Friday, September 30, 2022
Big DataCybersecurityNEWS

Blendata เสริมแกร่งการป้องกันภัยไซเบอร์ให้กับ G-Able ด้วย Big Data

Technology security concept safety digital protection system

Blendata นำเทคโนโลยี Big Data ช่วยเสริมระบบ Cybersecurity พร้อมเพิ่มจุดแข็งให้กับ Holistic G-Cyber Solution ของกลุ่มจีเอเบิล ด้วยความสามารถของ Blendata Enterprise แพลตฟอร์ม

Blendata (เบลนเดต้า) บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data อัจฉริยะ นำเทคโนโลยี Big Data ช่วยเสริมระบบ Cybersecurity พร้อมเพิ่มจุดแข็งให้กับ Holistic G-Cyber Solution ของกลุ่มจีเอเบิล ด้วยความสามารถของ Blendata Enterprise แพลตฟอร์ม ยกระดับเกราะป้องกันระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ใน 4 ด้าน ให้กับองค์กรและธุรกิจ พบภัยทางไซเบอร์มีความซับซ้อนและแยบยลมากขึ้น

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล

ส่งผลให้ระบบป้องกันแบบเดิมไม่เพียงพอในการรับมือ ชี้เทคโนโลยี Big Data จะเป็นส่วนสำคัญในการยกระดับระบบ Cybersecurity ขององค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น การนำข้อมูลมหาศาลมาจัดเก็บและประมวลผลได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้องค์กรสามารถเตรียมพร้อม ป้องกัน ตรวจพิสูจน์หลักฐาน (Forensic) แก้ไขปัญหา รวมถึงสามารถนำข้อมูลพฤติกรรมและความผิดปกติที่ตรวจสอบพบ มาใช้วางแนวทางในการป้องกันภัยไซเบอร์ได้ทันท่วงที

ดร.ชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทจีเอเบิล เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างรวดเร็วของทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน โดยมีโควิด – 19 เป็นปัจจัยเร่งทำให้ทุกภาคส่วนหันมาใช้เทคโนโลยีช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร และเพิ่มความสะดวกให้กับการใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลนี้

ซึ่งรวมถึงการใช้สกุลเงินที่ไม่สามารถติดตามธุรกรรมได้ อย่าง Cryptocurrency และบางองค์กรอาจขาดความรัดกุมด้านความปลอดภัยในข้อมูลบนระบบดิจิทัล ซึ่งทั้งหมดนี้นับเป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้ จากผลสำรวจของ Kaspersky ในปี 2021 พบว่าประเทศไทยมีสถิติถูกโจมตีทางไซเบอร์มากเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน

ซึ่งนับเป็นภัยที่องค์กรไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ในยุคที่ดิจิทัลเติบโตอย่างก้าวกระโดดนี้ ดังนั้นการวางแนวทางการป้องกันและเตรียมความพร้อมทั้งในด้านเทคโนโลยี นโยบายขององค์กร และพนักงานในองค์กร คือสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสียหาย ทั้งในด้านค่าใช้จ่าย การเรียกค่าไถ่จาก Ransomware หรือค่าใช้จ่ายในการกู้คืนข้อมูล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งความเสียหายด้านภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือขององค์กร

ณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด

ด้าน ณัฐนภัส รชตะวิวรรธน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบลนเดต้า จำกัด บริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการ Big Data กล่าวเสริมว่า เนื่องจากภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อน ทั้งในด้านรูปแบบการโจมตี กลุ่มบุคคลที่ทำการโจมตี ไปจนถึงระบบและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้การตรวจจับด้วยระบบแบบเดิม ๆ เช่น Firewall หรือ Antivirus อาจไม่เพียงพอในการรับมืออีกต่อไป

อีกทั้งองค์กรขนาดใหญ่มักจะมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหลังบ้านที่มีความซับซ้อนสูง มีความหลากหลายทั้งในส่วนของเครือข่าย อุปกรณ์ทางด้านซีเคียวริตี้ แอปพลิเคชัน รวมถึงสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่ปัจจุบันทำงานอยู่ทั้งบนระบบคลาวด์ที่หลากหลาย จำพวก Multi/Hybrid Cloud

ดังนั้นการเข้าไปช่วยตรวจสอบ รวมถึงการเสริมประสิทธิภาพทางด้านไซเบอร์ ตั้งแต่ขั้นตอนการนำข้อมูลจากหลากหลายแหล่งและหลายรูปแบบ มาค้นหาและประมวลผลในการตรวจสอบปัญหาและสาเหตุนั้น มักจะยุ่งยากและมีความท้าทายอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้ Blendata ได้นำแพลตฟอร์ม Blendata Enterprise เข้าไปเป็นตัวช่วยสำคัญด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ให้กับกลุ่มบริษัทจีเอเบิล (G-Able) ด้วยแพลตฟอร์มที่มาพร้อมความสามารถที่ตอบโจทย์การยกระดับระบบ Cybersecurity ขององค์กร ใน 4 ด้าน ช่วยเก็บข้อมูลพฤติกรรมและเหตุการณ์ของอุปกรณ์ทั้งหมดทุกชนิดในองค์กร ให้สามารถค้นหา ตรวจสอบ

และแจ้งเตือนภัยคุกคามได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น ผสานกับเทคนิคการประมวลผลข้อมูลขั้นสูงอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) และ Machine Learning (AI/ML) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับพฤติกรรมหรือเหตุการณ์ที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วรัดกุมมากที่สุด

และยังมีการวางแผนพัฒนารูปแบบการตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถรับมือกับภัยคุกคามที่ซับซ้อนได้ รวมถึงเป็นการเสริมจุดอ่อนขององค์กรทั่วไปที่ไม่มีการจัดเก็บข้อมูลย้อนหลัง ทำให้ยากต่อการตามรอยตรวจจับพฤติกรรมของแฮกเกอร์

ทั้งนี้ แพลตฟอร์ม Blendata Enterprise ประกอบไปด้วยความสามารถในการยกระดับระบบ Cybersecurity ขององค์กรใน 4 ด้าน ดังนี้

1.Cybersecurity Data-Lake จัดเก็บข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับไซเบอร์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบันทึกของอุปกรณ์ (Log) ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน ข้อมูลจากระบบคลาวด์ขององค์กร รวมไปถึงข้อมูลทางด้านภัยคุกคามจากภายนอก (Threat Intel) ไว้ในที่เดียวกัน โดยการจัดเก็บข้อมูลเป็นระยะเวลายาวนาน เพื่อให้พร้อมสำหรับการค้นหา และตรวจสอบได้อย่างรวดเร็วในหลักวินาที

2.Centralized operational dashboard รวบรวมข้อมูลจากทุกอุปกรณ์ เพื่อสร้าง Dashboard แบบรวมศูนย์ เพื่อสามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

3.Rule-based detection & Alert Normalization แจ้งเตือนจากหลากหลายเหตุการณ์ทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้น รวมถึงลดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็นออกไป เพื่อคัดกรองเฉพาะการแจ้งเตือนที่สำคัญ

4.Advanced security analytics การใช้เทคโนโลยี AI/ML บนข้อมูลขนาดใหญ่ (Big data) เพื่อตรวจจับ ระบุพฤติกรรม เหตุการณ์ หรือความผิดปกติใด ๆ ที่เกิดมาจากการโจมตีทางไซเบอร์ อาทิเช่นการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ใช้งานที่ผิดปกติ (User behavior analysis) การขนข้อมูลออกไปโดยมิชอบ (Data exfiltration) เป็นต้น

“Blendata ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Big Data อัจฉริยะ Blendata Enterprise ที่สามารถรองรับการนำข้อมูลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลบันทึกอุปกรณ์ ข้อมูลระบบสารสนเทศขั้นพื้นฐาน (Infrastructure) ข้อมูลจากแอปพลิเคชัน มาประมวลผลได้อย่างรวดเร็วบนเทคโนโลยี Big Data ในลักษณะ No-Code ทำให้ Blendata สามารถเข้าไปช่วยยกระดับและเพิ่มศักยภาพให้กับระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ของ G-Able รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ

ทั้งในด้านการตรวจจับภัยคุกคามสมัยใหม่อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เสริมเกราะป้องกันให้กับระบบสารสนเทศขององค์กร รวมถึงเป็นการวางรากฐานที่สำคัญสำหรับกลไกป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ในอนาคต” ณัฐนภัสกล่าว

Leave a Response