Thursday, June 13, 2024
CloudDigital TransformationNEWS

ทอท. เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานและบริการดิจิทัล รับลูกค้าสนามบิน 142 ล้านปี 2567

Google Cloud
Silhouette of people walking inside a airport terminal

ทอท. เตรียมความพร้อมโครงสร้างพื้นฐานและบริการดิจิทัล ประกาศความสำเร็จการใช้ Google Cloud และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง เพื่อกำหนดอนาคตของการเดินทางท่องเที่ยวของประเทศ รับลูกค้า 142 ล้านคนในปี 2567

บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)(ทอท.) Google Cloud และพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) และ EVME PLUS Company Limited ประกาศความสำเร็จการใช้ประโยชน์จาก ระบบคลาวด์ข้อมูลแบบเปิด ของ Google Cloud เพื่อขับเคลื่อนการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางแบบดิจิทัลที่ยั่งยืน

ในความร่วมมือดังกล่าวมีการใช้ประโยชน์จากข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญ ระบบคลาวด์แบบเปิด และเทคโนโลยีการวิเคราะห์ขั้นสูง สร้างโอกาสทางธุรกิจที่องค์กรต่างๆ สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพื่อพัฒนาการฟื้นตัวและสร้างการเติบโตแก่การท่องเที่ยวของประเทศ หลังจากเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างเต็มที่

ทอท. ตัดสินใจย้ายไปใช้โครงสร้างพื้นฐาน Google Cloud
วรวุฒิ แสนทวีสุข ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาและบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฝ่ายพัฒนาดิจิทัลโซลูชัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

วรวุฒิ แสนทวีสุข ผู้อำนวยการส่วนพัฒนาและบูรณาการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฝ่ายพัฒนาดิจิทัลโซลูชัน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมการบินกำลังกลับมาฟื้นตัวจากผลกระทบในการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยในปี 2566 คาดว่าจะมีผู้โดยสาร 96 ล้านคน และจำนวนผู้โดยสารจะกลับมาแบบเหมือนก่อนช่วงโรคระบาดราวคือ 142 ล้านคนในปี 2567”

“ดังนั้น เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารขาเข้าและขาออกของท่าอากาศยานนานาชาติ 6 แห่ง (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และหาดใหญ่) ทาง ทอท. และพันธมิตร SKY ผู้ให้บริการโซลูชันเทคโนโลยีการบินชั้นนำ จึงได้ย้ายดิจิทัลของ ทอท. ไปยังโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดของ Google Cloud”

“ซึ่ง ทอท. เริ่มใช้ประโยชน์จากความสามารถในการปรับขนาดอัตโนมัติแบบไดนามิกของ Google Cloud ซึ่งช่วยให้ระบบไอทีที่สนับสนุน บริการการบินภาคพื้นดิน และแอปพลิเคชันมือถือ SAWASDEE by AOT ให้สามารถจัดการภาระงานปกติได้มากถึง 10 เท่า”

“พร้อมทั้งให้ประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น และยังปรับขนาดลงเองได้อัตโนมัติเพื่อลดต้นทุนในช่วงที่ไม่ต้องการทรัพยากรการประมวลผลเพิ่มเติมอีกต่อไป”

“ทาง ทอท. และ SKY ได้เพิ่มขีดความสามารถในการรับและส่งข้อมูลอัปเดตตามเวลาจริงของข้อมูลสนามบินและเที่ยวบินไปยังผู้โดยสารหลายล้านคนได้ตามเวลาที่ต้องการ ผ่านการใช้บริการจัดการฐานข้อมูลของ Google_Cloud เพื่อจำแนกและจัดเปลี่ยนข้อมูลภายในคลังต่างๆ ขององค์กร”

“ช่วยให้ผู้โดยสารหลายล้านคนได้รับข้อมูลสนามบินและเที่ยวบินตามเวลาจริง และเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ที่ราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่การเช็คอิน การตรวจคนเข้าเมือง การขึ้นเครื่อง ไปจนถึงการรับสัมภาระ”

“ทอท. เห็นการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่กลับมา และเป็นนักท่องเที่ยวที่เป็นคนรุ่นใหม่ ดังนั้นสิ่งที่ทอท. ต้องทำคือการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ ไว้รองรับบริการให้สอดรับกับพฤติกรรม ประสบการณ์ หรือเป้าหมายของนักท่องเที่ยว โดยยึดหลักสามประการคือ ความรวดเร็ว ความง่าย และเชื่อถือได้ ก้าวสู่ Smart Airport” วรวุฒิ กล่าว

แอปฯ SAWASDEE มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน)

ขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) พันธมิตรของทอท. ผู้พัฒนาแอปฯ SAWASDEE by AOT กล่าวว่า “ผู้ให้บริการสนามบินจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับความท้าทายต่างๆ ท่ามกลางการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในขณะนี้ เช่น ยกระดับประสบการณ์การใช้บริการให้กับผู้โดยสาร และลดปัญหาติดขัดล่าช้าภายในสนามบิน”

“ระบบไอทีและแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งอยู่เบื้องหลังความสำเร็จของการดำเนินการต่างๆ ภายในสนามบิน จึงถือเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญต่อการให้บริการลูกค้าในทุกมิติ ในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยีการบินชั้นนำของประเทศไทย SKY มุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับบริษัทที่มีแนวคิดเดียวกัน อย่าง Google_Cloud เพื่อนำเสนอโซลูชันที่เชื่อถือได้มาช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และสร้างประโยชน์ให้กับสังคม”

“ซึ่งหลักการแบบโอเพ่นซอร์สและการออกแบบที่ปลอดภัยของ Google_Cloud จะช่วยให้เราสามารถผสานรวมเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างราบรื่น อาทิ ระบบนำทางภายในอาคาร ที่จอดรถอัจฉริยะ และไบโอเมตริกซ์ ตลอดจนการเข้ารหัสกระแสข้อมูลในระบบ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน”

จากการที่ SKY ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน SAWASDEE by AOT ให้เป็น “Must Have Thailand Travel App” แบบ All-in-one ที่เป็นแอปพลิเคชันให้บริการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ ทางบริษัทจึงใช้ Google Kubernetes Engine (GKE) เพื่อทำให้การปรับใช้และอัปเกรดแอปพลิเคชันเป็นไปเองอัตโนมัติ โดยไม่เข้าไปรบกวนการทำงาน

และด้วย GKE ทีมเทคโนโลยีของ SKY ยังสามารถลดภาระงานไอทีแบ็กเอนด์ที่ต้องใช้เวลานานไปกับการกำหนดค่าด้วยตนเอง และช่วยเร่งให้การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ หลายรายการที่ต้องทำเป็นประจำในแอปสามารถทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น การให้บริการติดตามสัมภาระเพื่อความอุ่นใจของนักเดินทาง

รายการตรวจสอบการเดินทางขาออกพร้อมแหล่งข้อมูลที่มีประโยชน์สำหรับการเดินทางที่ปลอดภัยและไม่ยุ่งยาก อีคอมเมิร์ซปลอดภาษี โปรแกรมรอยัลตีของสนามบิน คำแนะนำการเดินทางที่คัดสรรมาแล้ว การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ อีกมากมาย

ยกระดับบริการรถเช่า ซัพพลายเชนรถสำคัญของการท่องเที่ยว

อีกหนึ่งซัพพลายเชนของการท่องเที่ยว และได้ยกระดับการบริการของตัวเองด้วย Google_Cloud คือ EVme ผู้ให้บริการรถเช่าผ่านแอปพลิเคชันไลฟ์สไตล์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

Google Cloud
จิระพงษ์ เลาขจร ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด

EVme ยังได้ปรับใช้ การวิเคราะห์ขั้นสูง และ ระบบธุรกิจอัจฉริยะ ของ Google_Cloud เพื่อให้พนักงานเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่ขับเคลื่อนด้วยฐานข้อมูล ซึ่งช่วยให้พวกเขาเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นและมอบการโต้ตอบกับลูกค้าที่เป็นส่วนตัว

สิ่งนี้ทำให้ EVme สามารถจัดสรรรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ สำหรับให้บริการรถเช่าได้ผ่านแอปพลิเคชันมือถือเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ช่วยให้ตัดสินใจติดตั้งสถานีชาร์จ EV สาธารณะเพิ่มเติมที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มได้ตรงกับความต้องการผู้บริโภค รวมถึงช่วยสร้างขีดความสามารถในการให้คำแนะนำอย่างรวดเร็วและให้ความช่วยเหลือลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง

จิระพงษ์ เลาขจร ประธานเจ้าหน้าที่การพาณิชย์ บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด กล่าวว่า “แนวคิดของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการเดินทางที่ยั่งยืนมีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง โดย EVme มีเป้าหมายในการสร้างประสบการณ์ การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ให้กับคนไทยบนแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทันสมัยในราคาที่เหมาะสม”

“เราเดินหน้าผลักดันประเทศไทยสู่สังคมคาร์บอนฯต่ำ และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายในประเทศไทย เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากระบบการเดินทางทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อชุมชนท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทย”

“สิ่งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่ชัดเจนของเราในการสร้างธุรกิจและเลือกดำเนินงานแพลตฟอร์มดิจิทัลของเราบนคลาวด์ข้อมูลแบบเปิดของ Google_Cloud ซึ่งเป็นผู้นำด้านวิทยาการข้อมูล และ Google_Cloud ยังเป็นผู้ให้บริการระบบคลาวด์เพียงรายเดียวที่ขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานและบริการโดยใช้พลังงานหมุนเวียน 100% อีกด้วย”

Google_Cloud พร้อมสนับสนุนศักยภาพการท่องเที่ยว
Google Cloud
เอพริล ศรีวิกรม์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Google Cloud

เอพริล ศรีวิกรม์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ Google_Cloud กล่าวว่า “กูเกิลมุ่งมั่นที่จะเสริมศักยภาพให้กับองค์กรต่างๆ ในหลากหลายอุตสาหกรรม ผ่านความสามารถที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลอย่างชาญฉลาดเพื่อทำการตัดสินใจทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศแบบบูรณาการที่มอบประสบการณ์ผู้เยี่ยมชมระดับโลกอีกด้วย”

“ทั้งนี้ ความร่วมมือของเรากับ ทอท., SKY และ EVme ได้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการนักท่องเที่ยวด้วยข้อเสนอแบบดิจิทัลที่ปรับให้เป็นส่วนตัวและขับเคลื่อนโดยข้อมูลบนคลาวด์แบบเปิดที่ยืดหยุ่นและปลอดภัย

ซึ่งต่อยอดมาจากการทำงานร่วมกับ ธนาคารไทยพาณิชย์ และ Central Retail เพื่อสนับสนุนธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารและจัดเลี้ยง รวมถึงบริษัทเอกชนด้านการแพทย์ขนาดใหญ่ในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ต่อไป”

การท่องเที่ยวจะยังคงเป็นหนึ่งในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ช่วยกระตุ้น GDP ที่สำคัญที่สุดของประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานและแอปพลิเคชันต่างๆ Google_Cloud จะมีส่วนในการส่งเสริมความยั่งยืน และการท่องเที่ยวอย่างมีความรับผิดชอบรวมถึงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลทั่วทั้งอุตสาหกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันโดยรวมของการท่องเที่ยวไทย

Featured Image: Image by HelloDavidPradoPerucha on Freepik