Friday, September 30, 2022
CybersecurityNEWS

ฟอร์ติเน็ตออกโอเอสใหม่ FortiOS 7.2 มีคุณสมบัติใหม่กว่า 300 รายการ

ฟอร์ติเน็ตออกโอเอส FortiOS 7.2 พร้อมนวัตกรรมใหม่ๆ เสริมตำแหน่งที่ 1 ผู้นำด้าน Converged Networking และ Security เสริมฟีเจอร์ใหม่ด้านเครือข่ายและความปลอดภัยเพื่อเชื่อมการทำงานบน SD-WAN, ZTNA, SWG, NGFW และอื่นๆ เข้าด้วยกัน ให้การทำงานด้านความปลอดภัยที่สม่ำเสมอทั่วเครือข่ายเอดจ์ในทุกขนาด

ฟอร์ติเน็ต ประกาศเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ FortiOS 7.2 ซึ่งเป็นการอัปเกรดระบบปฏิบัติการเรือธงหลักล่าสุด และเป็นแกนกลางในการเชื่อมโยงของแพลตฟอร์มซีเคียวริตี้แฟบริค (Security Fabric) ด้วยคุณสมบัติใหม่กว่า 300 รายการ ที่ช่วยเพิ่มศักยภาพของฟอร์ติเน็ตในการรองรับการผนวกรวมของเครือข่ายและความปลอดภัยที่ส่วนเอดจ์  อีกทั้งช่วยให้มีการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทรงประสิทธิภาพและยืดหยุ่นในได้ทั่วทั้งโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด

มุ่งรองรับเครือข่ายประเภทไฮบริด และตอบสนองความต้องการอันเร่งด่วนของธุรกิจ

โอเอสเวอร์ชันใหม่ FortiOS 7.2 มาพร้อมบริการรักษาความปลอดภัยฟอร์ติการ์ดใหม่ที่ใช้เอไอขับเคลื่อน ส่งให้เป็นแพลตฟอร์มที่ผนวกรวมด้านเครือข่ายและความปลอดภัยเพียงแพลตฟอร์มพร้อมใช้งานเดียวในปัจจุบัน และรองรับการหลอมรวมเหล่าผลิตภัณฑ์รักษาความปลอดภัยในเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง และคลาวด์อีกมากมาย ส่งให้ FortiOS มีศักยภาพสูง สามารถปกป้องเครือข่ายไฮบริดในปัจจุบันได้

ใช้เอไอขับเคลื่อนบริการรักษาความปลอดภัยฟอร์ติการ์ดใหม่

บริการรักษาความปลอดภัยฟอร์ติการ์ด (FortiGuard Security Services) อันครบสมบูรณ์ของฟอร์ติเน็ตนั้นขับเคลื่อนโดยศูนย์ฟอร์ติการ์ดแล็บส์และผสานรวมเบ็ดเสร็จอยู่ในซีเคียวริตี้แฟบริค เพื่อมอบความปลอดภัยแบบอัตโนมัติและประสานงานแบบเรียลไทม์

บริการฟอร์ติการ์ดขับเคลื่อนโดยความฉลาดของแมชชีนเลิร์นนิ่งที่เชื่อถือได้ และโมเดลของเอไอจากชุดข้อมูลรวมที่ป้อนมาจากเครือข่าย อุปกรณ์ปลายทางต่างๆ และคลาวด์ และรวมถึงผลการวิจัยอิสระที่หลากหลาย และความร่วมมือในอุตสาหกรรมอันครอบคลุมครอบคลุม

ใน FortiOS 7.2 นั้น ฟอร์ติเน็ตได้พัฒนาบริการและคุณสมบัติใหม่ๆ มากมาย เพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามที่รู้จักแล้วและยังไม่รู้จักให้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบด้วย:

  • อินไลน์แซนบ็อกซ์: โอเอสใหม่นี้เปลี่ยนเทคนิคการตรวจจับแซนบ็อกซ์แบบเดิมให้เป็นการป้องกันภัยคุกคามในเครือข่ายแบบเรียลไทม์เพื่อหยุดมัลแวร์ทั้งที่รู้จักแล้วและยังไม่รู้จัก โดยส่งผลกระทบต่อการทำงานน้อยที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้คือการป้องกันแรนซัมแวร์ที่ดีกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับโซลูชันที่อนุญาตให้ไฟล์ที่น่าสงสัยเข้ามาในเครือข่าย และจะต้องไล่ตามมัลแวร์เมื่อระบุพบ
  • การปกป้องอุปกรณ์ขั้นสูง: บริการนี้จะพบและแบ่งกลุ่มอุปกรณ์โอทีและไอโอทีตามคุณลักษณะเครือข่ายเฉพาะได้อย่างอัตโนมัติ ช่วยรักษาทรัพย์สินและใช้เทคนิคจับคู่ด้วยรูปแบบ แล้วจึงบังคับใช้นโยบายควบคุมที่เหมาะสม และดำเนินการแก้ไขโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ บริการนี้เปิดให้ใช้ได้ทันที่เมื่อลูกค้าใช้โซลูชันเน็กซ์เจนเนอเรชันไฟร์วอลล์ (NGFW) ร่วมกับ FortiNAC ที่ LAN Edge และยังมาพร้อมกับเพลย์บุ๊กสำหรับ NAC ที่ทำงานด้านการตรวจจับและตอบสนอง
  • การตรวจจับการแพร่กระจาย: ให้การเตือนภัยในทันทีและเปิดสคริปต์การไล่ล่าภัยคุกคามหลังจากที่ได้ระบุภัย และจะตอบสนองต่อภัยคุกคามใหม่โดยอัตโนมัติ ทำให้ทีม SOC มีเวลาในการตรวจจับและแก้ไขได้เร็วขึ้น
  • บริการ SOC-as-a-Service: หากองค์กรใช้ NGFW อยู่แล้วจะเลือกใช้บริการนี้ในอัตราค่าบริการที่ประหยัด โดยมอบให้ทีมผู้เชี่ยวชาญระดับโลกของฟอร์ติเน็ตเป็นผู้ปฏิบัติงานแทน ช่วยลดภาระการทำงานของทีม SOC
  • ไอพีเอสเฉพาะ: บริการนี้ออกแบบมาสำหรับหน่วยงานด้านการเงินและการควบคุมต่างๆ โซลูชันนี้ช่วยเมื่อมีการโอนถ่ายจากฮาร์ดแวร์ที่แยกไว้ไปยัง NGFW โดยไม่กระทบกับการทำงานและการปฏิบัติตามข้อกำหนดต่างๆ
  • อินไลน์ซีเอเอสบี: ซีเอเอสบีหรือ CASB ย่อมาจาก Cloud application security broker อันเป็นบริการที่ใช้ในการบริหารความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชันบนคลาวด์ โอเอสใหม่นี้จึงผสานรวมบริการของ FortiGate และ FortiClient Fabric Agent เพื่อให้เป็นบริการใหม่ที่ใช้ตรวจสอบการรับส่งข้อมูลใน ZTNA แบบอินไลน์และการตรวจสอบพฤติกรรมของส่วน ZTNA

FortiOS 7.2 ยังช่วยยกระดับบริการที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ได้แก่:

  • บริการเรทติ้งในเครือข่ายแฟบริค: ในขณะที่ลูกค้าออกแบบและใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยของตนเองอย่างต่อเนื่องนั้น เรทติ้งจะช่วยแนะนำลูกค้าในขั้นตอนการตรวจสอบ การระบุจุดอ่อนที่สำคัญ และจุดอ่อนในการตั้งค่าต่างๆ
  • ความปลอดภัยสำหรับเว็บ: บริการด้านยูอาร์แอล ดีเอ็นเอสและการกรองวิดีโอที่ใช้เอไอขับเคลื่อนนั้นจะให้การป้องกันภัยคุกคามที่ครอบคลุม สามารถจัดการกับภัยคุกคามต่างๆ รวมถึงแรนซัมแวร์ การขโมยข้อมูลประจำตัว ฟิชชิ่ง และการโจมตีทางเว็บอื่นๆ ได้
ความแข็งแกร่งที่เสริมในแพลตฟอร์มเครือข่ายและความปลอดภัยแบบหลอมรวมเดียวที่พร้อมใช้งานในวันนี้

แนวทางการสร้างเครือข่ายที่ขับเคลื่อนด้วยคุณสมบัติความปลอดภัย (Security-driven networking) ของฟอร์ติเน็ตได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเทคโนโลยีเครือข่ายสมัยใหม่ในทุกเอดจ์ ทั้งนี้  FortiOS 7.2 ยังหลอมรวมการทำงานของเครือข่ายและความปลอดภัยครอบคลุมการทำงานของฟอร์ติเกตเน็กซ์เจนเนอเรชันไฟร์วอลล์ (NGFW) เอสดีแวน (SD-WAN) แลนเอดจ์ (LAN Edge) รวมทั้ง 5G และ Zero-trust network access (ZTNA) และอื่นๆ ดังนี้:

  • เอสดีแวน:โซลูชันซีเคียวเอสดีแวนที่ปลอดภัยที่สุดในอุตสาหกรรมนี้ได้รวมคุณสมบัติที่เร่งความเร็วและประสานการทำงานได้โดยอัตโนมัติ จึงทำให้องค์กรปรับขนาด WAN ทั่วโลกของตนเองได้อย่างง่ายดาย ทั้งนี้ ฟอร์ติเน็ตได้ปรับปรุงการตรวจสอบการวิเคราะห์แอปพลิเคชันให้สูงขึ้นและเพิ่ม Mean Opinion Score (MOS) สำหรับแอปพลิเคชันเสียงและวิดีโอ องค์กรจึงสามารถวัดคุณภาพของประสบการณ์การใช้ตั้งแต่ส่วนแอปพลิเคชันไปยังผู้ใช้ปลายทางได้อย่างง่ายดาย
  • เอสดีบรานช์: โซลูชันที่สมบูรณ์ที่สุดในอุตสาหกรรมสำหรับการรักษาความปลอดภัยที่สาขาขององค์กรจาก WAN Edge ไปยัง LAN Edge ครอบคลุมการเชื่อมโยงประเภท 5G Wireless และ WAN และ SD-WAN ความปลอดภัยสำหรับ NGFW และอุปกรณ์ LAN ในโซลูชันเดียว โอเอสใหม่นี้ช่วยให้การปรับใช้และการประสานเป็นอัตโนมัติมากขึ้น จึงช่วยให้การตั้งค่าและการบริหารเครือข่ายสาขาทั่วโลกง่ายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ส่วน LAN Edge ที่อุปกรณ์สวิชต์และไวไฟ: องค์กรสามารถปกป้องเครือข่ายด้วยกลยุทธ์รวมเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยเข้าเป็นโซลูชันหนึ่งเดียว จึงช่วยลดความยุ่งยากในการติดตั้งอุปกรณ์ทุกประเภทได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ คุณสมบัติด้านออนบอร์ดใหม่นี้จะช่วยให้มองเห็นอุปกรณ์ได้แบบบูรณาการ จึงสามารถจำกัดสิทธิ์การเข้าถึง ‘ที่น้อยที่สุด’ ใน LAN Edge โดยไม่มีโอเวอร์เฮดของระบบเพิ่มเติม
  • เน็กซ์เจนเนอเรชันไฟร์วอลล์: โอเอสใหม่นี้ส่งให้ FortiGate เป็นไฟร์วอลล์ประเภทเน็กซ์เจนเนอเรชั่นรายแรกที่สนับสนุน HTTP/3.0 ที่ให้ทัศนวิสัยและการป้องกันที่เพิ่มขึ้นสำหรับมาตรฐาน HTTP ใหม่ ซึ่งรับประกันความเร็วและความคล่องตัวที่การใช้งานแบบดิจิทัลต้องการ
  • การระบุตัวตน: โอเอสใหม่นี้ช่วยฟอร์ติเน็ตให้สามารถยกระดับการทำงานของอุปกรณ์ FortiAuthenticator ทั้งแบบ On-premise และแบบ VM ได้ด้วยการเพิ่มบริการตรวจสอบสิทธิ์บนคลาวด์แบบใหม่ที่เหมาะสำหรับแอปพลิเคชันและทรัพยากรในรูปแบบต่างๆ ในระบบคลาวด์ และเมื่อรวมกับคุณสมบัติการพิสูจน์ตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA)  แบบไม่ใช้รหัสผ่าน (FIDO-based passwordless)  ใหม่ ฟอร์ติเน็ตจึงสามารถให้บริการตรวจสอบสิทธิ์ที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมไฮบริดในปัจจุบัน
  • ZTNA: ไฟร์วอลล์เน็กซ์เจนเนอเรชั่น (ทั้งแบบอุปกรณ์ หรือ VM หรือคลาวด์) ของฟอร์ติเน็ตเพียงแห่งเดียวมาพร้อมกับคุณสมบัติการบริหารการใช้ ZTNA พร้อมใช้งานในทุกสถานที่ทำงานทั่วโลก จึงรองรับการใช้งาน Work-from-Anywhere ทั่วโลกได้ทันทีอย่างแท้จริง และตอนนี้ ให้การจัดการที่ง่ายขึ้นด้วยการกำหนดค่านโยบายแบบรวมศูนย์ใหม่ใน GUI เดียวสำหรับทุกการเชื่อมต่อและการปรับปรุงพอร์ทัลบริการ ZTNA อีกด้วย
  • การแบ่งโซนย่อย: ฟอร์ติเน็ตกำลังขยายการแบ่งส่วนในซีเคียวริตี้แฟบริค และความสามารถของการแบ่งส่วนย่อยเพื่อให้การจัดเครือข่ายแบบ Intent-based และการควบคุมการรับส่งข้อมูลภายในศูนย์ข้อมูล
  • การเข้าถึงการใช้งานจากทางไกลที่ปลอดภัยโดย SASE: ฟอร์ติแซสซี (FortiSASE) ช่วยปกป้องให้การเข้าถึงการใช้งานแอปพลิเคชันขององค์กรอย่างปลอดภัยใน ZTNA ด้วยการใช้เอเจ้นท์เดียวกันสำหรับการป้องกันปลายทางและการเปลี่ยนเส้นทางการรับส่งข้อมูล ทั้งนี้ การตรวจสอบข้อมูลประจำตัวและตรวจสอบพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนจากการเข้าถึงแบบ Implicit เป็นแบบ Explicit ต่อแอปพลิเคชันได้อย่างง่ายดาย เพื่อให้ผู้ใช้จากทางไกลแก้ไขปัญหาของวีพีเอ็นแบบเดิมๆ ได้
  • ทำให้การตรวจสอบและการบริหารเป็นแบบรวมศูนย์และง่ายขึ้น: การปรับปรุงใหม่นี้จะทำให้เริ่มโครงการใหญ่ๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นไปโดยอัตโนมัติ อีกทั้งยังเป็นการหลอมรวมเอไอเข้าไปในการบริหารเครือข่ายในระดับลึกมากขึ้น จนเป็น AI for network Operations (AIOps) ที่ใช้โซลูชัน FortiManager ในการบริหารให้เป็นแบบรวมศูนย์ และใช้ FortiMonitor ในการตรวจสอบประสบการณ์ด้านดิจิทัล
เดินหน้าหลอมรวมผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยให้เข้าทั่วทั้งเครือข่าย กับอุปกรณ์ปลายทางและคลาวด์

ฟอร์ติเน็ตยังคงขยายขีดความสามารถของซีเคียวริตีแฟบริคในการเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยหลายรายการให้ครอบคลุมพื้นผิวการโจมตีที่นับวันจะขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

  • ยกระดับประสิทธิภาพทั่วทั้งซีเคียวริตี้แฟบริค: การอัปเกรดเพิ่มเติมในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครือข่าย อุปกรณ์ปลายทาง และคลาวด์ทั้งหมดของฟอร์ติเน็ตที่เปิดตัวใน FortiOS 7.2 ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของซีเคียวริตีแฟบริคและความสามารถของฟอร์ติเน็ตในการรวมผลิตภัณฑ์ด้านรักษาความปลอดภัยเข้าเป็นแพลตฟอร์มที่กว้างขวาง ผสานรวม และทำงานอัตโนมัติ ทรงประสิทธิภาพ
  • บูรณาการกับระบบนิเวศพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของอุตสาหกรรม: โครงการพันธมิตร Fortinet Fabric-Ready Technology Alliance ของฟอร์ติเน็ตมุ่งมั่นรวบรวมกลุ่มพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเข้าด้วยกัน ทั้งนี้ จากการผสานรวมมากกว่า 480 รายการได้เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถสร้างแพลตฟอร์มของโซลูชันแบบบูรณาการได้ง่ายขึ้นเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย ลดความซับซ้อน และทำให้การดำเนินงานง่ายขึ้น
ยืนเป็นที่ 1 เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมความปลอดภัยไซเบอร์

ฟอร์ติเน็ตเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำของอุตสาหกรรม และเสนอโซลูชันด้านความปลอดภัยที่ครอบคลุมมากที่สุดในโลกจากนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นในศูนย์วิจัยและพัฒนาหลายแห่งในอเมริกาเหนือและแคนาดามานานหลายปี ด้วยสิทธิบัตรที่ได้รับรางวัล 1,255 รายการ

ทำให้ฟอร์ติเน็ตมีสิทธิบัตรมากกว่าบริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อื่นๆ เกือบ 3 เท่า นอกจากนี้ ด้วยความเชื่อมั่นในการตรวจสอบมืออาชีพของบุคคลที่สาม ฟอร์ติเน็ตจึงส่งผลิตภัณฑ์ของตนเพื่อเข้าทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เป็นกลางกับองค์กรที่ได้รับการยอมรับที่สุดในอุตสาหกรรม โดยมีผลจากการทดสอบอันโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง

จอห์น แมดดิสัน

จอห์น แมดดิสัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และรองประธานอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์แห่งฟอร์ติเน็ต เน้นว่า “ฟอร์ติเน็ตยังคงผลักดันการหลอมรวมเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าและคู่ค้าสามารถแข่งขันในตลาดดิจิทัลในปัจจุบันได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เครือข่ายและการรักษาความปลอดภัยไม่สามารถเป็นกลยุทธ์ที่แยกจากกันได้อีกต่อไป”

“ซึ่งในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ เรามองเห็นเครือข่ายไฮบริด และมีเพียงความปลอดภัยเป็นหลักเท่านั้นที่เครือข่ายเหล่านั้นจะสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเพื่อรักษาความปลอดภัยในทุกส่วนเอดจ์  ด้วยการวิจัยและพัฒนามานานกว่า 20 ปี ส่งให้ฟอร์ติเน็ตอยู่เบื้องหลังนวัตกรรมความปลอดภัยทางไซเบอร์มาตลอด ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการเปิดตัว FortiOS 7.2 ในครั้งนี้จะเป็นการที่ฟอร์ติเน็ตกำลังกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมใหม่สำหรับเครือข่ายแบบหลอมรวมและความปลอดภัยอีกด้วย”

เชิญชวนเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ถ่ายทอดความรู้ FortiOS 7.2

ในโอกาสการเปิดตัว FortiOS 7.2 ฟอร์ติเน็ต ได้จัดงานสัมมนาระดับภูมิภาคเกี่ยวกับนวัตกรรมระบบเครือข่ายและความปลอดภัยล่าสุดจากฟอร์ติเน็ต ท่านสามารถโดยเข้าร่วมงานประชุมประจำปีในรูปแบบดิจิทัล Accelerate 2022 ในวันที่ 11-13 พฤษภาคม (EMEA/APAC) ที่จะถึงนี้

รวมถึง การจัดงานสัมมนา Accelerate Asia 2022 Thailand Edition จัดขึ้นพิเศษสำหรับประเทศไทยในวันที่ 2 มิถุนายนศกนี้ ที่เปิดโอกาสให้ทุกท่านที่สนใจ เข้าร่วมรับฟังข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับระบบเครือข่ายและความปลอดภัยจากผู้บริหารของ ฟอร์ติเน็ตและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมทางออนไลน์ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

Leave a Response