ชไนเดอร์ อิเล็คทริค โดย กุศล กุศลส่ง รองประธานฝ่ายธุรกิจ Home & Distributions ดูแลกลุ่มคลัสเตอร์ ประเทศไทย ลาว และเมียนมา มอบผลิตภัณฑ์เต้ารับ สวิตซ์ไฟ ตู้ไฟฟ้า เบรกเกอร์ ลูกย่อยเบรกเกอร์กันดูด มูลค่ารวม 1,673,461 บาท ให้กับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่อช่วย ซ่อม สร้าง น้ำท่วมเหนือ-ใต้ เพื่อสนับสนุนให้ทีมช่างจิตอาสาเครือข่ายของกรมพัฒนาฝีมือแรงงานเข้าไปให้บริการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าให้แก่ประชาชน โดยมีนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นตัวแทนรับมอบ
กุศล เผยว่า “บ้านหลังจากภาวะน้ำท่วม ระบบไฟฟ้าอาจมีการชำรุดสืบเนื่องจากตอนน้ำท่วม ซึ่งมีผลต่อความปลอดภัยของผู้พักอาศัยในอนาคต ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงได้รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่เรามีและสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างยั่งยืน ได้แก่ ตู้ไฟ เซอร์กิตเบรกเกอร์ ลูกย่อยเบรกเกอร์กันดูด รวมถึงสวิตช์ไฟ และเต้ารับ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ช่วยในการจ่ายไฟฟ้าในบ้าน เพื่อให้แน่ใจว่าแต่ละพื้นที่ แต่ละอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อได้รับไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสม และยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันไฟดูดแก่ผู้พักอาศัยในกรณีที่ไม่คาดคิดอีกด้วย ดังนั้นตู้ไฟและอุปกรณ์ภายในจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกบ้าน และสามารถติดตั้งได้รวดเร็วหลังจากทำความสะอาดบ้านเสร็จแล้ว ซึ่งทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจะช่วยผู้ประสบภัยในการติดตั้งอีกด้วย”
มงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว เมียนมา (ที่ 2 จากซ้าย) จัดทัพโซลูชั่นสำหรับสมาร์ทซิตี้ช่วยไทยเติมเต็มเมืองอัจฉริยะในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการนานาชาติด้านสมาร์ทซิตี้ระดับโลก “10th IEEE International Smart Cities Conference (IEEE-ISC2- 2024)” ภายใต้หัวข้อ “เมืองอัจฉริยะ: การปฏิวัติเพื่อมนุษยชาติ” (Smart Cities : Revolution for Mankind) ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ถึง 1 พฤศจิกายน 2567 ณ โรงแรมรอยัล คลิฟ แกรนด์ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ด้วยเทคโนโลยีการบริหารจัดการพลังงาน และระบบอัตโนมัติ พร้อมช่วยเมืองลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นไฮไลท์ของโซลูชั่นชไนเดอร์ อิเล็คทริค ด้านความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน
ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ได้รับการจัดอันดับให้เป็น World’s Most Sustainable Companies for 2024 หรือ บริษัทที่ยั่งยืนที่สุดในโลก ประจำปี 2567 โดยนิตยสาร Time และ Statista โดยการจัดอันดับในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทและความมุ่งมั่นของ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน ด้วยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่แต่เฉพาะในองค์กรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความมุ่งมั่นในการช่วยลูกค้าประหยัดพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
ในงาน ProPak Asia 2024 ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ประสิทธิ์ กานตกุล รองประธาน Industrial & Process Automation ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา “สุดยอดกลยุทธ์การทำธุรกิจยุคดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการไทย”พร้อมถ่ายทอดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรม 4.0 และ IIoT (Industrial Internet of Things) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับภาคการผลิต โดยช่วยเปลี่ยนระบบโรงงานธรรมดา ให้เป็นโรงงานอัตโนมัติ หรือ สมาร์ทแฟคทอรี่ ซึ่งจะช่วยให้ธุรกิจในประเทศรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว มีความยืดหยุ่นในกระบวนการผลิต และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้พลังงานและการปล่อยคาร์บอน เพื่อนำไปสู่เส้นทางความยั่งยืนอีกด้วย โดยได้เผยถึงโรงงานอัจฉริยะของชไนเดอร์ อิเล็คทริค ที่ได้รับการยอมรับจากสภาเศรษฐกิจโลกว่าเป็นประภาคารแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 มาเป็นกรณีศึกษาให้ผู้ประกอบการโรงงานได้เห็นภาพถึงหลักการใช้เทคโนโลยีอย่างชัดเจน
มงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว เมียนมา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง กับ นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ในการยกระดับการใช้ระบบอัตโนมัติในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีอัตโนมัติให้กับบุคลากร สนับสนุนอุปกรณ์ เครื่องมือ ผู้เชี่ยวชาญ และร่วมพัฒนาเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ รวมถึงระบบบริหารจัดการ/ประหยัดพลังงานต้นแบบ สำหรับกระบวนการต่างๆ ในฟาร์ม และโรงงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เพื่อช่วยให้องค์กรของลูกค้าสามารถขับเคลื่อนธุรกิจ พร้อมๆ กับการสร้างความยั่งยืน ชไนเดอร์ อิเล็คทริค จึงคิดค้นเทคโนโลยีดิจิทัลแบบเปิดที่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกธุรกิจ และอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นไปสู่การบรรลุเป้าหมายในการสร้างความยั่งยืน สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพในแบบเรียลไทม์ ลดกระบวนการทำงานที่ซ้ำซ้อน ลดต้นทุนด้านการซ่อมบำรุง และที่สำคัญช่วยให้สามารถใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มงคล ตั้งศิริวิช ประธานกลุ่มคลัสเตอร์ ชไนเดอร์ อิเล็คทริค ดูแลประเทศไทย ลาว เมียนมา เผยว่า “เรารู้สึกยินดีที่ได้รับความไว้วางใจจาก ซีพีเอฟ ในการร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีอัตโนมัติด้านอุตสาหกรรมอาหาร โดยการลงนามบันทึกความร่วมมือในครั้งนี้ มุ่งเน้นในการยกระดับระบบอัตโนมัติของซีพีเอฟ ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับกระบวนการต่างๆ ทั้งในฟาร์ม และโรงงาน นอกจากนี้ เรายังมีความพร้อมในการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่มีประสบการณ์จากทั่วโลก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน”