Wednesday, April 24, 2024
5GNEWSTechnology

หัวเว่ย เปิดเผยการอัปเกรดใหม่ในเทคโนโลยี F5.5G

F5.5G

หัวเว่ย เปิดเผยการอัปเกรดใหม่ในเทคโนโลยี F5.5G มุ่งยกระดับขีดความสามารถเครือข่าย และส่งเสริมวงจรธุรกิจ บรรลุเป้าหมาย 10Gbps

นระหว่างการประชุมอัลตราบรอดแบนด์ (UBBF) ประจำปี 2566 คิม จิน รองประธานกลุ่มผลิตภัณฑ์ธุรกิจออปติกของหัวเว่ย ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษที่การประชุมสุดยอดเครือข่ายออปติคอลสีเขียว (Green All-Optical Network Summit) ในหัวข้อ “นวัตกรรม F5.5G เร่งการเติบโตระลอกใหม่” (F5.5G Innovation, Accelerating New Growth)

โดยหัวเว่ยได้วิเคราะห์ข้อกำหนดต่างๆ ในการยกระดับการเชื่อมต่อ อันเป็นผลจากความเจริญก้าวหน้าของเครือข่ายกิกะบิตและประสบการณ์ความเร็วระดับ 10Gbps ในอนาคต จึงได้เปิดตัว 6 อัปเกรดทางเทคนิคเพื่อก้าวสู่ยุค F5.5G

การอัปเกรดเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงประสบการณ์ สถาปัตยกรรม และประสิทธิภาพโดยรวม ซึ่งจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานเร่งวงจรธุรกิจในทางบวก และบรรลุความสำเร็จทางธุรกิจในระหว่างการพัฒนาสู่ F5.5G อย่างราบรื่น

นอกจากนี้ หัวเว่ยยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในอุตสาหกรรมร่วมกันส่งเสริมความสมบูรณ์และการนำ F5.5G มาใช้ และบรรลุเป้าหมาย 10Gbps ทุกแห่ง อย่างค่อยเป็นค่อยไป

อัปเกรดจาก FTTR เป็น FTTR-B

เทคโนโลยี FTTR มีการนำไปใช้แล้วประมาณ 10 ล้านครัวเรือน โดย FTTR-B ของหัวเว่ยนำ FTTR ไปใช้กับองค์กร เพื่อมอบการเชื่อมต่ออย่างเหนือชั้นในสถานการณ์ต่างๆ เช่น อาคารพาณิชย์ ร้านค้าขนาดเล็กและขนาดกลาง และวิทยาเขตขนาดเล็ก รองรับแบนด์วิดท์ 2Gbps และผู้ใช้งานพร้อมกันได้ 300 ราย

อัปเกรดจากไวไฟระดับพรีเมียมเป็นบรอดแบนด์ระดับพรีเมียม

ไวไฟระดับพรีเมียมมีการนำไปใช้ในเครือข่ายลูกค้ามากกว่า 60 แห่งทั่วโลก ซึ่งเมื่ออัปเกรดแล้ว บรอดแบนด์ระดับพรีเมียมจะประเมินผู้ใช้อย่างแม่นยำ โดยอาศัยการวิเคราะห์บิ๊กดาต้า และดำเนินการเดินระบบและซ่อมบำรุง (O&M) ในเชิงรุก ทั้งยังช่วยเพิ่มความสามารถทางการตลาดที่แม่นยำและความพึงพอใจในบรอดแบนด์ของผู้ใช้ และยังลดอัตราการเสียลูกค้าด้วย

อัปเกรดจาก 10G PON เป็น 50G PON

หัวเว่ยร่วมกับผู้ให้บริการ 85 ราย ได้ติดตั้งพอร์ต 10G PON มากกว่า 17 ล้านพอร์ต ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมแล้ว 50G PON ของหัวเว่ยเพิ่มแบนด์วิดท์อัปสตรีมได้ 20% และลดเวลาแฝงจากระดับ ms เป็นระดับ us ซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนด QoS ของบริการต่างๆ

ยกระดับครั้งใหม่ให้กับ Alps-WDM Enhanced

Alps-WDM ได้รับการติดตั้งใช้งานในเครือข่ายเชิงพาณิชย์และเครือข่ายทดสอบมากกว่า 50 แห่งทั่วโลก โดย Alps-WDM Enhanced ช่วยยกระดับโมดูลสวิตช์ออปติคัลทั้งหมด และเปิดโอกาสให้ผู้ให้บริการขยาย OTN ไปยังไซต์ CO ย่อยได้ ตอบสนองความต้องการได้ในสถานการณ์และบริการรูปแบบต่างๆ พร้อมปรับปรุงการใช้เครือข่ายไลฟ์ซ้ำ รวมถึงความสามารถในการปรับใช้ที่ยืดหยุ่น

อัปเกรดจาก 400G เป็น 800G

หัวเว่ยได้ติดตั้งโซลูชัน 400G บนเครือข่ายมากกว่า 100 แห่งทั่วโลก โซลูชัน Super 400G/800G ของหัวเว่ย มีการอัปเกรดวัสดุ อัลกอริธึม และโครงสร้าง โดยปรับปรุงระยะการส่งข้อมูลได้ 20% และลดการใช้พลังงานลง 50% ซึ่งโมดูล WSS ในแบนด์ Super C+L นั้นใช้การสลับแถบความถี่ต่างๆ แบบออปติคัลล้วนบนโมดูลเดียวกัน ช่วยเพิ่มความจุของเส้นใยเดี่ยวและอุปกรณ์ได้ถึง 100%

ยกระดับ การรายงานผลความล่าช้าของเครือข่ายในรูปแบบแผนที่ (Latency Map)

สายส่วนตัวระดับพรีเมียมแบบ OTN ของหัวเว่ย มอบการเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้พร้อมเวลาแฝงแบบตายตัวสำหรับองค์กรมากกว่า 10,000 แห่ง การอัปเกรดนี้ใช้ฟังก์ชันแนะนำเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อปรับปรุงความสามารถในการสร้างรายได้ตาม SLA พร้อมลดเวลาในการทำ TTM เหลือเพียงหลักวัน และทำให้เครือข่ายทำงานได้กว่า 99.999% ซึ่งจะเข้ามาปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มรายได้ให้ผู้ใช้

หัวเว่ยนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่เน้น_F5.5G ตามที่เปิดตัวในการประชุมอัลตราบรอดแบนด์เมื่อปี 2565 ทั้ง 8 ข้อไปต่อยอด เพื่อเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และเปิดตัวอีก 6 อัปเกรดทางเทคนิคในครั้งนี้ เพื่อปรับปรุงขีดความสามารถของเครือข่ายอย่างเต็มที่ และส่งเสริมอุตสาหกรรมให้ก้าวไปสู่ยุค_​​F5.5G ต่อไป

โดยคิม จิน กล่าวว่า “ในอนาคตข้างหน้า เราจะเดินหน้าพัฒนาโซลูชันที่ดีที่สุดสำหรับ_F5.5G ซึ่งเราหวังที่จะทำงานร่วมกับผู้ให้บริการระดับโลกและพันธมิตรในอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม พร้อมบรรลุวิสัยทัศน์ OptiX ไปทุกที่ และ 10Gbps ทุกหนแห่ง”