ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ประกาศวิสัยทัศน์ One-Stop DX พร้อมเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันเต็มรูปแบบ

“ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศยุทธศาสตร์ ปี 2026 ก้าวสู่บทบาทผู้นำด้าน One-Stop DX หรือผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันอย่างเต็มรูปแบบ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจไทยและยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI
บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องพิมพ์และดิจิทัลเวิร์คโฟลว์ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล Digital Transformation ที่พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าองค์กรและลูกค้าทั่วไป ผ่านบทบาทการเป็น One-stop DX Partner ที่นำเสนอดิจิทัลโซลูชันแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ
มาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า “ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทุกประเภท ภายใต้วิสัยทัศน์ Trusted DX Partner โดยตั้งเป้าที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ พร้อมร่วมขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ
“สำหรับปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ขอประกาศวิสัยทัศน์ถึงการยกระดับองค์กรสู่การเป็น One-Stop DX Partner ที่หมายถึง การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันอย่างเต็มรูปแบบ ที่หมายถึงการนำเทคโนโลยี Intelligent Workflow และเทคโนโลยี AI ลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”
“และตั้งเป้าหมายการเติบโตผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลักได้แก่ ธุรกิจโซลูชันและบริการงานเอกสารแบบครบวงจร (Business Solutions) ธุรกิจเครื่องพิมพ์และเครื่องมัลติฟังก์ชันสำหรับสำนักงาน (Office Solutions) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิทัลระดับโปรดักชันและโซลูชันสำหรับธุรกิจการพิมพ์ (Graphic Communications)”
“ให้ครอบคลุมลูกค้าทุกประเภทธุรกิจ สอดคล้องกับแนวโน้มการทำงานในโลกอนาคต การประกาศทิศทางครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของบริษัทฯ ในการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเวิร์คโฟลว์อัจฉริยะเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ให้กับลูกค้า” มาซาอากิ กล่าวเสริม
ผสานเทคโนโลยี AI ตอบความต้องการของลูกค้า
ฮายาโตะ ซึโบอิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับทิศทางในปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงเดินหน้าปรับตัวรับพฤติกรรมผู้บริโภคและความท้าทายด้านเทคโนโลยี”
“โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Innovation) ด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นโดยลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งภาคสำนักงานและอุตสาหกรรมการพิมพ์เชิงพาณิชย์”
“โดยวางเทคโนโลยี AI เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน Digital Transformation (DX) องค์กร เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ภาพ วิดีโอ หรือองค์ความรู้จากการปฏิบัติงาน ให้กลายเป็นสินทรัพย์ความรู้ที่มีคุณค่า ผ่าน AI 5 แกนหลัก”
“ตั้งแต่ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, การสนับสนุนการตัดสินใจเชิงผู้เชี่ยวชาญให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้อมูล ไปจนถึงการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพระบบอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก”
“ได้แก่ Business Solutions ที่เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้เป็นอินไซต์เชิงลึก Office Solutions ที่ใช้ AI ยกระดับงานขาย การบำรุงรักษา และการดำเนินงานระยะไกลเพื่อลดการพึ่งพาแรงงาน และ Graphic Communications ที่นำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน พร้อมยกระดับคุณภาพงานพิมพ์ระดับสูง”
“โดยเทคโนโลยี AI ของฟูจิฟิล์มไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังพลิกโฉมรูปแบบการทำงานและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ ตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่พร้อมร่วมกำหนดอนาคตของการทำงานอัจฉริยะ”
ฮายาโตะ กล่าวเสริมว่า “วันนี้ Fujifilm Business Innovation กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นผู้ขายเครื่องพิมพ์ สู่การเป็น One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนความท้าทายทางธุรกิจให้เป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน”
ปัจจุบัน Fujifilm Business Innovation ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม โดยสร้างสัดส่วนรายได้สูงถึง 38% เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจด้าน Healthcare ที่ 32% กลุ่ม Electronic Materials ที่ 17% และกลุ่ม Imaging ที่ 13%
ซึ่งเทคโนโลยีจากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่หลากหลาย อาทิ ระบบจัดการเอกสารอัจฉริยะ ดิจิทัลโซลูชัน และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว






