Saturday, October 1, 2022
Data StorageNEWSTechnology

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจใหม่

Dell PowerStore

เดลล์ เทคโนโลยีส์ เผยนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจใหม่ เร่งระดับการขับเคลื่อนระบบอัตโนมัติ การรักษาความปลอดภัย ความยืดหยุ่นการทำงาน Multi-Cloud

ดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศการเพิ่มความสามารถของซอฟต์แวร์ในสายผลิตภัณฑ์สตอเรจชั้นนำของอุตสาหกรรมทั้งหมด เพิ่มประสิทธิภาพของระบบอัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ ความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์และการกู้คืนระบบให้กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ ตลอดจนเพิ่มความยืดหยุ่นของมัลติ-คลาวด์

“องค์กรต่างๆ ทั่วโลกรวมถึงในประเทศไทยต่างมองมาที่เดลล์เพื่อความช่วยเหลือในการที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถดำเนินการได้เร็วขึ้นในขณะที่ช่วยเปลี่ยนข้อมูลที่องค์กรมีอยู่ในมือให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขัน” นพดล ปัญญาธิปัตย์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เดลล์ เทคโนโลยีส์ กล่าว “เราได้พัฒนาและส่งมอบนวัตกรรมซอฟต์แวร์ครั้งสำคัญครอบคลุมสายผลิตภัณฑ์ทั้งหมดเพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้ข้อมูลและทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

แนะนำนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจของเดลล์

ทั้งนี้ ซอฟต์แวร์ที่ล้ำหน้ากว่า 500 รายการใน Dell PowerStore PowerMax และ PowerFlex ให้ข้อมูลเชิงลึกที่เร็วขึ้น ให้การควบคุมข้อมูลบนมัลติคลาวด์ที่ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่มีมากขึ้นโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับลูกค้าที่มีอยู่เดิม

ความก้าวหน้าเหล่านี้คือตัวอย่างล่าสุดของนวัตกรรมซอฟต์แวร์สตอเรจของเดลล์ รวมถึงการเปิดตัว Project Alpine ซึ่งจะนำประสิทธิภาพระดับองค์กร (enterprise capacity) ประสิทธิภาพการทำงานและการปกป้องของซอฟต์แวร์สตอเรจของเดลล์เข้ามาสู่พับบลิคคลาวด์

Dell PowerStore สถาปัตยกรรมใหม่ที่รวดเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดลล์ จะเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเวิร์กโหลดแบบผสมได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ พร้อมความจุเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 66 เปอร์เซ็นต์ ลูกค้าสามารถวางแผนกลยุทธ์ความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCP) ได้ดียิ่งขึ้นด้วยการใช้ Metro Replication ที่เป็นความสามารถในซอฟต์แวร์ตัวใหม่ซึ่งกำหนดค่าได้โดยการคลิกเพียงห้าครั้ง ความก้าวหน้าอื่นๆ ของซอฟต์แวร์เพิ่มเข้ามาทำให้องค์กรสามารถทำในสิ่งต่างๆ นี้

  • ให้การสนับสนุนและรักษาความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้นให้กับเวิร์กโหลดไฟล์ ปริมาณงานของไฟล์ด้วย file level retention ตลอดจนถึง native file replication และการรองรับการมอนิเตอร์ไฟล์จาก third-party และการป้องกันแรนซัมแวร์
  • ความสามารถในการทำงานร่วมกับ VMware ที่ลึกยิ่งขึ้น รวมถึง VMware vSphere® Virtual Volumes (vVols) รวมทั้งการกู้คืนความเสียหายที่ง่ายขึ้นด้วยการจำลองแบบ vVols สแนปช็อตระดับ VM และการโคลนที่รวดเร็ว
  • เพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดของฮาร์ดแวร์ใหม่ด้วยการรองรับ NVMe แบบ end-to-end และเพิ่มความเร็วเครือข่ายสำหรับการเชื่อมต่อ

Dell PowerMax mission-critical สตอเรจที่มีความปลอดภัยสูง จะแนะนำความสามารถในการตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่แอดวานซ์มากยิ่งขึ้น รวมถึง cyber vaults หรือห้องนิรภัยทางไซเบอร์สำหรับการใช้งาน (deployment) แบบดั้งเดิมและบนเมนเฟรม ความสามารถของ CloudIQ ด้านแรนซัมแวร์ สามารถช่วยตรวจจับการโจมตีทางไซเบอร์ตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อลดความเสี่ยงในการโดนโจมตีและเพิ่มความเร็วในการกู้คืน

ปัจจุบัน PowerMax ให้สแนปช็อตที่ปลอดภัยมากถึง 65 ล้านครั้ง เพื่อเพิ่มปรับปรุงการกู้คืนทางไซเบอร์และเพิ่มประสิทธิภาพพร้อมด้วยการรับประกันการลดข้อมูลแบบ 4:1 ใหม่ การขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ (software-driven) ที่มีการอัปเดตเพิ่มเข้ามาช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยการดำเนินการจัดเก็บสตอเรจอัตโนมัติ เช่น การทำ smart provisioning แบบหลายอาร์เรย์ การเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับเวิร์กโหลด และการมอนิเตอร์สถานะของระบบตลอดจนการแก้ไขการทำงานให้ถูกต้อง
  • ย้ายข้อมูลไปยังพับบลิคคลาวด์ด้วยความรวดเร็วพร้อมการจัดส่งและกู้คืนสแนปช็อตบนคลาวด์ที่เร็วยิ่งขึ้น มาพร้อมกับความพร้อมใช้งานสูงที่ built-in มาในตัวเพื่อลด downtime และกู้คืนได้อย่างง่ายดาย และรวดเร็ว จาก object storage บนคลาวด์
  • สัมผัสประสบการณ์ประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าด้วยเวลาตอบสนองที่ดีขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ในสภาพแวดล้อมแอปพลิเคชันและเมนเฟรมที่ต้องการประสิทธิภาพสูงใน PowerMax ที่อยู่บนใช้ NVMe ใหม่สองรุ่น สำหรับลูกค้าที่มี option Anytime Upgrade สามารถใช้ฟังก์ชัน non-disruptive upgrades เพื่อช่วยให้การ upgrade ไปยังโมเดลใหม่ได้สะดวก และราบรื่นขึ้นด้วย

โครงสร้างพื้นฐานที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ของ Dell PowerFlex จะรวมเวิร์กโหลดแบบเดิมและแบบใหม่เข้าด้วยกันด้วยบริการ new file services ใหม่ที่อนุญาตให้รวมความสามารถสำหรับทั้ง unified block และไฟล์ให้อยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน PowerFlex ช่วยลดความซับซ้อนของมัลติคลาวด์และ DevOps ด้วยไฟล์ที่กว้างที่สุดและรองรับ block สำหรับ Kubernetes และแพลตฟอร์มการจัดการคอนเทนเนอร์ที่สำคัญทั้งหมดจาก Amazon Google Microsoft Red Hat SUSE และ VMware การอัปเดตเพิ่มเติมช่วยให้ลูกค้าสามารถ:

  • ประหยัดต้นทุนรวมในการเป็นเจ้าของ (TCO) ได้มากขึ้นด้วยการรวมเวิร์กโหลดแบบดั้งเดิมและคอนเทนเนอร์เข้าด้วยกันโดยใช้บริการ unified block และบริการ file storage ครอบคลุมการใช้งานทั้งแบบ bare metal และแบบเวอร์ชวล
  • การปรับใช้ PowerFlex ทำได้ง่ายยิ่งขึ้นผ่านการเชื่อมต่อ NVMe-over-TCP ด้วยเครือข่ายสตอเรจที่อยู่บนมาตรฐานที่สอดคล้องกัน
  • ปรับปรุงการดำเนินงานด้วยความสามารถด้านการประมวลผลแบบครบวงจร ความสามารถในการจัดการวงจรชีวิตของสตอเรจและระบบภายในซอฟต์แวร์ PowerFlex Manager

Leave a Response