้ แอลจียังตระหนักดีถึงความสำคัญของเรื่องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้บริโภค รวมถึงช่วยให้ผู้บริโภคชาวไทยรับมือกับปัญหาฝุ่น PM2.5 ในปัจจุบัน จึงได้เปิดตัว LG PuriCare 360 Hit เครื่องฟอกอากาศที่มาในขนาดกะทัดรัดยิ่งขึ้น แต่ยังคงเอกลักษณ์ด้วยดีไซน์แบบ 360 องศาเพื่อกรองและฟอกฝุ่นขนาดเล็ก ก๊าซ กลิ่นไม่พึงประสงค์และสารระเหยในหลายขั้นตอน กระจายอากาศสะอาดบริสุทธิ์ได้อย่างรอบทิศทาง
นอกจากนี้ แอลจียังเอาใจลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งบ้านด้วยโทนสีสันสดใส ด้วยการส่ง LG Macaron ตู้เย็น 2 ประตูรุ่นใหม่ มาใน 3 สี ได้แก่ สีฟ้าพาสเทล (Clay Mint) สีเบจ (Beige) และสีชมพูพาสเทล (Clay Pink) พร้อมประสิทธิภาพการทำงานด้วยเทคโนโลยีที่ครบครัน ทั้ง Door Cooling+ ที่มีจุดปล่อยลมเย็นบนบานประตูด้านบน
ช่วยสร้างความเย็นได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง และ Linear Cooling ช่วยควบคุมความเย็นให้คงที่และสม่ำเสมอ ตู้เย็น LG Macaron รุ่นใหม่นี้จึงตอบโจทย์ผู้บริโภค Gen Z ได้เป็นอย่างดี ทั้งในแง่ประสิทธิภาพการใช้งาน และการเสริมสไตล์ตกแต่งบ้านอย่างลงตัว เพื่อมอบประสบการณ์อากาศเย็นสดชื่นและบริสุทธิ์ พร้อมความคุ้มค่าและประหยัดพลังงาน
แอลจีขอเชิญชวนผู้บริโภคชาวไทยมาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ให้ยั่งยืนยิ่งขึ้นด้วยตัวเลือกนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่ 34 รุ่นของแอลจี ที่พร้อมวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของแอลจีทั่วประเทศ และศูนย์ข้อมูลแอลจี 0-2057-5757 และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมพร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ จากแอลจีได้ทาง

มร.โอลิเวอร์ เบเทอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอลิอันซ์ กล่าวว่า “อลิอันซ์จะบริจาคเงินจำนวน 6 ล้านยูโร เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับเพื่อนร่วมงานและลูกค้าของเรา รวมถึงบุคคลที่พวกเขารักซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในตุรกีและซีเรีย เงินบริจาคของเรายังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในความสามารถของทั้ง 2 ประเทศที่จะสามารถลุกขึ้นยืนและเติบโตต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง เราชาวอลิอันซ์ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดในโลกพร้อมที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้”
อลิอันซ์ส่งเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือจำนวน 1 ล้านยูโร ผ่านความร่วมมือจาก Allianz Türkiye, Allianz Partners และ Allianz Trade ในตุรกีเพื่อสนับสนุนกองทุนพิเศษที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยตรง ความช่วยเหลือในครั้งแรกถูกใช้ไปแล้ว 500,000 ยูโร เพื่อสมทบทุนในการค้นหา ไปจนถึงการหาที่พักอาศัยให้ ความช่วยเหลือด้านการย้ายถิ่นฐาน และการมอบของใช้จำเป็นอื่นๆ
อลิอันซ์ ยังได้เตรียมเงินบริจาคสูงสุดถึง 1 ล้านยูโรเพื่อสมทบเท่ากับเงินบริจาคของพนักงาน โดยแคมเปญที่จัดขึ้นเป็นการภายในนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว ทั้งนี้ บริษัทมีพนักงานมากกว่า 2,000 คนที่ประจำการอยู่ที่ตุรกี และโปรแกรม Employee Assistance ที่ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือผู้ร่วมงานทุกคนทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง กำลังให้ความช่วยเหลือผู้ร่วมงานของเราที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้
มร.เซอมา บอชนาโกวา หนึ่งในบอร์ดบริหารของ Allianz SE กล่าวว่า “ในขณะที่เหตุแผ่นดินไหวยังคงส่งผลกระทบอย่างต่อเนื่อง สิ่งเดียวที่เราควรทำในตอนนี้คือการให้ความช่วยเหลือในทันที ทั้งการสนับสนุนด้านการเงินและการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผ่านเครือข่ายต่างๆที่เรามี อลิอันซ์มีความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับตุรกีและชุมชนที่นั่นมานานกว่าหนึ่งศตวรรษ เราจะทำอย่างเต็มที่เพื่อสร้างความปลอดภัยและให้การสนับสนุนลูกค้าและเพื่อนร่วมงานของเราในพื้นที่”
มร.โทกา เกอร์คาน ซีอีโอของ Allianz Türkiye กล่าวว่า “เราทำงานอย่างใกล้ชิดกับเครือข่ายของเรา ซึ่งรวมถึงกับเพื่อนร่วมทีมใน Allianz Türkiye Allianz Partners และ Allianz Trade และกับหน่วยงานของรัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน เทศบาล และสมาคมทางการแพทย์ เราจะผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกันและกลับมาใหม่อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม”