Tuesday, April 7, 2026
NEWS

คาสิโอ ผนึกพันธมิตร พัฒนาทักษะคิดคณิต-วิทย์

คาสิโอ จับมือพันธ์มิตรเครือข่ายการศึกษาพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิด และการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

าสิโอ จับมือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ ศึกษานิเทศก์ โครงการพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์  เพื่อศึกษา และวางแผนการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือยกระดับการศึกษาไทย และ ผลักดันเด็กรุ่นใหม่เข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

ซึเนโอะ นากาอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาสิโอ มาร์เก็ตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ ศึกษานิเทศก์ โครงการพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ครั้งที่ 2 ว่า

คาสิโอมีความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษาในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ยุโรปและภูมิภาคอื่น ๆ โดยมุ่งส่งเสริมการใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับการเรียนรู้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

สร้างเครือข่ายทั่วประเทศ

สำหรับประเทศไทย บริษัทมีความภาคภูมิใจที่ได้ดำเนินภารกิจร่วมกับพันธมิตรหลัก ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) และโรงเรียนทั่วประเทศ

ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนและขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนนำร่อง DSP (Demonstration School Program) นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 โครงการได้ขยายครอบคลุม 61 เขตพื้นที่การศึกษา คิดเป็นประมาณร้อยละ 98 ของพื้นที่ทั่วประเทศ และครอบคลุมโรงเรียนมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

และสำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯในครั้งนี้ มีศึกษานิเทศก์ 57 ท่าน จาก 54  สพม.เข้าร่วมงาน และมีแผนในการพัฒนาอย่างต่อเนื่องร่วมกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั้ง 62 เขตพื้นที่ทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2569

ซึเนโอะ กล่าวต่อว่า “การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ  จะเสริมสร้างองค์ความรู้ ประสบการณ์ที่มีคุณค่า และจุดประกายแนวคิดใหม่ ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับการศึกษาไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น โดยผลการประชุมจะนำไปดำเนินโครงการต่อไปในปีการศึกษา 2569”

ทั้งนี้คาสิโอ ยังได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ในวงการศึกษาอย่างต่อเนื่อง

ซึเนโอะ กล่าวถึงการพัฒนาเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ของคาสิโอว่า เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ของคาสิโอสามารถใช้งานผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ และใช้บนเว็บไซต์ ClassPad.net ได้แล้ว โดยเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2565  และให้บริการแบบสมัครสมาชิก  ทั้งนี้ประเทศอื่นยังไม่ได้ใช้แอปบนมือถือเหมือนประเทศไทย ประเทศอื่นส่วนใหญ่ใช้เพียงบนเว็บไซต์เท่านั้น  ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า ประเทศไทยมีการใช้งานที่ก้าวหน้าที่สุดในโลก

ส่งเสริมผู้เรียน “คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น

รองศาสตราจารย์ ดร.ธีระเดช เจียรสุขสกุล ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าว เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ สำหรับศึกษานิเทศก์ โครงการพัฒนาทักษะความสามารถเชิงการคิดและการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ด้วยเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ ว่า

จากการดำเนินงานของโครงการโรงเรียนนำร่อง DSP ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาผู้เรียนให้มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ การคิดอย่างเป็นระบบ และการแก้ปัญหาซึ่งล้วนเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน

สำหรับบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและองค์ความรู้การจัดการเรียนการสอน จึงไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการถ่ายทอดเนื้อหาแต่ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถ “คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาเป็น” การนำเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสนับสนุนการเรียนรู้เชิงลึกและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สำรวจ ทดลอง และสร้างความเข้าใจด้วยตนเองซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการเรียนรู้แบบสืบเสาะ (Inquiry-Based Learning) และการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning)

ขณะเดียวกัน แนวทางดังกล่าวยังสอดคล้องกับการประเมินสมรรถนะผู้เรียนมาตรฐานสากล (PISA)  ที่ให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริงมากกว่าการจดจำเนื้อหาเพียงอย่างเดียว ในกระบวนการขับเคลื่อนนี้ “ศึกษานิเทศก์” ถือเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในการเชื่อมโยงนโยบายสู่การปฏิบัติเป็นผู้นำทางวิชาการที่ช่วยส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาครูให้สามารถออกแบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ผู้เรียนในยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง

ผลักดันเด็กรุ่นใหม่เข้าสู่เทคโนโลยีขั้นสูง

ด้าน ดร.อภิสิทธิ์ ธงไชย ผู้ชำนาญสาขาเทคโนโลยี สสวท. กล่าวว่า รายงานจากการวิจัยของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม 2025 (World Economic Forum) เด็กที่อยู่ในระบบการศึกษาปัจจุบัน 65% เมื่อเติบโตแล้วจะได้ทำงานกับสิ่งใหม่ ๆ ที่ไม่มีอยู่ในตอนนี้ สายงานทางด้าน Big DATA กับ ปัญญาประดิษฐ์ ( AI) เป็นสายอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก

ทั้งนี้รายงานยังระบุว่า ทิศทางของเทคโนโลยีในอนาคต จะเป็นเทคโนโลยีชั้นสูง เช่น AI หุ่นยนต์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน เซ็นเซอร์ ควอนตัม ไบโอเทค และดาวเทียม โดยมองว่าเด็กนักเรียนบางส่วน มีโอกาสที่จะทำงานทางด้านเทคโนโลยีชั้นสูงเหล่านี้ได้  รูปแบบการเรียนการสอนจึงต้องมีการปรับเพื่อสร้างทักษะในการเรียนการสอนให้กับผู้เรียน

การเรียนรู้แบบสะเต็ม (STEM) คือแนวทางการศึกษาแบบบูรณาการ 4 วิชา ได้แก่ วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จะเป็นการเรียนรู้รูปแบบใหม่ที่สร้างความสนใจกับผู้เรียน ที่จะสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมกับการคิดวิเคราะห์ ในการแก้ปัญหาต่าง ๆ เชื่อมโยงกับวิชาการอย่างเป็นระบบ อีกทั้งปัจจุบันโทรศัพท์สมาร์ทโฟน มีบทบาทในชีวิติประจำวันของคนทั่วไป ดังนั้นครูผู้สอนสามารถค้นหาแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับการศึกษา นำมาประยุกต์ในการเรียนการสอนได้  ไม่ว่าจะเป็น AI และเครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์

รศ.ดร.สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกลวิธีการวางแผนสู่การวัดประเมินผลอย่างเป็นระบบด้วย Generative AI ว่า  “เราจะไม่วัดผลในสิ่งที่ไม่ได้สอน ต้องวัดผลเพื่อการพัฒนาจากการวัดผลเพื่อการให้คะแนน  ประเมินผลระหว่างการเรียนเพื่อให้นักเรียนแก้ไขก่อนสอบจริง โดยใช้ AI มาช่วยสนับสนุนวิธีคิด  นอกจากนั้นแล้วให้นักเรียนมาช่วยนำเสนอกติกา”

ทั้งนี้การเขียนคำสั่ง หรือ Prompt สำหรับ Gen AI ควรให้ครบถ้วน CRFE  คือ บริบท (Context)  บทบาท (Role)  รูปแบบ (Format)  และเงื่อนไข (Extra)  เพื่อให้ AI ได้ตรงกับงานและรูปแบบ

สิงคโปร์ใช้การเรียนรู้จากชีวิตจริง

ดร.เอิน กกมิน อดีตนักวิชาการการศึกษาคณิตศาสตร์ กระทรวงศึกษาธิการ ประเทศสิงคโปร์ กล่าวถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง (HOTS) และการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ในประเทศสิงคโปร์ว่า การใช้เทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนการสอนของประเทศสิงคโปร์  เรียกว่า SAMR  ที่ที 4 ระดับในการใช้เทคโนโลยี  คือ

การใช้เทคโนโลยีแทนอุปกรณ์เดิม(Substitution)  การใช้เทคโนโลยีเพิ่มเติมจากรูปแบบเดิม (Augmentation) การแชร์ให้คนอื่นด้วยเทคโนโลยี (Modification)  และการใช้เทคโนโลยีใหม่เลย (Redefinition) นอกจากนั้นครูผู้สอนได้เลือกเครื่องมือให้เหมาะสมกับผู้เรียน อาทิ GenAI เป็นส่วนเสริมเพิ่มเติมในการค้นหาคำตอบ เช่นเดียวกับเครื่องคำนวณทางวิทยาศาสตร์

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-4  ในประเทศสิงคโปร์ต้องเรียนรู้เรื่องคิดคำนวณเป็นพื้นฐาน และเมื่อชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ขึ้นไปเริ่มมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะการคิดขั้นสูงและใช้เครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์มาแก้ไขปัญหา โดยสิงคโปร์ใช้เครื่องคิดเลข และเครื่องคำนวณวิทยาศาสตร์ในโรงเรียนตั้งแต่ปี 2540

“สำหรับหลักการสำคัญสำหรับ การศึกษาคณิตศาสตร์แบบสิงคโปร์คือ เราจะนำปัญหาในชีวิตจริง มาเป็นโจทย์ทางคณิตศาสตร์ เพื่อมุ่งพัฒนาไปสู่การแก้ปัญหา และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาทักษะการคิดขั้นสูง  พร้อมทั้งออกแบบโจทย์ให้มีลักษณะที่ทุกคนเริ่มต้นได้ และพัฒนาได้ไกลตามศักยภาพแต่ละคน”