
“ยุคใหม่ของ Agentic AI จะเพิ่มความสามารถในการปรับตัวของผู้บริหาร ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ผู้บริหาร 87% ยอมรับว่า กระบวนการทำงานยุคใหม่เกิดขึ้นได้ด้วย AI Agent และ Agentic AI ซึ่ง 86% อ้างว่า กําลังเตรียมความพร้อมด้าน Agentic AI ให้บุคลากร
ผู้บริหารระดับสูงกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับกระแสที่องค์กรนำ Agentic AI มาปรับใช้ จากผลสำรวจ Pulse of Change ของเอคเซนเชอร์ (Accenture) พบว่า 90% ของผู้บริหารระดับสูงต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่เร็วขึ้นในปี 2025 แต่มีผู้บริหารจำนวนมากที่ยังขาดความมั่นใจว่าจะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงนี้ได้หรือไม่
22% ของผู้บริหารระดับสูงคาดว่ารายได้ชะลอตัวลงในปี 2025 สะท้อนให้เห็นว่ามีความระมัดระวังเพิ่มขึ้นท่ามกลางภาวะทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่เอื้ออำนวย และมีเพียง 42% ของผู้บริหารที่เชื่อว่าองค์กรของตนมีความพร้อมสูงในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ความไม่พร้อมปรับตัวของผู้บริหารกำลังส่งผลกระทบต่อผลประกอบการขององค์กร ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ยังไม่มั่นใจว่าจะจัดการกับความเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านบุคลากร
เมื่อการนํา Agentic_AI มาใช้กลายเป็นกระแสในปัจจุบัน จึงถือได้ว่ายุคใหม่ของวิวัฒนาการ AI มาถึงแล้ว องค์กรมากกว่า 60% ลงทุนใน AI Agent อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2025 ทั้งผู้บริหารและพนักงานต่างตระหนักถึงศักยภาพของ Agentic AI ที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงองค์กรและกำลังเดิมพันครั้งใหญ่กับเทคโนโลยีนี้
แม้ว่าองค์กรจะนำ Agentic_AI มาใช้อย่างรวดเร็ว แต่ยังมีพนักงานจำนวนมากที่ไม่เข้าใจวัตถุประสงค์ของการใช้เทคโนโลยีนี้ สะท้อนถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสื่อสารกับพนักงานให้ชัดเจน
พร้อมกับการชี้นำจากผู้บริหาร อนาคตขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้บริหารในการนำ AI มาเสริมสร้างให้องค์กรมีความพร้อมในการปรับตัว โดยยึดคนเป็นศูนย์กลางและคิดอย่างรอบคอบ เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ผลวิจัยสำคัญที่พบทั่วโลก
- เกิดช่องว่างความสามารถในการปรับตัว (Resilience Gap) ของผู้บริหาร โดย 90% ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2025 และ 84% คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกในอีก 6 เดือนข้างหน้า แต่กลับมีผู้บริหารเพียง 42% เท่านั้นที่รู้สึกว่าพร้อมรับมือ ชี้ให้เห็นว่าความพร้อมในกลุ่มผู้บริหารเกิดช่องว่างมากขึ้น
- ผลกระทบทางเศรษฐกิจ ช่องว่างของความสามารถในการปรับตัวส่งผลต่อผลประกอบการขององค์กร โดย 22% ของผู้บริหาร คาดว่ารายได้จะชะลอตัวในปี 2025 โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ ยานยนต์ เทคโนโลยีระดับสูง สินค้าและอุปกรณ์อุตสาหกรรม ประกันภัย และค้าปลีก ซึ่งผู้บริหาร 30% ในภาคส่วนเหล่านี้ มีแผนจะขึ้นราคาสินค้าเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านภาษีศุลกากร
- ความปั่นป่วนด้านทักษะของบุคลากรคือจุดอ่อน มีผู้บริหารเพียง 40% เท่านั้นที่รู้สึกว่าพร้อมรับมือกับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้น ซึ่งลดลงจาก 46% ในเดือนมกราคม อย่างไรก็ตาม กลับมีผู้บริหาร 2 ใน 3 ที่เชื่อมั่นว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและ AI รวมถึงกลยุทธ์การพัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากร จะช่วยให้องค์กรก้าวข้ามการเปลี่ยนแปลงนี้ไปได้
- Agentic_AI คือยุคใหม่ของ Gen AI เพราะกว่า 60% ขององค์กรมีการลงทุนใน Agentic AI จึงเร่งให้มีการนำ AI ไปใช้อย่างมีนัยสําคัญ ผู้บริหาร 87% ยอมรับว่า กระบวนการทำงานยุคใหม่เกิดขึ้นได้ด้วย AI Agent และ Agentic AI ซึ่ง 86% อ้างว่า กําลังเตรียมความพร้อมด้าน Agentic AI ให้บุคลากร
- ช่องว่างการนำ Agentic_AI มาใช้
กระแสการลงทุนใน AI Agent สวนทางกับการนำมาใช้งานจริงทั่วโลก
- มีองค์กรเพียง 3 ใน 10 เท่านั้น ที่นำ AI Agent มาใช้งานอย่างจริงจังสำหรับงานในหน้าที่ต่าง ๆ รวมถึงนำร่องการใช้ในบางแผนก อุตสาหกรรมที่เป็นผู้นำในการนำ AI Agent มาใช้คือ อุตสาหกรรมอวกาศและการป้องกันประเทศ เคมีภัณฑ์ และเทคโนโลยีชั้นสูง
- มีเพียง 36% ของผู้บริหารเท่านั้น ที่เชื่อว่าพวกเขามีกลยุทธ์ด้านบุคลากรที่เหมาะสมสำหรับการนำ AI Agent และ Agentic_AI มาใช้
- การมีส่วนร่วมของพนักงานแสดงให้เห็นว่ายังมีช่องว่างอยู่ เพราะขณะที่พนักงาน 42% ระบุว่าทำงานร่วมกับ AI Agent เป็นประจำ แต่มีอีก 36% ของพนักงานที่ไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ ส่วน 17% ของพนักงานไม่ได้ใช้ในการทำงานเลย และ 4% ไม่เข้าใจว่า AI Agent คืออะไร ชี้ให้เห็นว่าต้องสื่อสารกับบุคลากรในเรื่องนี้ให้มากขึ้นและจัดฝึกอบรมทักษะให้บุคลากร
- มีพนักงานเพียง 35% เท่านั้น ที่เห็นด้วยอย่างยิ่งว่า ตนเองรู้สึกสบายใจที่จะมอบหมายงานให้ AI Agent ช่วยทำ
ผลวิจัยสำคัญในเอเชียแปซิฟิก
ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีการลงทุนใน Agentic AI อย่างจริงจัง โดย 63% ของผู้บริหารระดับสูงลงทุนในเทคโนโลยีนี้
- 83% ของผู้บริหาร เชื่อว่าองค์กรมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสำหรับการนำ AI Agent และ Agentic_AI เข้ามาใช้
- 82% ของผู้บริหาร รู้สึกว่ากลยุทธ์การบริหารบุคลากรของตน สามารถรองรับการนำ Agentic_AI มาใช้
ในด้านการใช้งาน พบว่ามีการนำ Agentic_AI และ AI Agent มาใช้เพิ่มขึ้นในเอเชียแปซิฟิก
- 57% ของผู้บริหารในเอเชียแปซิฟิก กำลังทดลองหรือเริ่มนำ AI Agent มาใช้งานจริง
- แม้ว่าจะมีพนักงานในเอเชียแปซิฟิก 45% เท่านั้น ใช้ AI Agent เป็นประจำ แต่อัตราการเปิดรับถือว่าอยู่ในระดับสูง เพราะ 83% ให้ AI Agent ช่วยทำงานประจำซ้ำๆ ได้อย่างไม่กังวล และ 82% เชื่อว่า AI Agent ช่วยให้มีเวลาไปโฟกัสกับงานเชิงกลยุทธ์หรืองานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น
กลยุทธ์สำหรับผู้บริหารระดับสูง
- ผู้นําต้องยึดคนเป็นศูนย์กลาง แนวทางที่ให้ความสำคัญกับคนหรือบุคลากรเป็นสิ่งสำคัญ ผู้นําที่มีความรับผิดชอบ จะให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีและความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์ โดยใช้ AI เข้ามาช่วยเสริม ไม่ใช่แทนที่มนุษย์ ผู้นำควรมุ่งเน้นการลงทุนด้านการฝึกอบรมพนักงาน การให้พนักงานมีส่วนร่วม และการเพิ่มทักษะต่างๆ เพื่อให้พนักงานมั่นใจ และปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้
- ธรรมาภิบาลและจริยธรรม ผู้นำต้องยึดมั่นในความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ โปร่งใส และแน่ใจว่าระบบที่ใช้ AI สามารถอธิบายได้ ปราศจากอคติ และสอดคล้องกับค่านิยมทางสังคม ธรรมาภิบาลและจริยธรรมในองค์กรต้องอาศัยผู้นำที่มีความคล่องตัวและพร้อมเสมอสำหรับการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และเสริมสร้างวัฒนธรรมการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องของทีม
- มีวิสัยทัศน์ที่คำนึงถึงผลในระยะยาว ผู้นําต้องแน่ใจว่าโครงการต่างๆ เกี่ยวกับ AI มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์และค่านิยมหลักขององค์กร ต้องสร้างสมดุลระหว่างการเปลี่ยนแปลงและการมีความรับผิดชอบ
- ส่งเสริมการกำกับดูแลและบริหารความเสี่ยง ผู้นำต้องบริหารความเสี่ยง เช่น ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล ความปลอดภัย และความรับผิดชอบของอัลกอริทึม รวมถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ทำให้ AI สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด พร้อมส่งเสริมความเท่าเทียมทางสังคม
- สื่อสารอย่างโปร่งใส เน้นการทำงานร่วมกัน ต้องสื่อสารอย่างชัดเจนว่าจะใช้ AI อย่างไร อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการนำ AI มาใช้ และสื่อสารกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น โปร่งใส ในทุกขั้นตอนที่มีการใช้ AI ในองค์กร

ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา จำเป็นต้องมีการลงทุนใน Agentic_AI อย่างจริงจัง เพื่อช่วยให้องค์กรรักษาความสามารถในการแข่งขัน และปิดช่องว่างความไม่พร้อมในการปรับตัวให้หมดไป”
“ในขณะที่ประเทศไทยกำลังก้าวสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค Agentic_AI ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในภูมิทัศน์เทคโนโลยีของประเทศ แต่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ ต้องอาศัยแนวทางที่เรียกว่า people-first หรือการให้ความสำคัญกับบุคลากรเป็นอันดับแรก”
“องค์กรที่ปรับใช้ AI ให้ครอบคลุมหลากหลายฟังก์ชัน และเสริมศักยภาพพนักงานทุกระดับให้สามารถใช้เครื่องมือ AI ได้เต็มที่ จะพลิกเกมการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาให้กลายเป็นโอกาส ด้วยการปรับเปลี่ยนคนให้เก่งขึ้น ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยี”
เอคเซนเชอร์ ทำการสํารวจทั่วโลก ในระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน 2025 จำนวน 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการสํารวจผู้บริหารระดับสูง 3,000 คน จากองค์กรขนาดใหญ่ระดับโลก (รายได้ต่อปีมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์) จาก 22 อุตสาหกรรม ใน 18 ประเทศ
ครั้งที่สองเป็นการสํารวจพนักงาน 3,000 คน (ที่ไม่ใช่ C-suite) จากองค์กรในขนาดเดียวกัน จาก 22 อุตสาหกรรม ใน 18 ประเทศ เช่นเดียวกัน
การสำรวจทั้งสองครั้ง จึงให้ภาพมุมมองต่อสภาพแวดล้อมของธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Disruption) การเตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และผลกระทบของเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AI และ Generative AI ที่มีต่อบุคลากร ทั้งนี้ การสํารวจทั้งสองครั้งมีค่าความคลาดเคลื่อน +/- 1.8%






