Wednesday, April 24, 2024
5GNEWS

AIS ทำรายได้ไตรมาสสาม 4.6 หมื่นล้านบาท

AIS โชว์ผลงานไตรมาส 3/2566 เติบโตแข็งแกร่งทั้ง มือถือ – เน็ตบ้าน – และบริการลูกค้าองค์กร เปิดรายได้ 9 เดือนแรก 137,555 ล้านบาท โต 0.6% ชูนวัตกรรมเน็ตเวิร์คอัจฉริยะ ตอบรับการเป็น Cognitive Tech-Co

AIS รายงานผลประกอบการในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ทำรายได้ 137,555 ล้านบาท โต 0.6% จากปีที่ผ่านมา และมีกำไร 22,084 ล้านบาท เติบโตขึ้น 18% นับเป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจทั้ง ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่วันนี้มีผู้ใช้บริการ 5G รวมกว่า 8.5 ล้านราย โตพุ่งถึง 54% ทางด้านธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอย่าง AIS Fibre ก็ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถโกยลูกค้ารวมทะลุ 2.38 ล้านราย

ในส่วนของธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรสามารถส่งมอบนวัตกรรมและโซลูชันที่ตอบโจทย์องค์กรภาคธุรกิจไปจนถึงผู้ประกอบการ SME ทั้งบริการดิจิทัล ICT คลาวด์ Data Center  โดยสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในระดับ 14% จากไตรมาสที่ผ่านมา

โดย AIS ยังคงเดินหน้าลงทุนในการเพิ่มขีดความสามารถของโครงข่ายที่ 27,000-30,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้าและภาคอุตสาหกรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีโทรคมนาคมอัจฉริยะ หรือ Cognitive Tech-Co

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)

สมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์ทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่มีการขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกทั้งผลกระทบต่อด้านความเชื่อมั่นด้านการลงทุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หรือแม้แต่สถานการณ์วิกฤตของภาคอสังหาริมทรัพย์ในประเทศจีนที่เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการบริโภคและการใช้จ่ายเดินทางของชาวจีนที่ลดลง”

“ทำให้ช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาเราต้องปรับวิธีการทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยเร่งพัฒนาโครงข่ายให้มีความอัจฉริยะสามารถตอบสนองการใช้งานได้แบบเรียลไทม์ มีความเข้าใจลูกค้าแบบ Personalization มากยิ่งขึ้น ส่งผลทำให้ AIS ทำผลการดำเนินงานออกมาได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ จากตัวเลขรายได้และกำไรที่มีการเติบโตขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

รายได้รวมไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 46,069 ล้านบาท

โดยผลประกอบการของ AIS ในไตรมาสที่ 3 ปี 2566 ทำรายได้รวมอยู่ที่ 46,069 ล้านบาท ลดลง 0.4% จากปีก่อน แต่เติบโต 2.9% จากไตรมาสก่อน ทางด้านกำไรสุทธิที่ระดับ 8,146 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 35% จากปีก่อน และ 13% จากไตรมาสที่ผ่านมา

สำหรับกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เท่ากับ 23,674 ล้านบาท เติบโต 7.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ในขณะที่งวด 9 เดือน AIS ก็ทำผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมโดยมีรายได้รวม 137,555 ล้านบาท เติบโต  0.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีกำไรสุทธิที่ระดับ 22,084 ล้านบาท เติบโตขึ้น 18% โดยมีผลการดำเนินงานแยกตามรายธุรกิจดังนี้

ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่

ทำรายได้เติบโตขึ้น 0.7% จากปีก่อน โดยมีผู้ใช้บริการ 5G รวมแล้วกว่า 8.5 ล้านราย เติบโตขึ้นถึง 54% จากปีก่อน อีกทั้งโครงข่าย AIS 5G ยังคงครองตำแหน่งผู้นำเครือข่ายมือถือ 5G ถึงมาตรฐานและคุณภาพสัญญาณของเครือข่ายที่เร็วที่สุดในไทย จาก Ookla ผู้ให้บริการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ตที่มีผู้นิยมใช้งานทั่วโลก

ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง

สามารถสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ที่ 19% จากปีก่อน และเติบโตต่อเนื่อง 5.8% จากไตรมาสก่อนด้วยเช่นกัน ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพของโครงข่ายเน็ตบ้านและการให้บริการที่เหนือกว่า ผ่านการส่งมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในบ้านของลูกค้าทุกรูปแบบตามเป้าหมาย Digital Experience for Thais ทำให้ AIS Fibre ได้รับความไว้วางใจมีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 52,000 รายต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนและมีฐานลูกค้ารวมกว่า 2.38 ล้านราย

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร

เติบโต 14% จากไตรมาสก่อน และ 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นตั้งใจในการนำโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่แข็งแกร่ง พร้อมโซลูชันและบริการด้านดิจิทัล อาทิ ICT  คลาวด์ Data Center เข้าเชื่อมต่อกับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมหลักทั้ง Smart Manufacturing, Smart Property & Retails และ Smart Transportation & Logistics ตอกย้ำเป้าหมายสร้างการเติบโต อุ่นใจ ไปด้วยกัน

สมชัย กล่าวเสริมในช่วงท้ายว่า “ภายใต้การขับเคลื่อนเป้าหมาย Cognitive Tech-Co เรายังคงเดินหน้าลงทุนอย่างต่อเนื่องตามแผนการดำเนินงานที่ 27,000-30,000 ล้านบาท โดยมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างมาตรฐานให้กับโครงข่ายอัจฉริยะ ที่จะเป็นต้นแบบให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในฐานะผู้นำตลาดตัวจริง ที่จะนำไปสู่การส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า และเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างแข็งแกร่ง”