Tuesday, August 4, 2026
NEWS

ดีป้า ปิดโรดโชว์ Cloud Transformation ที่หาดใหญ่

ดีป้า ปิดฉากโรดโชว์ Cloud Transformation Local Connect ที่หาดใหญ่ เปิดประตูเมืองสองทะเลสู่เมืองอัจฉริยะ หนุนท้องถิ่นภาคใต้ใช้คลาวด์ยกระดับบริการประชาชน

ดีป้า ปิดฉากการเดินสายกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ที่อำเภอหาดใหญ่ มุ่งส่งต่อความรู้ด้านการประยุกต์ใช้ซอฟต์แวร์ในรูปแบบ SaaS บนระบบคลาวด์แก่หน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ภาคใต้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการให้บริการประชาชน

โดยวางเป้าหมายผลักดันรัฐบาลดิจิทัลไม่น้อยกว่า 400 หน่วยงานท้องถิ่น ประชาชนได้รับประโยชน์จากบริการดิจิทัลกว่า 4 ล้านคน เสริมสร้างทักษะด้านคลาวด์แก่เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 4,000 คน ตลอดจนสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 133 ล้านบาท

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต ครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ กิจกรรมภายใต้โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์เพื่อเมืองอัจฉริยะท้องถิ่น (Cloud Transformation)

ซึ่งนับเป็นการปิดฉากกิจกรรมดังกล่าวในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะผลักดันให้หน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นำซอฟต์แวร์ในรูปแบบ Software as a Service (SaaS) บนระบบคลาวด์มาใช้ยกระดับการบริหารจัดการเมืองและการบริการประชาชน ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

พร้อมด้วย ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า และ รพีพัฒน์ นำนาผล ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง ดีป้า ตลอดจนผู้บริหารจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ประกอบด้วย ปุณณภพ ภาษีทวีเกียรติ นายกเทศมนตรีเมืองกันตัง วัชชพล ปริสุทธิ์กุล นายกเทศมนตรีเมืองสะเดา และ ย๊ะย่า ศรีอาหมัด นายกเทศมนตรีตำบลคูเต่า รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกิจกรรม ณ ห้องคิงส์ตัน โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่

ชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดในหัวข้อ “เปิดประตูเมืองสองทะเล สู่เมืองอัจฉริยะ” โดยระบุว่า สงขลาเป็นเมืองท่าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โอบล้อมด้วยทะเลสาบสงขลาและอ่าวไทย จนได้รับการขนานนามว่า เมืองสองทะเล ควบคู่กับการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการคมนาคมของภาคใต้ตอนล่างที่เชื่อมโยงสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

จังหวัดจึงกำหนดวิสัยทัศน์การพัฒนาเมืองไว้ว่า ‘สงขลา ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน’ มุ่งขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างบูรณาการครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ การเดินทางและขนส่ง การดำรงชีวิต พลังงาน และการบริหารภาครัฐ เพื่อให้สงขลาเป็นเมืองที่น่าอยู่ น่าลงทุน

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่จะทำให้การพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างแท้จริงอยู่ที่การดึงความร่วมมือระหว่าง อปท. ในพื้นที่ ซึ่งจังหวัดสงขลามีมากกว่า 140 แห่ง ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกัน ภายใต้ความร่วมมือของภาครัฐ ท้องถิ่น ภาคเอกชน และภาควิชาการ

ดังที่ประสบการณ์ที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อท้องถิ่นเป็นเจ้าของและเป็นผู้ขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยตนเอง โดยเทคโนโลยีคลาวด์มิใช่เพียงเครื่องมือทางเทคนิค หากเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูล บริการภาครัฐ และความร่วมมือระหว่างท้องถิ่น

ด้าน ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า กล่าวว่า ดีป้า โดย สำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ได้ส่งเสริมและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะมาอย่างต่อเนื่อง จนถึงปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ที่ได้รับการรับรองตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะแล้ว 37 เมือง ใน 25 จังหวัด และมีเขตส่งเสริมเมือ’อัจฉริยะ 217 แห่ง ใน 63 จังหวัดทั่วประเทศ

โดยภาคใต้มีพื้นที่ ที่ได้รับการรับรองเป็นเมืองอัจฉริยะแล้ว 12 พื้นที่ และมีเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะกว่า 40 แห่งกระจายอยู่ทั่วภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งเทศบาลนครหาดใหญ่เป็นหนึ่งใน 37 เมืองอัจฉริยะของประเทศ และตัวจังหวัดสงขลาเองก็ได้รับการประกาศเป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะเช่นกัน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและศักยภาพของพื้นที่ในการยกระดับสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง

ดร.อรฉัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนาเมืองอัจฉริยะให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมจำเป็นต้องเริ่มต้นจากการยกระดับขีดความสามารถของ อปท. ซึ่งมีจำนวนถึง 7,842 แห่งทั่วประเทศ และเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

ทว่าที่ผ่านมาหน่วยงานรัฐท้องถิ่นส่วนใหญ่ยังเผชิญข้อจำกัดด้านงบประมาณและศักยภาพในการลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัลด้วยตนเอง ทำให้การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับบริการประชาชนยังไม่ครอบคลุมและทั่วถึงเท่าที่ควร

ความท้าทายนี้จึงเป็นที่มาของโครงการ Cloud Transformation ที่วางเป้าหมายระยะแรกให้หน่วยงานรัฐท้องถิ่นไม่น้อยกว่า 400 หน่วยงานได้ใช้บริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ เพื่อยกระดับทั้งบริการภาคประชาชนและการบริหารจัดการภายในองค์กร ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากบริการดิจิทัลกว่า 4 ล้านคน เจ้าหน้าที่รัฐกว่า 4,000 คนมีความตระหนักรู้และทักษะด้านคลาวด์เพิ่มขึ้น และเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจมากกว่า 133 ล้านบาท

“การดำเนินโครงการในครั้งนี้เป็นการกระตุ้นให้เกิดการประยุกต์ใช้บริการดิจิทัลในหน่วยงานภาครัฐ ควบคู่กับการเปิดประตูภาครัฐแก่ผู้ประกอบการดิจิทัลสัญชาติไทย เพราะการ Transform ประเทศ ต้องเริ่มต้นจากการ Transform ท้องถิ่น อันเป็นการวางรากฐานการพัฒนาเมืองอัจฉริยะจากระดับท้องถิ่น และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า กล่าว

ขณะที่ รพีพัฒน์ นำนาผล ผู้จัดการสาขาภาคใต้ตอนล่าง ดีป้า กล่าวว่า คลาวด์ไม่ได้เริ่มต้นจากเทคโนโลยีดิจิทัลเพียงอย่างเดียว หากเริ่มจากการที่ทุกภาคส่วนนำไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สาธารณะ ตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ และส่งต่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน

คลาวด์จึงเปรียบเสมือนฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมประชาชนเข้ากับหน่วยงานภาครัฐผู้ให้บริการ ตลอดจนเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างเครือข่ายและต่อยอดไปสู่การพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคใต้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ด้านบริการซอฟต์แวร์บนระบบคลาวด์ที่เข้าร่วมโครงการนั้น ดีป้า คัดสรรจากบริการดิจิทัลที่ได้รับตราสัญลักษณ์ dSURE และขึ้นทะเบียนบนบัญชีบริการดิจิทัลเรียบร้อยแล้ว รวม 100 ผลิตภัณฑ์และบริการ แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ (1) ระบบบริการเพื่อประชาชนโดยตรง เช่น ระบบรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ และระบบดูแลผู้สูงอายุ (2) ระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานภายในหน่วยงาน เช่น ระบบจัดการครุภัณฑ์ และระบบวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องวงจรปิด

และ (3) ระบบเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้าน ทั้งนี้ บทบาทของ ดีป้า ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการถ่ายทอดองค์ความรู้ในการเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทของแต่ละท้องถิ่นเท่านั้น หากยังทำหน้าที่จับคู่ความต้องการของท้องถิ่นเข้ากับบริการดิจิทัลของผู้ประกอบการไทย ผ่านการสนับสนุนในรูปแบบสิทธิ์การใช้งานผลิตภัณฑ์/บริการดิจิทัลที่เข้าร่วมโครงการ มูลค่าสูงสุด 2 แสนบาทต่อโครงการ เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 12 เดือน

นอกจากนี้ ภายในกิจกรรมยังมีการบรรยายและเวทีเสวนาในหัวข้อต่าง ๆ โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ การบรรยายหัวข้อ Cloud Transformation 101 โดย ดร.อรฉัตร เลียงพิบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ ดีป้า

การบรรยายหัวข้อ กฎหมาย มาตรฐาน และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับการใช้บริการคลาวด์ภาครัฐ โดย เรืออากาศเอก นพรัตน์ สุจินดา ผู้อำนวยการฝ่ายทดสอบเจาะระบบและประเมินความพร้อม สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ

ตลอดจนเวทีเสวนาหัวข้อ พลิกโฉมท้องถิ่นด้วยคลาวด์ สู่บริการภาครัฐดิจิทัลที่ตอบโจทย์ประชาชน โดยมี วิศาล จิรภาพงพันธ์ รองนายกเทศมนตรีนครยะลา คมน์อิชณน์ จันทร์ทอง ปลัดเทศบาลเมืองปัตตานี และ สุทธิศักดิ์ ฮุยจันทา นักวิชาการคอมพิวเตอร์ชำนาญการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล ผู้แทนจากหน่วยงานในพื้นที่ร่วมถ่ายทอดบทเรียนจากการดำเนินงานจริงในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล

เพื่อยกระดับบริการประชาชน รวมถึงการนำเสนอโซลูชันด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและเทคโนโลยีคลาวด์โดยผู้ประกอบการ กิจกรรม Idea to Impact Lab: จากข้อเสนอสู่เวที Smart City Solutions Awards 2026 และกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching)

สำหรับกิจกรรม Cloud Transformation Local Connect: เชื่อมเมือง เชื่อมข้อมูล เชื่อมอนาคต จัดขึ้นรวม 4 ครั้ง ครอบคลุมทุกภูมิภาค เริ่มจากครั้งที่ 1 พื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ตามด้วยครั้งที่ 2 พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม ครั้งที่ 3 พื้นที่ภาคเหนือ ณ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และปิดท้ายด้วยครั้งที่ 4 พื้นที่ภาคใต้ในวันนี้ ก่อนที่ผลงานโดดเด่นจากทุกเวทีจะได้รับคัดเลือกเป็นผลงานต้นแบบเข้าประกวด Smart City Solutions Awards ในเดือนกันยายน 2569

สำหรับหน่วยงานภาครัฐท้องถิ่นที่สนใจ สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ Cloud Transformation ได้แล้ววันนี้

BCT Expo