เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2568 ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เป็นผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) มอบเงินจำนวน 590,769.23 บาท สมทบทุนแก่ ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์และเสริมสร้างศักยภาพด้านสาธารณสุขของประเทศ โดยมี ผศ.นพ.ธารา วงศ์วิริยางกูร รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ.ในฐานะหน่วยงานของรัฐที่มีภารกิจในการกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของไทย เล็งเห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคธุรกิจ และภาคสังคม ที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะในด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพที่ประชาชนทุกคนควรได้รับอย่างทั่วถึง จึงได้ร่วมสมทบทุนในครั้งนี้ เพื่อสนับสนุนภารกิจของศิริราชมูลนิธิในการจัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต่อการให้บริการประชาชน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดประชุมหารือแนวทางการลดข้อร้องเรียนด้านการประกันภัย ครั้งที่ 2/2568 ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง ชั้น 2 สำนักงาน คปภ.ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 11–12 มิถุนายน 2568 โดยมีผู้แทนบริษัทประกันวินาศภัย และบริษัทประกันชีวิตทุกบริษัทเข้าร่วมประชุมรับฟังหารือแนวทางยกระดับมาตรฐานการให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย และผู้มีสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันภัย การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดข้อร้องเรียนและข้อพิพาท ตลอดจนส่งเสริมความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการ คุ้มครองสิทธิของประชาชน
โดยมี คณานุสรณ์ เที่ยงตระกูล ผู้ช่วยเลขาธิการ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ เป็นประธาน การประชุม พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ สายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค เข้าร่วมประชุม เพื่อลดปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งในชั้นการพิจารณาและไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่ ในชั้นไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และในชั้นผู้ชำนาญการ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกที่ขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อให้บริหารจัดการข้อร้องเรียนอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีอนุญาโตตุลาการที่สามารถไกล่เกลี่ยในชั้นก่อนตั้งอนุญาโตตุลาการเพื่อลดข้อร้องเรียนให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
สำนักงาน คปภ. ได้เน้นย้ำความสำคัญของการลดข้อร้องเรียน พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากแต่ละบริษัทให้ความสำคัญกับการติดตามและประเมินผลการให้บริการตามกรอบมาตรฐานระยะเวลาให้บริการ (SLA) อย่างจริงจัง โดยนำข้อมูลจาก ข้อร้องเรียนมาใช้เป็นตัวชี้วัด เพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการ พร้อมทั้งส่งเสริมความโปร่งใสในกระบวนการชี้แจงข้อเท็จจริงและการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามกฎหมายและหลักความเป็นธรรม โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีแนวโน้มปัญหาจากผู้ประกอบธุรกิจขายรถยนต์ไฟฟ้าที่มีลักษณะเฉพาะและความซับซ้อน เช่น การประเมินมูลค่าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ลดลงอย่างรวดเร็ว และข้อจำกัดในการตรวจสอบข้อมูลเชิงเทคนิค ปัญหาการจัดอะไหล่รถยนต์ไฟฟ้าที่มี ความล่าช้าของผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า โดยสำนักงาน คปภ. มีแนวทางการเพิ่มประสิทธิภาพการประสานข้อพิพาท ที่ขอให้บริษัทประกันภัยทำความเข้าใจปัญหาดังกล่าวต่อลูกค้า ผู้เอาประกันภัย และประชาชน
สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัด Workshop ร่วมกับ Moody’s Insurance ASEAN เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนามาตรฐานการกำกับ รองรับการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศและภัยพิบัติ และยกระดับมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย ให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล ณ ห้องประชุมสถาบันวิทยาการประกันภัยระดับสูง สำนักงาน คปภ. (รัชดาภิเษก) กรุงเทพมหานคร
โดยมี ดร. อายุศรี คำบรรลือ ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ เป็นประธานเปิดการอบรม และมีพนักงานของสำนักงาน คปภ. ในส่วนภูมิภาคกว่า 30 จังหวัด เข้าร่วมผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดทำ Stress test เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความเสี่ยงและความมั่นคงทางการเงินของบริษัท Own Risk Solvency Assessment (ORSA) โดยเฉพาะในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ (Climate Change) เป็นภาวะที่บริษัทประกันภัยทั่วโลก จำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมและรับมือกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับฐานะทางการเงินของบริษัท
โดยที่ผ่านมาสำนักงาน คปภ.ได้มีการรวมการทดสอบภาวะวิกฤตเรื่องภัยธรรมชาติ เป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบ Stress Test มาตั้งแต่ปี 2561 ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประเทศไทยได้เผชิญกับภัยธรรมชาติที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง คือ ภัยจากแผ่นดินไหว ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจ (Economic Loss) ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่สำนักงาน คปภ. ต้องจัดให้มีการเตรียมความพร้อมในการจัดทำ Climate Stress test
ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Moody’s Insurance ASEAN ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่มีชื่อเสียง มาร่วมจัดทำ Workshop ในหัวข้อ Strengthening Climate and Catastrophe Resilience เพื่อเสริมองค์ความรู้และให้ข้อมูลเกี่ยวกับ กฎระเบียบ การรับมือ และแนวทางปฏิบัติในการประเมิน Physical Risk และ Transitional Risk โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านภัยพิบัติทั้งอุทกภัยและภัยจากแผ่นดินไหว
“การจัด Workshop ร่วมกันระหว่าง สำนักงาน คปภ. และ Moody’s Insurance ASEAN ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีสำคัญในการแบ่งปันองค์ความรู้ให้กับผู้เข้าร่วมแล้ว ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระดับหน่วยงานในระยะยาว เพื่อประสานความร่วมมือกับ ทุกภาคส่วนประกันภัย ซึ่งอยู่ในจุดที่ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับภัยความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อันจะช่วยยกระดับมาตรฐานในการคาดการณ์ความเสี่ยงให้ดีขึ้น และจะช่วยสร้างอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความยืดหยุ่น และแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อให้สามารถร่วมกันจัดการกับความท้าทายในอนาคต” ผู้ช่วยเลขาธิการ สายพัฒนามาตรฐานการกำกับ กล่าวในตอนท้าย