Tuesday, January 31, 2023
Digital TransformationNEWS

บลูบิค ทุ่มพันล้านซื้อกิจการ 2 บริษัทไอทีชั้นนำ หวังแบ่งเค้กโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขนาดใหญ่

บลูบิค

บลูบิค ทุ่มพันล้านซื้อกิจการ 2 บริษัทไอทีชั้นนำ เพิ่มขีดความสามารถเข้าแข่งขัน บริษัทต่างชาติ งานทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันโครงการขนาดใหญ่ เตรียมเปิดบริษัทใหม่ Vulcan Digital Delivery

ริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK ผู้ให้บริการที่ปรึกษาด้านดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน แบบครบวงจร ต่อยอดธุรกิจ เพิ่มขีดความสามารถการส่งมอบงานและบริหารจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศรับเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งในและต่างประเทศ ประกาศความสำเร็จการเข้าซื้อหน่วยธุรกิจ Digital Delivery จาก MFEC_และควบรวมกิจการกับ บริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ จำกัด ที่ปรึกษาและวางระบบ ERP ด้วยงบกว่า 1 พันล้านบาท

การควบรวมกิจการครั้งใหญ่นี้เป็นการเสริมแกร่งให้บลูบิคในด้านงานบริการให้คำปรึกษา พัฒนา และวางระบบเทคโนโลยี การทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน โดยจะมีจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจาก 350 คน เป็น 780 คน เพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจและบริการทั้งในและต่างประเทศ ตามแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี พร้อมตอกย้ำความเป็น Truly End-to-End Digital Transformation Partner และปูทางสู่การเป็น Tech Company และ Venture Builder ระดับสากล

ผนวกจุดแข็งของสององค์กร สร้างโอกาสรับงานโครงการดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันขนาดใหญ่
พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

พชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การเข้าซื้อหน่วยธุรกิจ Digital Delivery ของ MFEC เป็นการเพิ่มขีดความสามารถการรองรับงานบริการให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยี (Digital Excellence & Delivery หรือ DX) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่สร้างรายได้ให้กับบลูบิค และยังเป็นการต่อยอดทางธุรกิจในอนาคตผ่านการ Synergy ร่วมกันกับทาง MFEC อีกด้วย”

“รวมทั้งช่วยเรื่องการประหยัดต้นทุนในการบริหารงานจาก Economy of Scale ซึ่งหลังจากกระบวนการควบรวมกิจการเสร็จสิ้น จะมีผลให้ทีมงานนักพัฒนาเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มมากขึ้นถึง 500 คน สามารถรองรับความต้องการในการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น”

“ทีมนักพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและแอปพลิเคชัน (Digital Delivery) ของ MFEC มีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาและวางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและแอปพลิเคชันภายใต้มาตรฐาน Software Development Life Cycle – SDLC และการนำระบบขึ้นเพื่อใช้งาน (Deployment Management)”

นอกจากนี้ยังมีความเชี่ยวชาญด้านอื่นๆ ดังต่อไปนี้ 1) พัฒนาแอปพลิเคชันทั้งในรูปแบบ Mobile Application, Web Application, Desktop และบล็อกเชน 2) การจัดการ Application Programming Interface – API 3) การออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันและฟังก์ชันพื้นฐานในการใช้งาน (UX/UI Design) 4) การประกันคุณภาพซอฟต์แวร์ (Software Quality Assurance) 5) การให้บริการหลังการขายที่เกี่ยวข้องกับบริการตาม ข้อ 1 และ 4

สำหรับกระบวนการเข้าซื้อกิจการจะเริ่มหลังจากที่ MFEC จัดตั้งบริษัทย่อยสำหรับหน่วยธุรกิจนี้ ภายใต้ชื่อ Vulcan Digital Delivery โดยใช้เงินสดที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนครั้งแรก (Initial Public Offering – IPO) กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและแผนการระดมทุนเพิ่ม ซึ่งกระบวนการดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 1 ปี 2566

ส่วนการบริหารและแผนการดำเนินธุรกิจของ นั้น Vulcan Digital Delivery โดยมี ปัญญา พรขจรกิจกุล ที่เป็นผู้บริหารเดิมของหน่วยธุรกิจ Digital Delivery ของ MFEC จะรับตำแหน่ง CEO ซึ่งจะดำเนินการดูแลลูกค้าเก่าอย่างต่อเนื่องและให้บริการลูกค้าใหม่ได้ทันที

เสริมบริการทรานส์ฟอร์เมชันให้ครบวงจรด้านระบบงาน ERP

ในขณะที่การควบรวมกิจการกับ บริษัท อินโนวิซ โซลูชั่นส์ จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการวางระบบ ERP ของ Microsoft Dynamics 365 ที่ได้รับการรับรองเป็น Gold Certified Partner จากบริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งจะสร้างโอกาสเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่งให้กับบลูบิค

สามารถเข้ามาเชื่อมต่อโซลูชันและบริการทรานส์ฟอร์เมชันของบลูบิคให้ครบวงจร ในเรื่องการพัฒนาการวางแผนและการจัดการทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กรหรือระบบงาน ERP

“ทีมงานผู้เชี่ยวชาญระบบ ERP จำนวนมากกว่า 130 คน ที่เติมเข้ามาจาก อินโนวิซ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทฯ และตอบสนองความต้องของลูกค้ากลุ่มเดิมของบลูบิคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเป็นการขยายบริการและผลิตภัณฑ์หลักของบลูบิคไปยังฐานลูกค้าของอินโนวิซที่มีอยู่มากกว่า 200 ราย”

“โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค การเงินและธนาคาร และหน่วยงานภาครัฐอีกด้วย จึงมั่นใจได้ว่าลูกค้าทั้ง 2 ฝั่งจะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดภายใต้การให้บริการผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีระดับโลกแบบครบวงจรที่สามารถรองรับทุกความต้องการของลูกค้าได้” พชร กล่าว

สำหรับกระบวนการควบรวมกิจการของอินโนวิซจะแบ่งการชำระค่าหุ้นออกเป็น 3 งวด งวดแรกจะเริ่มต้นในไตรมาส 1 ปี 2566 และจะเสร็จสมบูรณ์ในปี 2568 โดยบลูบิคจะเข้าซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดด้วยเงินสด

“การขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องของบลูบิคนั้นเป็นไปตามแผนการลงทุนที่บริษัทฯ ได้วางไว้ เพื่อรองรับกระแสการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันและความต้องการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้สร้างข้อได้เปรียบในภาคธุรกิจที่ยังคงแรงต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกเหล่านี้ทำให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ที่ได้สะท้อนผ่านผลประกอบของบริษัทฯ ที่สามารถทำนิวไฮในหลายไตรมาสติดต่อกัน”

“ดังนั้นการเข้าซื้อกิจการของทั้ง 2 บริษัท จะทำให้การเติบโตนับจากนี้ของ บลูบิค โดยเฉพาะในปี ​2566 เป็นไปอย่างน่าจับตามอง จากผลพวงของจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวตามแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี เป็นการตอกย้ำความเป็น Tech Company ที่มุ่งเน้นการเป็น Venture Builder ระดับสากล” พชร กล่าวทิ้งท้าย

3 Comments

  1. Hi there, just became alert to your blog through Google, and found that it’s really informative.
    I am gonna watch out for brussels. I will appreciate if
    you continue this in future. Lots of people will be benefited from your writing.
    Cheers!

  2. Everyone loves what you guys are usually up too. This sort of clever work
    and coverage! Keep up the awesome works guys I’ve included you guys to our blogroll.

  3. Do you mind if I quote a few of your articles as long as I provide credit and sources back to your blog?
    My blog is in the very same niche as yours and my users would truly benefit from a lot of the information you present here.
    Please let me know if this ok with you. Thanks!

Leave a Response