ในโอกาสนี้ กลุ่มวิริยะจิตอาสา ตัวแทนวิริยะประกันภัย เจ้าหน้าที่สำนักงานคปภ. และประชาชนในพื้นที่ ได้ร่วมกันปลูกต้นกล้าไม้โกงกาง บนพื้นที่ 3 ไร่ และปล่อยพันธุ์ปลากะพงขาว จำนวน 1,000 ตัว เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งให้มีความอุดมสมบูรณ์ สนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและการประกอบอาชีพให้กับชุมชนชายฝั่ง

ตลอดจนส่งเสริมแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชน ประชาชนทั่วไป รวมถึงหน่วยงานภายนอก ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เพื่อต่อยอดแนวทางการอนุรักษ์สู่สังคมในวงกว้างต่อไป ณ แหล่งเรียนรู้ทรัพยากรป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี
สำหรับ กิจกรรมการปลูกต้นกล้าโกงกาง ภายใต้โครงการ “วิริยะประกันภัย ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลน สร้างแห่งเรียนรู้ สู่ชุมชนยั่งยืน” ในครั้งนี้ สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 28,200 𝐾𝑔𝐶𝑜2 /ไร่/ ปี อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่แหล่งกักเก็บบลูคาร์บอน (Blue Carbon) ให้กับ “ป่าชายเลนบ้านห้วยทรัพย์”
ซึ่งเป็นแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติสำคัญของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้ชายเลนและสัตว์ประจำถิ่นนานาชนิด รวมทั้งเป็นแหล่งศึกษานกวงศ์สำคัญ อาทิ เหยี่ยวแดง นกกาน้ำเล็ก นกกระสานวล ฯลฯ
โครงการดังกล่าว จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของวิริยะประกันภัยในการขับเคลื่อนนโยบายด้าน ESG (Environmental, Social, Governance) พร้อมส่งเสริมให้บุคลากรทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนอย่างยั่งยืน
บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM) ถ่ายทอดสดจากห้องประชุมชั้น 25 ณ อาคารทิพยประกันภัย พระราม 3 โดยมีนายสมใจนึก เองตระกูล ประธานกรรมการ ดร.สมพร สืบถวิลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัท เข้าร่วมแถลงผลการดำเนินงานและตอบข้อซักถามจากผู้ถือหุ้น
ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานปี 2568 และมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลอัตราหุ้นละ 1.50 บาท โดยบริษัทฯ ได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.50 บาท และจะจ่ายส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 1.00 บาท ในวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 พร้อมกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนวันที่ 16 มีนาคม 2569 รวมถึงมีมติอนุมัติครบทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ
ด้านทิศทางธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ เน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ควบคู่กับการรักษาความสามารถในการทำกำไร โดยมุ่งเสริมศักยภาพบริษัทย่อยและบริษัทร่วม รวมถึงต่อยอดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว
นอกจากนี้ TIPH ยังคงให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรในอนาคต