Thursday, January 29, 2026
AIDigital TransformationNEWSOffice Automation

ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น ประกาศวิสัยทัศน์ One-Stop DX พร้อมเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันเต็มรูปแบบ

Fujifilm Business

ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ประกาศยุทธศาสตร์ ปี 2026 ก้าวสู่บทบาทผู้นำด้าน One-Stop DX หรือผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันอย่างเต็มรูปแบบ อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรธุรกิจไทยและยกระดับการทำงานด้วยเทคโนโลยี AI

ริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเครื่องพิมพ์และดิจิทัลเวิร์คโฟลว์ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจประจำปี 2569 เดินหน้าขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล Digital Transformation ที่พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของลูกค้าองค์กรและลูกค้าทั่วไป ผ่านบทบาทการเป็น One-stop DX Partner ที่นำเสนอดิจิทัลโซลูชันแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกภาคธุรกิจ

มาซาอากิ ยานากิย่า ประธาน บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 ว่า “ในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มุ่งมั่นส่งมอบนวัตกรรม เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทุกประเภท ภายใต้วิสัยทัศน์ Trusted DX Partner โดยตั้งเป้าที่จะเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ พร้อมร่วมขับเคลื่อนและยกระดับศักยภาพการดำเนินธุรกิจให้สามารถเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลได้อย่างไร้รอยต่อ

“สำหรับปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ขอประกาศวิสัยทัศน์ถึงการยกระดับองค์กรสู่การเป็น One-Stop DX Partner ที่หมายถึง การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลโซลูชันอย่างเต็มรูปแบบ ที่หมายถึงการนำเทคโนโลยี Intelligent Workflow และเทคโนโลยี AI ลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มส่งมอบโซลูชันอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว” 

“และตั้งเป้าหมายการเติบโตผ่าน 3 กลุ่มธุรกิจหลักได้แก่ ธุรกิจโซลูชันและบริการงานเอกสารแบบครบวงจร (Business Solutions) ธุรกิจเครื่องพิมพ์และเครื่องมัลติฟังก์ชันสำหรับสำนักงาน (Office Solutions) และธุรกิจผลิตภัณฑ์เครื่องพิมพ์ดิจิทัลระดับโปรดักชันและโซลูชันสำหรับธุรกิจการพิมพ์ (Graphic Communications)”

“ให้ครอบคลุมลูกค้าทุกประเภทธุรกิจ สอดคล้องกับแนวโน้มการทำงานในโลกอนาคต การประกาศทิศทางครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของบริษัทฯ ในการเป็นพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจที่ลูกค้าไว้วางใจ พร้อมผสานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และเวิร์คโฟลว์อัจฉริยะเข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กร และปลดล็อกทุกความเป็นไปได้ให้กับลูกค้า” มาซาอากิ กล่าวเสริม​​

ผสานเทคโนโลยี AI ตอบความต้องการของลูกค้า

ฮายาโตะ ซึโบอิ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับทิศทางในปี 2569 ฟูจิฟิล์ม บิสซิเนส อินโนเวชั่น (ประเทศไทย) ยังคงเดินหน้าปรับตัวรับพฤติกรรมผู้บริโภคและความท้าทายด้านเทคโนโลยี” 

“โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ การเดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมทางธุรกิจ (Business Innovation) ด้วยการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่พัฒนาขึ้นโดยลิขสิทธิ์ของฟูจิฟิล์มอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมทั้งภาคสำนักงานและอุตสาหกรรมการพิมพ์เชิงพาณิชย์” 

“โดยวางเทคโนโลยี AI เป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน Digital Transformation (DX) องค์กร เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแปลงข้อมูลที่ไม่มีโครงสร้างจำนวนมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเอกสาร ภาพ วิดีโอ หรือองค์ความรู้จากการปฏิบัติงาน ให้กลายเป็นสินทรัพย์ความรู้ที่มีคุณค่า ผ่าน AI 5 แกนหลัก” 

“ตั้งแต่ การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน, การสนับสนุนการตัดสินใจเชิงผู้เชี่ยวชาญให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้อมูล ไปจนถึงการปรับแต่งและเพิ่มประสิทธิภาพระบบอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจหลัก”

“ได้แก่ Business Solutions ที่เปลี่ยนข้อมูลลูกค้าให้เป็นอินไซต์เชิงลึก Office Solutions ที่ใช้ AI ยกระดับงานขาย การบำรุงรักษา และการดำเนินงานระยะไกลเพื่อลดการพึ่งพาแรงงาน และ Graphic Communications ที่นำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อน พร้อมยกระดับคุณภาพงานพิมพ์ระดับสูง” 

“โดยเทคโนโลยี AI ของฟูจิฟิล์มไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ยังพลิกโฉมรูปแบบการทำงานและเสริมพลังความคิดสร้างสรรค์ ตอกย้ำบทบาทขององค์กรในฐานะพันธมิตรระยะยาวที่พร้อมร่วมกำหนดอนาคตของการทำงานอัจฉริยะ”

ฮายาโตะ กล่าวเสริมว่า “วันนี้ Fujifilm Business Innovation กำลังก้าวข้ามบทบาทจากการเป็นผู้ขายเครื่องพิมพ์ สู่การเป็น One-Stop DX Partner อย่างเต็มรูปแบบ โดยมุ่งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรและนวัตกรรมที่ช่วยเปลี่ยนความท้าทายทางธุรกิจให้เป็นโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน”

ปัจจุบัน Fujifilm Business Innovation ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทฟูจิฟิล์ม โดยสร้างสัดส่วนรายได้สูงถึง 38% เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจด้าน Healthcare ที่ 32% กลุ่ม Electronic Materials ที่ 17% และกลุ่ม Imaging ที่ 13%

ซึ่งเทคโนโลยีจากกลุ่มธุรกิจเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นโซลูชันที่หลากหลาย อาทิ ระบบจัดการเอกสารอัจฉริยะ ดิจิทัลโซลูชัน และการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านไอที เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว